โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

S&P 500 ร่วงหนัก เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งเกินคาด กดหุ้นเทค–AI ดอลลาร์แข็งค่าสุดรอบ 18 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันพุธ (14 ต.ค. 2569) หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายนออกมาสูงกว่าคาด กระตุ้นความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกเทขายอย่างหนัก ด้านราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ส่วนราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง! เงินเฟ้อสูงกดดันหุ้นเทค–AI

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงในวันพุธ (14 ต.ค. 2569) หลังข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนกันยายนสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะหลังราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% ขณะที่ CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.6% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน

แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กดดันตลาดอย่างหนัก โดยหุ้น CoreWeave ร่วงลงมากกว่า 15% ขณะที่ Oracle ลดลงเกือบ 9% ส่วน Micron Technology ลดลง 4% และ Advanced Micro Devices กับ Sandisk ปรับตัวลงมากกว่า 5% ขณะที่หุ้น Bank of America ลดลงเกือบ 5% หลังรายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์อย่าง UnitedHealth และ Amgen ช่วยจำกัดการลดลงของดัชนีดาวโจนส์

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,621.48 จุด ลดลง 48.62 จุด (-0.09%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,718.94 จุด ลดลง 86.51 จุด (-1.11%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 26,692.868 จุด ลดลง 511.512 จุด (-1.88%)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพุธ โดยดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้น แม้นักลงทุนยังเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังติดตามการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น และสถานะการคลังของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุลงบประมาณและความไม่แน่นอนทางการเมือง

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 637.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.74 จุด (+0.43%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,298.61 จุด เพิ่มขึ้น 38.71 จุด (+0.15%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,873.11 จุด เพิ่มขึ้น 45.48 จุด (+0.58%)

ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวก นักลงทุนประเมินแนวโน้มการคลัง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ โดยดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนในยุโรปที่เป็นบวก แม้ตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ และความคาดหวังเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด

ด้านแนวโน้มการคลังของอังกฤษยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนติดตาม โดยรายงานระบุว่า จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษ คาดว่าจะชดเชยค่าใช้จ่ายจากมาตรการช่วยเหลือใหม่ในงบประมาณเดือนนี้ด้วยการเพิ่มภาษีหรือลดรายจ่าย แทนการก่อหนี้เพิ่มเติม ขณะที่ IMF ระบุว่ายังไม่ได้แนะนำให้อังกฤษเร่งรัดการปรับลดการขาดดุลการคลัง

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,724.86 จุด เพิ่มขึ้น 74.53 จุด (+0.70%)

ราคาน้ำมันพุ่ง! IEA เตือนตลาดดีเซลตึงตัวยาวถึงปี 2027

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นในวันพุธ หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าข้อจำกัดในตลาดดีเซลอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 ขณะที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียเพิ่มความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันโลก

กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า อาคารฝ่ายบริหารของ Saudi Aramco ในเมืองดาห์รานถูกโจมตีในช่วงข้ามคืน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน พอล ทิวดอร์ โจนส์ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ มองว่าราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นได้อีก 20-25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและฝ่ายตรงข้ามยังคงยืดเยื้อ

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 95.09 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.95 ดอลลาร์ (+1.01%)
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 106.06 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.37 ดอลลาร์

ราคาทองคำร่วงกว่า 1% เงินเฟ้อสหรัฐฯ หนุนคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลงมากกว่า 1% ในวันพุธ และลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด กระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม ขณะที่การแข็งค่าของเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่เพิ่มขึ้น ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ

ข้อมูล CPI ที่เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายปี ทำให้ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 35% จากราว 22% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่ตลาดยังให้น้ำหนักสูงต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าในระยะยาว ทองคำยังอาจได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางและความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 1.5% สู่ระดับ 4,093.03 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ลดลง 1.5% สู่ระดับ 4,115.50 ดอลลาร์/ออนซ์

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าสุดรอบ 18 เดือน เงินเฟ้อหนุนคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือนในวันพุธ หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือนกันยายนสูงกว่าคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เพิ่มขึ้น 0.38% สู่ระดับ 102.57 โดยตลาดประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่ขยายวงกว้างอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องพิจารณานโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น แม้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายจะส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางยังสามารถรอดูพัฒนาการของเศรษฐกิจและตลาดการเงินก่อนตัดสินใจได้

ด้านเงินยูโรอ่อนค่าลงจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของฝรั่งเศส ขณะที่นักลงทุนยังติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรปอย่างใกล้ชิด

  • ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 102.57 เพิ่มขึ้น 0.38%
  • ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1149 ดอลลาร์ ลดลง 0.44%

อ้างอิง : CNBC , Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...