โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เจาะลึก 7 วิธีตรวจเช็ก “โรคหัวใจ” เทคโนโลยีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

สยามรัฐ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก "โรคหัวใจ" ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของคนทั่วโลกจึงได้รับการพัฒนาวิธีการตรวจรักษาให้มีความแม่นยำ หมอตี๋-นพ.ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ (ว.59772) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช จะพามาไขข้อข้องใจว่า การตรวจหัวใจแต่ละแบบเหมาะกับใคร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1. การตรวจหาและรักษาปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors Screening)

คืออะไร:การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลและไขมัน และวัดความดันโลหิต

เหมาะกับใคร: ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแล้วหรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ข้อดี:เป็นขั้นตอนที่ทำได้ง่าย มีความคุ้มค่า และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ

2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram (ECG))

คืออะไร:การตรวจการนำไฟฟ้าของหัวใจด้วยการติดแผ่นรับสัญญาณบริเวณหน้าอก แขนและขา แสดงออกมาเป็นเส้นกราฟ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอาการใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ ใจเต้นไม่ตรงจังหวะ

ข้อดี:ตรวจได้ง่าย รู้ผลทันที สามารถบอกความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจได้ดี รวมถึงยังสามารถบอกถึงความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิด

3. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography หรือ Echo)

คืออะไร:ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (คลื่นอัลตราซาวนด์)ตรวจบริเวณหน้าอกเพื่อประเมินการทำงานหัวใจ (คล้ายการอัลตราซาวนด์ทารกในหญิงตั้งครรภ์)

เหมาะกับใคร:ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว หรือมีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ

ข้อดี:สามารถแสดงให้เห็นการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การเปิดปิดของลิ้นหัวใจได้ชัดเจน

4. การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกแรงด้วยการวิ่งสายพาน (Treadmill Exercise Stress Test (EST))

คืออะไร:การตรวจประเมินอาการและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่ผู้ป่วยเดินหรือวิ่งบนสายพานที่มีการเพิ่มความเร็วและความชันเป็นระยะ

เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอกหรือความผิดปกติอื่นขณะออกแรง

ข้อดี:สามารถตรวจหาอาการที่อาจตรวจไม่พบขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะพัก เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมถึงสามารถประเมินสมรรถภาพหรือความสามารถในการออกแรงของผู้ป่วยได้

5. การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT angiography (CCTA))

คืออะไร:การถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ร่วมกับการฉีดสารทึบแสงเพื่อประเมินหลอดเลือดหัวใจ

เหมาะกับใคร:ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบที่อาการคงตัว เช่น มีอาการเฉพาะเวลาออกแรง

ข้อดี:สามารถประเมินการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้โดยไม่ต้องสวนหัวใจ รวมถึงสามารถตรวจหาความผิดปกติอื่นของหลอดเลือดหัวใจ เช่น การเจริญผิดที่ของหลอดเลือดหัวใจ

6. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายใต้ภาวะกระตุ้น (Stress Cardiac MRI)

คืออะไร:การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเครื่อง MRI พร้อมกับการให้ยากระตุ้นหัวใจ

เหมาะกับใคร:ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรือมีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบรุนแรง

ข้อดี: ไม่ใช้รังสี สามารถประเมินกล้ามเนื้อหัวใจได้ชัดเจนที่สุด สามารถตรวจหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่สมควรได้รับการรักษาด้วยการสวนหัวใจ รวมถึงสามารถประเมินได้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีการบาดเจ็บมาก (non-viable) จนไม่มีความคุ้มค่าในการรับการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจและวางขดลวดหรือไม่

7. การตรวจคราบหินปูนบริเวณหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary Calcium Scan)

คืออะไร:การตรวจหาหินปูนที่สะสมบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan

เหมาะกับใคร:ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงที่มีความเสี่ยงปานกลางและยังไม่มั่นใจว่าจำเป็นต้องกินยาลดไขมันหรือไม่ หรือผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

ข้อดี:สามารถให้ข้อมูลในการตัดสินใจเริ่มยาลดไขมัน รวมถึงกำหนดเป้าหมายระดับไขมันในเลือดได้เหมาะสมยิ่งขึ้น (แต่ไม่สามารถบอกความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้)

นพ.ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ (ว.59772)

เมื่อไหร่ที่ต้อง "ฉีดสีสวนหัวใจ" (Coronary Angiography)?

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันเฉียบพลัน เช่น มีอาการเจ็บหน้าอกขณะพัก อาการเจ็บหน้าอกไม่ทุเลาลงหลังจากรับประทานยา หรือตรวจเลือดพบหลักฐานของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย แพทย์อาจพิจารณาส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม เพื่อทำการฉีดสีสวนหัวใจด้วยการใส่อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายหลอดยาว (Catheter) เข้าทางหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ ย้อนขึ้นไปยังหลอดเลือดหัวใจและฉีดสารทึบสีประเมินการตันของหลอดเลือด เพื่อยืนยันการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันและอาจพิจารณาให้การรักษาต่อเนื่องด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจ และใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดตามความเหมาะสม

เทคโนโลยีการตรวจหัวใจในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีมีประโยชน์และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจก่อนเข้ารับการตรวจจะช่วยให้คุณได้รับการตรวจที่สามารถวินิจฉัยโรคหรืออาการที่เป็นได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ศูนย์หัวใจและทรวงอก (Cardiology Center) พร้อมด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ที่สามารถให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจรตั้งแต่การป้องกันการเกิดโรคหัวใจ การวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะ การรักษาด้วย การสวนหัวใจและการผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพของหัวใจ ด้วยทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจผู้ชำนาญการเฉพาะทางควบคู่กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ค.ศ.2025 ISO 7101:2023 – Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 – Quality Management Systems ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพการรักษา และมาตรฐานการให้บริการ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...