อานิสงส์ไฮซีซันดันโรงแรมเชียงใหม่โตพุ่ง BC ลุยเปิด 2 โรงแรมใหม่ ภูเก็ต-สุขุมวิท เสริมทัพ Asset-Light
บมจ.บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) ส่งสัญญาณบวกธุรกิจโรงแรมเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ได้รับปัจจัยหนุนจากดีมานด์ท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน ดันอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในเชียงใหม่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมยอดจองล่วงหน้าทะลัก เตรียมเดินหน้าขยายพอร์ตเปิดโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 2 แห่งในภูเก็ตและกรุงเทพฯ ควบคู่การรุกโมเดล Asset-Light เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำหวังสร้างการเติบโตระยะยาว
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมของบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 ด้วยสัญญาณเชิงบวก ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง High Season โดยเฉพาะในพื้นที่ตลาดเชียงใหม่ที่ความต้องการเข้าพักฟื้นตัวและปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในช่วงปลายปีนี้ให้มีความคึกคัก
ความต้องการเดินทางดังกล่าวส่งผลให้โรงแรม Novotel Chiang Mai Nimman Journeyhub และโรงแรม ibis Chiang Mai Nimman Journeyhub มีอัตราการเข้าพัก ปรับตัวสูงขึ้นสอดรับกับดีมานด์ในพื้นที่ ขณะที่ยอดจองห้องพักล่วงหน้าสำหรับช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่ยังคงรักษาระดับได้ดี สะท้อนให้เห็นถึงโมเมนตัมการจองที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในพื้นที่เชียงใหม่
ขยายพอร์ต 2 โรงแรมใหม่ ปักหมุดภูเก็ต-สุขุมวิท ดันฐานรายได้ปี 2570
เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต บริษัทได้เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในทำเลที่มีศักยภาพสูง โดยเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง ภายใต้สิทธิ์แฟรนไชส์จากกลุ่ม Accor ได้แก่ โครงการ Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ (Soft Opening) ในช่วงปลายปี 2569 ก่อนที่จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2570
นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงแรมภายใต้แบรนด์ Handwritten Collection บริเวณสุขุมวิท 5 กรุงเทพมหานคร ซึ่งการเปิดตัวทั้ง 2 โครงการนี้ จะเข้ามาช่วยเพิ่มจำนวนห้องพักและขยายฐานรายได้ของกลุ่มบริษัทให้ครอบคลุมทั้งเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้จับตามาตรการ “ไทยเที่ยวไทย Plus” ของภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในปี 2570 โดยมองว่าหากภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการดึงดูดความต้องการเดินทางเข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวในช่วง Low Season ให้กลับมารายล้อมด้วยความคึกคักมากยิ่งขึ้น
รุกโมเดล Asset-Light สวมบทบริหาร TPO สร้างรายได้ประจำระยะยาว
นอกเหนือจากการลงทุนขยายพอร์ตโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองแล้ว BC ยังให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจผ่านโมเดลเบาการถือครองสินทรัพย์ หรือ Asset-Light Model โดยการเข้าไปรับบทบาทเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมในฐานะผู้บริหารจัดการภายนอก (Third-Party Operator: TPO) เพื่อมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ
การดำเนินงานในรูปแบบนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถดึงเครือข่ายและแบรนด์โรงแรมระดับสากลมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มศักยภาพการขยายพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ให้กับบริษัทในระยะยาว
“ปี 2570 บริษัทมองว่าการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเพิ่มฐานรายได้และกระจายแหล่งรายได้ไปยังหลายทำเลมากขึ้น ขณะเดียวกัน BC จะเดินหน้าต่อยอดศักยภาพด้านการบริหารโรงแรมและ Asset-Light Model เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้กับบริษัทอย่างมั่นคง ลดการพึ่งพิงรายได้ตามฤดูกาลท่องเที่ยว พร้อมสร้างการเติบโตจากธุรกิจ Hospitality และวางฐานการเติบโตในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว