โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยธรรมชาติทั่วโลกทวีความรุนแรง จับตาเอลนีโญกระทบไทยปี 2570

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทั่วโลกเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรง ทั้งน้ำท่วม พายุไซโคลน ภูเขาไฟปะทุ และไฟป่า จับตาเอลนีโญปี 2569-2570 เพิ่มความเสี่ยงภัยแล้ง อากาศร้อนจัด กระทบภาคเกษตร อุตสาหกรรม EEC และเศรษฐกิจไทย

ภัยธรรมชาติกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก หลังหลายประเทศเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน พายุไซโคลน ภูเขาไฟปะทุ และไฟป่าครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม และระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2569-2570 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจเพิ่มความแปรปรวนของสภาพอากาศและความเสี่ยงต่อภัยแล้งในหลายภูมิภาค

รายการ Business Watch ทาง TNN ช่อง 16 นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก พร้อมเจาะลึกผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเชื่อมโยงมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน อุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย และภัยแล้งในปี 2570 ซึ่งอาจกระทบต่อภาคเกษตรกรรม การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อุตสาหกรรม EEC ต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชน

ปลายตุลาคมภัยธรรมชาติถล่มหลายประเทศ น้ำท่วมทะเลทรายถึงพายุไซโคลน

ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 หลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกเผชิญภัยธรรมชาติที่มีลักษณะแตกต่างกัน โดยเฉพาะประเทศอียิปต์ ซึ่งเกิดน้ำท่วมฉับพลันตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม หลังมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้พื้นที่บริเวณคาบสมุทรไซนาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตทะเลทราย ต้องเผชิญกับมวลน้ำจำนวนมากที่ไหลหลากอย่างรวดเร็ว

แม้พื้นที่ทะเลทรายจะมีปริมาณฝนเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อเกิดฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่ไม่สามารถรองรับน้ำได้ทัน ก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและสร้างความเสียหายต่อชุมชนและเส้นทางคมนาคมได้

ขณะที่ประเทศอินเดียเผชิญพายุไซโคลนพัดถล่ม สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 500,000 ไร่ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัย

ส่วนประเทศกรีซมีรายงานพายุฝนรุนแรงและน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งบนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุทะเลสาบธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยแตกตัว ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลทะลักลงสู่ชุมชนด้านล่าง และไหลต่อเนื่องเข้าสู่พื้นที่ประเทศอินเดีย เพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานตามแนวลำน้ำ

ฟิลิปปินส์เผชิญภูเขาไฟมายอนปะทุ อินโดนีเซียวิกฤตไฟป่า

สถานการณ์ภัยธรรมชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีหลายประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีรายงานการปะทุของภูเขาไฟมายอน พร้อมพ่นเถ้าภูเขาไฟขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงประมาณ 3,000 เมตรเหนือปากปล่อง

ทางการฟิลิปปินส์กำหนดพื้นที่อันตรายในรัศมี 6 กิโลเมตรรอบภูเขาไฟ พร้อมดำเนินมาตรการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันอันตรายจากเถ้าภูเขาไฟ ก๊าซ และวัสดุที่อาจถูกพ่นออกมาระหว่างการปะทุ

ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียกำลังเผชิญปัญหาไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าไม้และก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดน โดยมีหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต บรูไน ไทย และเวียดนาม

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับไฟป่ามีทั้งสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นในช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากเอลนีโญ รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาพื้นที่ป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น การปลูกปาล์มน้ำมัน

แม้การเผาป่าโดยผิดกฎหมายจะเป็นประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐพยายามควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบปัญหาการลักลอบเผาในบางพื้นที่ ส่งผลให้ไฟป่าและหมอกควันกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระทบหลายประเทศพร้อมกัน

สิงคโปร์ตรวจสอบ 10 บริษัท เชื่อมโยงปัญหาไฟป่า

ปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดนยังขยายผลไปสู่มาตรการด้านกฎหมายและการเงิน โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม สิงคโปร์ยกระดับการดำเนินการกับบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาไฟป่าในอินโดนีเซีย

มีการเรียกผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน 10 แห่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับไฟป่าเข้าชี้แจง พร้อมพิจารณาแนวทางปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือ

ขณะเดียวกัน ภาคการเงินของสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับการทบทวนธุรกรรมและการปล่อยสินเชื่อแก่บริษัทที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาหมอกควัน เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อระบบการเงิน

มาตรการดังกล่าวทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอาจเผชิญทั้งความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

จับตาเอลนีโญปี 2569-2570 เพิ่มความเสี่ยงสภาพอากาศสุดขั้ว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศทั่วโลกต่อเนื่องจากปี 2569 ไปจนถึงปี 2570

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลต่อรูปแบบการหมุนเวียนของบรรยากาศและปริมาณฝนในหลายภูมิภาค

เมื่อเกิดเอลนีโญ บางพื้นที่อาจเผชิญฝนลดลงและภัยแล้งยาวนาน ขณะที่บางภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือพายุรุนแรง โดยระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ฤดูกาล และปัจจัยด้านภูมิอากาศอื่น ๆ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญสามารถส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม ทรัพยากรน้ำ และความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนและฝนตกหนักในบางภูมิภาค ทำให้การเตรียมระบบเตือนภัยล่วงหน้าและมาตรการรับมือภัยธรรมชาติมีความสำคัญมากขึ้น

ไทยเฝ้าระวังพายุคัลแมกี 7-9 พฤศจิกายน เสี่ยงฝนตกหนัก

สำหรับประเทศไทย แม้เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สภาพอากาศยังมีความแปรปรวน โดยมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมามีกำลังค่อนข้างอ่อน ส่งผลให้อุณหภูมิในบางพื้นที่อาจลดลงช้ากว่าปกติ

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังต้องติดตามสถานการณ์พายุคัลแมกี ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพอากาศในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจเผชิญฝนตกหนักในระยะสั้นและน้ำท่วมฉับพลัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การบริหารจัดการน้ำและระบบระบายน้ำในพื้นที่เมืองมีความสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ในระยะต่อไป ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงด้านอุณหภูมิและภัยแล้งในช่วงปี 2569-2570 โดยมีการกล่าวถึงสถานการณ์ที่อุณหภูมิในบางพื้นที่อาจสูงถึง 44-46 องศาเซลเซียส ขณะที่ดัชนีความร้อนอาจแตะระดับ 50-54 องศาเซลเซียส และปริมาณฝนอาจลดลงประมาณ 10-30%

หากเกิดภาวะดังกล่าวต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ ความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และความเพียงพอของน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม

ภัยแล้งเสี่ยงกระทบภาคเกษตรและอุตสาหกรรม EEC

ภาคเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากต้องพึ่งพาปริมาณฝนและน้ำชลประทานเป็นหลัก

หากเกิดฝนทิ้งช่วงหรือภัยแล้งเป็นเวลานาน อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ขณะที่เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนการจัดหาน้ำและการผลิตที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะพืชที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากหรือมีช่วงเวลาเพาะปลูกตามฤดูกาล

ผลกระทบดังกล่าวยังอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้าเกษตรและอาหารในตลาด หากปริมาณผลผลิตลดลงในช่วงที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง

ขณะเดียวกัน พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องจากเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ

หากปริมาณน้ำต้นทุนลดลงต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการจัดสรรน้ำระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ทำให้การวางแผนสำรองน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อากาศร้อนเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้า จับตาต้นทุนพลังงานและ PM2.5

นอกจากผลกระทบด้านทรัพยากรน้ำแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการใช้พลังงาน โดยเฉพาะการใช้เครื่องปรับอากาศในครัวเรือน อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม

เมื่อสภาพอากาศร้อนต่อเนื่อง ปริมาณการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนและภาคธุรกิจปรับสูงขึ้นตามปริมาณการใช้ แม้อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยจะไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้ระบบทำความเย็นหรือควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่งและพื้นที่ป่าที่มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก

ผลกระทบดังกล่าวทำให้การเตรียมพร้อมด้านพลังงาน การป้องกันไฟป่า และการดูแลสุขภาพประชาชนมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง

WFP เตือนความมั่นคงอาหารโลก เสี่ยงประชาชนกว่า 50 ล้านคนได้รับผลกระทบ

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาคือความมั่นคงทางอาหารโลก เนื่องจากภัยธรรมชาติสามารถส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต และระบบขนส่งสินค้าเกษตรในหลายประเทศ

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ WFP มีการเตือนถึงความเสี่ยงที่ประชาชนมากกว่า 50 ล้านคนอาจเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง จากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งและต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้น

หากประเทศผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลกเผชิญภัยแล้งหรือฝนตกผิดฤดูกาล อาจทำให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง และส่งผลต่อราคาสินค้าอาหารในตลาดโลก

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นทั้งประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อโอกาสทางการค้าและต้นทุนการผลิตในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดโลก

ขณะเดียวกัน หากราคาสินค้าอาหารและพลังงานปรับสูงขึ้นพร้อมกัน ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ

ไทยเตรียมรับมือความเสี่ยงภูมิอากาศต่อเนื่องถึงปี 2570

ท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติเป็นภารกิจสำคัญของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีบทบาทสำคัญในการติดตามสถานการณ์อากาศ การบริหารจัดการน้ำ และการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมแหล่งน้ำสำรอง และการปรับรูปแบบการผลิตให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ

ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลกยังมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งความมั่นคงทางอาหาร ต้นทุนพลังงาน การลงทุน และการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนพร้อมกัน

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 คือการติดตามพัฒนาการของปรากฏการณ์เอลนีโญ แนวโน้มอุณหภูมิ ปริมาณฝน และระดับน้ำต้นทุน เพื่อให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม ลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...