CIL ชี้ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ดันโลกเดือด ไทยเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่ม 5,000 คน
Climate Impact Lab หรือ CIL จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเมินว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2569 อาจทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 451,000 คนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะประเทศไทยอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 คน (± 310 คน) ในช่วงเดือนกันยายน 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2570
การประเมินนี้มาจากรายงาน 451,000 at Risk: Where Action Can Save Lives During the Super El Niño ซึ่งจัดให้ไทยอยู่ในอันดับ 13 จาก 50 ประเทศที่คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วงหกเดือนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 5,000 คนเป็นค่ากลางจากแบบจำลองที่ประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของ “ปีปกติ” โดยใช้ค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2539-2568 เป็นฐาน ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดหรือจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ได้หมายความว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตรงตามประมาณการอย่างแน่นอน
แผนที่ความเสี่ยงยังแจกแจงข้อมูลของไทยครบทั้ง 77 จังหวัด โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสะสมมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร บุรีรัมย์ และขอนแก่น ส่วนประมาณการรายเดือนชี้ว่า ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงท้ายของกรอบคาดการณ์ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2570
CIL ระบุว่า ยังมีเวลาลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้หลายหมื่นคน หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลความเสี่ยงรายพื้นที่และรายช่วงเวลามาใช้วางมาตรการรับมือล่วงหน้า พร้อมจัดสรรเงิน บุคลากร และความช่วยเหลือไปยังพื้นที่เสี่ยงก่อนเกิดความสูญเสีย
ซูเปอร์เอลนีโญพาโลกเผชิญความร้อนที่คาดว่าจะเกิดในอีก 20 ปี
รายงานระบุว่า เอลนีโญรอบปัจจุบันเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2569 และคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือในปี 2570 โดยช่วงเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 อุณหภูมิบนพื้นดินทั่วโลกที่คำนวณโดยถ่วงน้ำหนักตามจำนวนประชากร มีแนวโน้มสูงกว่าปกติประมาณ 1.16 องศาเซลเซียส หรือราว 1.2 องศาเซลเซียส
ความร้อนระดับนี้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่แบบจำลองภูมิอากาศคาดว่าโลกจะเผชิญในอีกประมาณ 20 ปี และจะทำให้จำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ เอลนีโญจึงกำลังพาผู้คนไปเผชิญสภาพอากาศในอนาคต ก่อนที่หลายพื้นที่จะมีเวลาปรับตัวและเตรียมระบบป้องกัน
CIL ประเมินว่า ในช่วงเก้าเดือนแรกของเอลนีโญ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 451,000 คน โดยเฉพาะช่วงหกเดือนตั้งแต่กันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 239,000 คน (± 11,000 คน)
จำนวนผู้เสียชีวิตยังอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากประมาณการปัจจุบันครอบคลุมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 เท่านั้น ตามขอบเขตของข้อมูลพยากรณ์ตามฤดูกาลที่มีอยู่ขณะจัดทำรายงาน ขณะที่ CIL คาดว่าอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติและการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนอาจต่อเนื่องไปถึงกลางปี 2570 รวมถึงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม
การประเมินนี้อาศัยงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับการเสียชีวิตส่วนเกินในพื้นที่ 24,378 แห่งทั่วโลก โดยคำนึงถึงภูมิอากาศ ความเปราะบาง และความสามารถในการปรับตัวที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ จากนั้นจึงนำมาคำนวณร่วมกับข้อมูลพยากรณ์อุณหภูมิระยะยาวจากระบบ ECMWF SEAS5
แบบจำลองยังคำนึงถึงความไม่แน่นอนทั้งจากชุดพยากรณ์ 51 ชุด และจากความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับการเสียชีวิต ส่วนตัวเลขหลังเครื่องหมาย ± ในรายงานแสดงช่วงที่คำนวณจาก 1.96 เท่าของค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐาน
ไทยเสี่ยงเสียชีวิตจากความร้อนเพิ่ม 5,000 คน สูงเป็นอันดับ 13 ของโลก
CIL ประเมินว่า ไทยจะมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 คน (± 310 คน) ระหว่างเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 13 ของตาราง 50 ประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีประมาณการต่ำกว่าอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อินโดนีเซียมีประมาณการสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 19,300 คน (± 1,200 คน) ส่วนฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับ 9 ที่ 6,500 คน (± 410 คน) และเวียดนามอยู่ในอันดับ 11 ที่ 5,600 คน (± 320 คน) ขณะที่กัมพูชาอยู่ในอันดับ 25 ที่ 2,400 คน (± 120 คน) เมียนมาอยู่ในอันดับ 37 ที่ 1,200 คน (± 90 คน) และมาเลเซียอยู่ในอันดับ 50 ที่ 736 คน (± 90 คน)
ในรายงานฉบับหลัก CIL นำเสนอฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และกัมพูชาเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยประเมินว่าทั้งสี่ประเทศจะมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นรวม 19,400 คน (± 1,100 คน) ในช่วงหกเดือนดังกล่าว ส่วนอินโดนีเซียถูกนำเสนอแยกต่างหาก ทั้งนี้ ตัวเลขรายประเทศส่วนใหญ่ในตารางผ่านการปัดเศษ เมื่อนำมาบวกรวมกันจึงอาจไม่ตรงกับยอดรวมระดับภูมิภาค
เมื่อพิจารณาทั่วโลก ไนจีเรียมีประมาณการผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงที่สุดที่ 31,400 คน ตามด้วยอินโดนีเซีย 19,300 คน ซูดาน 17,500 คน อินเดีย 15,800 คน และบราซิล 13,300 คน จากภาพรวมนี้ CIL ประเมินว่า ความสูญเสียจากความร้อนในช่วงที่เหลือของปีจะกระจุกตัวอย่างหนักในกลุ่มประเทศโลกใต้ หรือ Global South
นครราชสีมา-อุบลฯ-กรุงเทพฯ เสี่ยงสูง จับตาตัวเลขพุ่งเดือนกุมภาพันธ์
แผนที่ของ CIL แสดงประมาณการผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเพิ่มขึ้นของไทยครบทั้ง 77 จังหวัด โดยในช่วงเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 นครราชสีมามีตัวเลขสะสมสูงที่สุดประมาณ 330 คน ตามด้วยอุบลราชธานี 310 คน กรุงเทพมหานคร 260 คน บุรีรัมย์ 240 คน และขอนแก่น 210 คน
จังหวัดที่มีประมาณการสูงรองลงมา ได้แก่ สุรินทร์ 180 คน ร้อยเอ็ดและสุพรรณบุรีจังหวัดละ 170 คน นครสวรรค์ 160 คน รวมถึงลพบุรีและศรีสะเกษจังหวัดละ 150 คน ทั้งหมดนี้เป็นประมาณการเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วงปีฐาน ไม่ใช่ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดของแต่ละจังหวัด
เมื่อแยกดูรายเดือน จะเห็นว่าความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงหกเดือน โดยทั้ง 10 จังหวัดที่มีประมาณการสะสมสูงที่สุดมีตัวเลขสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 เช่น นครราชสีมาเพิ่มจาก 40 คนในเดือนมกราคมเป็น 140 คนในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอุบลราชธานีเพิ่มจาก 37 คนเป็น 130 คน บุรีรัมย์เพิ่มจาก 30 คนเป็น 100 คน และขอนแก่นเพิ่มจาก 22 คนเป็น 82 คน
กรุงเทพฯ มีรูปแบบแตกต่างออกไป โดยในเดือนกันยายน 2569 แบบจำลองประเมินการเปลี่ยนแปลงไว้ที่ -13 คน เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนในช่วงปีฐาน ค่าติดลบนี้หมายถึงแบบจำลองคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนเดียวกัน 13 คน ไม่ได้หมายความว่าจำนวนผู้เสียชีวิตติดลบ ส่วนเดือนถัดมา ประมาณการเพิ่มเป็น 31 คนในเดือนตุลาคม 42 คนในเดือนพฤศจิกายน 57 คนในเดือนธันวาคม 68 คนในเดือนมกราคม และ 78 คนในเดือนกุมภาพันธ์
เมื่อนำตัวเลขรายจังหวัดบนแผนที่มารวมกัน ไทยมีประมาณการผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นราว 351 คนในเดือนกันยายน 750 คนในเดือนตุลาคม 630 คนในเดือนพฤศจิกายน 616 คนในเดือนธันวาคม 763 คนในเดือนมกราคม และ 1,889 คนในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขระดับจังหวัดผ่านการปัดเศษ ผลรวมรายเดือนและรายจังหวัดจึงอาจต่างจากยอดประมาณการระดับประเทศที่ 5,000 คนเล็กน้อย
ความแตกต่างระหว่างแต่ละเดือนเป็นเหตุผลที่รายงานเน้นย้ำว่า การรับมือความร้อนต้องใช้ข้อมูลที่ละเอียดทั้งรายพื้นที่และรายช่วงเวลา เพราะการรู้เพียงยอดรวมทั้งประเทศอาจไม่เพียงพอ หากช่วงเวลาที่เสี่ยงสูงสุดและพื้นที่ที่มีผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดเปลี่ยนแปลงไปตลอดกรอบพยากรณ์
ใช้ข้อมูลรายจังหวัดเตือนภัยและช่วยกลุ่มเปราะบางก่อนเกิดความสูญเสีย
CIL ระบุว่า การคาดการณ์ที่แยกตามพื้นที่และช่วงเวลาช่วยให้องค์กรพหุภาคีและองค์กรด้านมนุษยธรรมตัดสินใจได้ว่าจะจัดสรรเงินฉุกเฉินไปยังพื้นที่ใด ส่วนรัฐบาลระดับประเทศ ระดับรัฐ และระดับเมืองสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้จัดลำดับความสำคัญของพื้นที่และมาตรการที่ควรได้รับทรัพยากรก่อน
สำหรับไทย ข้อมูลรายจังหวัดและรายเดือนชี้ว่า การเตรียมรับมือต้องคำนึงถึงทั้งพื้นที่ที่มีประมาณการสะสมสูง เช่น นครราชสีมา อุบลราชธานี กรุงเทพฯ บุรีรัมย์ และขอนแก่น รวมถึงช่วงเวลาที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของกรอบพยากรณ์ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ฐานข้อมูล Adaptation Inventory ของ CIL รวบรวมมาตรการที่สามารถช่วยให้ประชาชนรับมือกับความร้อนจัดได้ ตั้งแต่การแจ้งเตือนความร้อน การเข้าถึงกลุ่มเปราะบางเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ การจัดพื้นที่คลายร้อนและจุดบริการน้ำดื่ม ไปจนถึงการคุ้มครองแรงงานและการเพิ่มขีดความสามารถของระบบสุขภาพ
รายงานยังยกตัวอย่างการจัดหาเงินทุนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ รวมถึงระบบเตือนภัยความร้อนและแผนรับมือที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบาง เพิ่มการเข้าถึงน้ำ และติดตามอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ตลอดจนการพยากรณ์อุณหภูมิให้แม่นยำขึ้นและการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีทำความเย็น
อย่างไรก็ตาม CIL ระบุว่า มาตรการหลายประเภทผ่านการประเมินผลเฉพาะในบางพื้นที่ จึงยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมว่ามาตรการใดได้ผลภายใต้ภูมิอากาศและระบบสุขภาพที่แตกต่างกัน การมีรายชื่อมาตรการเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ แต่ต้องรู้ด้วยว่าแต่ละพื้นที่ควรใช้มาตรการใดและในช่วงเวลาใด
รายงานเปรียบความร้อนจากซูเปอร์เอลนีโญครั้งนี้ว่าเป็นเสมือนภาพที่ส่งมาจากอนาคต เพราะอุณหภูมิที่ยังถือว่าผิดปกติในปัจจุบันอาจกลายเป็นระดับปกติในอีกไม่กี่ทศวรรษ สำหรับไทย ประมาณการผู้เสียชีวิตส่วนเกิน 5,000 คนและข้อมูลความเสี่ยงรายจังหวัดจึงเป็นทั้งคำเตือนถึงความเสี่ยงในระยะใกล้ และข้อมูลสำหรับวางแผนรับมือโลกที่ร้อนขึ้นในระยะยาว