โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สกลธี” จี้รื้อสัมปทาน 25 ปี “สิริพงศ์” รับทบทวน ปมกระเป๋าค้าง–บริการสะดุด

สยามรัฐ

อัพเดต 53 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 1 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด ของนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามสดถึงความบกพร่องในการให้บริการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากเหตุการณ์ปัญหาระบบการจัดการช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหากระเป๋าเดินทางล่าช้า การยกเลิกเที่ยวบิน และการยกเลิกบริการขนส่งสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในสายการบินแห่งชาติ พร้อมจี้ถามถึงมาตรการเยียวยาและชดเชยความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบที่ควรมีมากกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย

S 28418112 0

นายสกลธี กล่าวว่า ขอตั้งคำถามถึงกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลใน 3 ประเด็น1.เหตุใดกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหาสนั่นเมืองถึง 5 วัน ก่อนที่รัฐมนตรีจะลงพื้นที่ 2.เรียกร้องให้การบินไทยและรัฐบาลจ่ายชดเชยครอบคลุมถึงค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมจากการต่อเครื่องไม่ทัน โดยห้ามอ้างเหตุสุดวิสัยจากธรรมชาติ พร้อมใช้ระบบฐานข้อมูลติดต่อยื่นข้อเสนอชดเชยแก่ผู้เสียหายโดยตรง ('เชิงรุก') โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเดินทางมาร้องเรียนเอง และ3.ขอให้รัฐบาลทบทวนการอนุมัติสัญญาสัมปทานผู้ให้บริการภาคพื้นดินรายที่ 3 มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท (ผ่าน ครม. เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569) ที่เตรียมลงนามระยะยาวถึง 25 ปี โดยมองว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไปสำหรับสัญญาประเภทการให้บริการ พร้อมจี้เปิดเผย KPI ต่อสาธารณะเพื่อป้องกันปัญหาผูกขาด

S 28418111 0

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า กระทรวงคมนาคมพยายามอย่างเต็มที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.), สถาบันการบินพลเรือน, กองทัพอากาศ และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานภาพของการบินไทยเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องพึ่งพาภาครัฐอีกต่อไป แต่มีสถานะเป็นบริษัทเอกชนที่ต้องพยายามพึ่งพาตนเอง และลดภาระของภาครัฐและประชาชนให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังถือเป็นสายการบินแห่งชาติ กระทรวงคมนาคมจึงมองว่าต้องเข้าไปช่วยเหลือเพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศ เพราะการบินไทยจะมองแค่เรื่องผลกำไรหรือขาดทุนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังมีภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ที่ต้องแบกรับไว้
สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องการให้บริการขนถ่ายสัมภาระของการบินไทยที่ล่าช้ากว่าผู้ให้บริการรายอื่น เนื่องจากสัญญาเดิมไม่มีการระบุบทลงโทษหรือค่าปรับเหมือนรายอื่นนั้น รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า ประเด็นนี้กระทรวงฯ รับไปพิจารณาทบทวนสัญญาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนถ่ายสัมภาระภายในสนามบินปัจจุบันมี 3 ราย 1.การบินไทย (สัญญายังไม่หมดอายุ) 2.บีเอฟเอส (BFS) (สัญญาใกล้หมดอายุ) และ3.ออสการ์ (OSCAR) (อยู่ระหว่างการลงนามสัญญา) สาเหตุที่การบินไทยได้สัญญาสัมปทานระยะยาวกว่ารายอื่น เนื่องจากเป็นการทำสัญญาตั้งแต่มุมมองในอดีตขณะที่ยังเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากจะไปปรับแก้สัญญาในทันทีอาจเป็นการละเมิดสัญญาได้ แต่เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่กลไกการแข่งขันในตลาด สัญญาของการบินไทยจะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมในอนาคตอย่างแน่นอน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับความรับผิดชอบและการเยียวยาผู้โดยสารว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้ทำหน้าที่เต็มที่ในการเสนอตัวเข้าไปประสานและระดมความช่วยเหลือ แต่ประเด็นเรื่องมาตรการรับผิดชอบและการชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ใช้บริการโดยตรงนั้น เป็นกลไกการตัดสินใจของคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยที่จะเป็นผู้พิจารณาตามเหมาะสมต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...