โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว. รวมตัวยื่นร้อง ป.ป.ช. ไต่สวน สิทธิโชติ กกต. เสียงข้างน้อย ปมเปิดเผยความลับคดีฮั้ว สว. ส่อผิดจริยธรรมร้ายแรง

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สว. รวมตัวยื่นร้อง ป.ป.ช. ไต่สวน สิทธิโชติ กกต. เสียงข้างน้อย ปมเปิดเผยความลับคดีฮั้ว สว. ส่อผิดจริยธรรมร้ายแรง

วันนี้ (1 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มหนึ่งได้รวมรายชื่อ สว. เพื่อยื่นข้อกล่าวหาต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวน สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย กรณีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมพิจารณาวินิจฉัยมติและเหตุผลในสำนวนคดีการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งผู้ร้องระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ประเด็นสำคัญ

  • พฤติการณ์เปิดเผยความลับที่ประชุม-วิจารณ์การตัดตอนเส้นทางเงิน
  • ชี้ส่อขัดมาตรฐานจริยธรรม 4 ข้อ
  • จี้เรียกหลักฐาน-คลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มตรวจสอบ

พฤติการณ์เปิดเผยความลับที่ประชุม-วิจารณ์การตัดตอนเส้นทางเงิน

ตามเอกสารคำกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. ได้ประชุมพิจารณาและลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. หรือคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีผู้ถูกร้องจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสาธารณชน ต่อมาในวันที่ 15 กันยายน 2569 สิทธิโชติได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในฐานะ กกต. เสียงข้างน้อย โดยเปิดเผยรายละเอียดคะแนนการลงมติเป็นรายกลุ่ม เช่น มติ 5 ต่อ 2 และ 6 ต่อ 1 พร้อมระบุว่าตนเองและ ชาย นครชัย เป็นกรรมการฝ่ายเสียงข้างน้อย

นอกจากนี้ สิทธิโชติยังได้กล่าวถึงเหตุผลและการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในสำนวน เช่น ความเชื่อมโยงกับบุคคลในพรรคการเมือง การจัดทำโพย ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ การกลับคำให้การของพยาน รวมถึงให้ความเห็นว่าการสืบสวนเส้นทางการเงินบางส่วนถูกยุติหรือตัดตอน

คำร้องยังระบุถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่สิทธิโชติได้ร่วมงานเสวนาของราชบัณฑิตยสภา โดยกล่าวพาดพิงถึงเอกสารข่าวของ กกต. ว่ามีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ไม่รับสำนวนและเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยระบุว่าระหว่างพิจารณา DSI มีหนังสือแจ้งหลักฐานคดีฟอกเงิน แต่ กกต. เสียงข้างมากไม่รับ

ผู้กล่าวหาระบุว่า แม้ กกต. อาจมีข้อตกลงก่อนการแถลงข่าวให้เปิดเผยจำนวนเสียงรายข้อกล่าวหาได้ แต่การให้สัมภาษณ์ของสิทธิโชติกลับมีรายละเอียดที่กว้างกว่านั้น ทั้งการระบุตัวกรรมการฝ่ายข้างน้อย เหตุผลในการลงมติ และการวิเคราะห์พยานหลักฐานเชิงลึก

ข้อมูลเหล่านี้อาจกระทบต่อความไว้วางใจในความเป็นกลาง ความลับของการพิจารณา และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกพาดพิง เนื่องจากสำนวนคดีดังกล่าวอาจยังเชื่อมโยงกับกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลฎีกา การดำเนินคดีอาญา หรือการสืบสวนของหน่วยงานอื่น

ชี้ส่อขัดมาตรฐานจริยธรรม 4 ข้อ

คำร้องได้หยิบยกมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 มาประกอบคำกล่าวหา โดยขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนว่าการกระทำของสิทธิโชติฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมในข้อต่อไปนี้หรือไม่

  • ข้อ 13 การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลหรือกระแสสังคม
  • ข้อ 14 การรักษาไว้ซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย และการเคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก รวมถึงเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด
  • ข้อ 15 การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอย่างถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน
  • ข้อ 16 การห้ามให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณา อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสียความเป็นธรรมแก่การปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 27 ระบุว่า หากเป็นการฝ่าฝืนในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ซึ่งหาก ป.ป.ช. ไต่สวนแล้วมีมติว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง จะมีอำนาจเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

จี้เรียกหลักฐาน-คลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มตรวจสอบ

ในท้ายคำร้อง ผู้กล่าวหาได้ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แสวงหาข้อเท็จจริงโดยเรียกพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ประกอบด้วย คลิปภาพและเสียงคำให้สัมภาษณ์ของสิทธิโชติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ฉบับเต็ม, รายงานข่าวจากสื่อมวลชนหลายสำนัก, บันทึกและไฟล์เสียงการประชุม กกต. วันที่ 14 กันยายน 2569

รวมถึงหลักฐานการหารือก่อนแถลงข่าวเกี่ยวกับขอบเขตข้อมูลที่จะเปิดเผย นอกจากนี้ยังขอให้เรียกสอบคำให้การของประธาน กกต., กรรมการ กกต. ทุกคน, เลขาธิการ กกต., โฆษก กกต. และผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม ผู้กล่าวหายืนยันว่าการยื่นคำร้องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย มิใช่การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิด และขอให้คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจากคำร้องดังกล่าวได้ลงเลขรับตามระบบสารบรรณของสำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว สว. กลุ่มที่ยื่นคำร้องจะแถลงข่าวต่อสาธารณะต่อไป โดยคาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1-2 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...