นักวิเคราะห์มองสินเชื่อบ้าน 5 หมื่นล้านกระตุ้นอสังหาฯ ไม่ขลัง กำลังซื้อกลุ่มรายได้น้อยเปราะบาง
บล.เคจีไอ ประเมินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS วงเงิน 50,000 ล้านบาท มีผลเป็นกลางต่อหุ้นกลุ่มอสังหาฯ เหตุโครงการสินเชื่อภาครัฐ 5 ปีที่ผ่านมา กระตุ้นยอดซื้อได้ไม่มาก เหตุผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ดีมานด์หลักมาจากกลุ่มรายได้สูง-ตลาดบ้านหรู คงคำแนะนำ Neutral หุ้นกลุ่มอสังหาฯ เลือก AP,SIRI
วันที่ 15 ต.ค.2569 บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินผลกระทบจากโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนทั่วไป โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ว่าจะส่งผลเป็นกลางต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
โครงการดังกล่าวแบ่งเงื่อนไขสินเชื่อเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ คิดอัตราดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก และกรณีใช้เกณฑ์รายได้ปกติ คิดอัตราดอกเบี้ย 2.6% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน และมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เคจีไอมองว่าโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยในลักษณะนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยกระตุ้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการสินเชื่อคล้ายกันอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้มากนัก โดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางยังมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและความสามารถในการขอสินเชื่อ
ขณะที่ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมาจากกลุ่มผู้มีรายได้สูงและตลาดบ้านหรูเป็นหลัก เนื่องจากมีกำลังซื้อสูงและได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เคจีไอยังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยเลือกหุ้นบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ให้ราคาเป้าหมาย 9.40 บาท และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ให้ราคาเป้าหมาย 1.75 บาท พร้อมคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งสองหลักทรัพย์