โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ภคมน’ ตอกกลับ ‘กรวีร์’ ใครกันแน่ไม่ยอมถอย ปมถกกรอบเวลาซักฟอก

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 21.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'ภคมน' จี้ 'กรวีร์' พูดความจริงให้จบ ชี้ 'รัฐบาล' พยายามบีบกรอบวันซักฟอกตามความสะดวกตัวเอง ตอกกลับ 'ใครกันแน่ไม่ยอมถอย'

23 ตุลาคม 2569 - น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปวันและกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้หลังการประชุมเมื่อวันที่ 21-22 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ควรพูดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายตามความสะดวกของตัวเอง และบีบให้ฝ่ายค้านต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหนังสือแจ้งมติ ครม. มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่รัฐบาลพร้อมรับการอภิปราย ก่อนที่จะมีการหารือร่วมกันของวิปทั้ง 3 ฝ่าย แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับกำหนดกรอบเวลาที่ ครม. สะดวก แล้วพยายามให้สภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ ต้องดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

"หากเรามองกันให้ดี จะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ที่เข้ามาแทรกแซงและบั่นทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ มาโดยตลอด เรื่องนี้ไม่ใช่เกมเด็กดื้อ หรือฝ่ายค้านใจแคบอย่างที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร แต่ต้องตั้งคำถามว่าคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริง ๆ อาจไม่ใช่คนที่นั่งอยู่ในห้องเจรจาก็ได้" น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงในการเจรจาคือ ฝ่ายค้านยืนยันว่าหากต้องอภิปรายในสัปดาห์หน้า จำเป็นต้องใช้เวลา 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง เพราะเตรียมข้อมูลและวางแผนการอภิปรายไว้ตามกรอบเวลาดังกล่าวแล้ว หากต้องลดจำนวนวัน ลดเวลา หรือลดจำนวนผู้อภิปราย ย่อมต้องกลับไปหารือกันภายในพรรค นำข้อมูลมาจัดสรรใหม่ และประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านจึงเสนอทางออกว่า หากรัฐบาลต้องการลดเวลาการอภิปรายเหลือ 4 วัน ก็ควรเลื่อนไปเป็นช่วงต้นเดือน พ.ย. หรือสัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. เพื่อให้มีเวลาปรับแผนและพูดคุยกับทุกฝ่าย แต่ฝ่าย ครม. ยืนยันว่าไม่มีช่วงเวลาอื่นที่สะดวก และต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น

"ถ้าฝ่ายค้านเสนอว่า สัปดาห์หน้าต้องได้ 5 วัน แต่ถ้าจะเหลือ 4 วัน ก็ขอเป็นสัปดาห์อื่น นี่คือการเสนอทางเลือกเพื่อหาทางออก แต่ฝ่าย ครม. ยืนยันว่าไม่มีช่วงไหนว่างเลย ต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น แล้วใครกันแน่ที่ไม่ยอมถอย" น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุมว่า แทนที่จะวางตัวเป็นกลางและช่วยประสานให้ทุกฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกัน กลับมีท่าทีใช้อำนาจกดดันคู่เจรจา ทั้งการขู่ว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ไม่ต้องหารือ และการแสดงท่าทีพร้อมปิดการประชุม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งควรให้ความสำคัญกับการรักษาบรรยากาศการเจรจาและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายหาทางออก มากกว่าการแสดงบทบาทเสมือนเป็นตัวแทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

"ตัวแทนที่มาประชุมในฐานะวิป ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ควรจะมาหาทางออกร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ทำให้วงเจรจากลายเป็นเวทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจกดดันอีกฝ่าย เพราะนี่คือการหารือเพื่อให้กลไกของสภาฯ เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่การเอาชนะกันทางการเมือง" น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการหารือวันที่ 22 ต.ค. แม้จะมีข้อเสนอจากฝ่ายรัฐบาลให้เพิ่มวันอภิปราย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ในช่วงบ่าย ไปจนถึงวันที่ 29 ต.ค. แต่เมื่อเริ่มประชุมในช่วงบ่ายวันแรก กรอบเวลาดังกล่าวก็ไม่ใช่การอภิปรายเต็ม 4 วันตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง ฝ่ายค้านจึงยังเห็นว่ากรอบเวลาที่เสนอยังไม่เพียงพอกับเนื้อหาและจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายรวม 18 คน

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า เมื่อการหารือไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ และประธานที่ประชุมยังคงใช้ท่าทีกดดัน ฝ่ายค้านจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุม อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าก่อนตัดสินใจเดินออกจากที่ประชุม ฝ่ายค้านได้พยายามเสนอทางเลือกและหาทางออกร่วมกันมาโดยตลอด

"การวอล์กเอาต์ไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้านไม่ต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการยืนยันว่าเราไม่ควรถูกบีบให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดฝ่ายเดียว การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญที่ประชาชนใช้ตรวจสอบผู้มีอำนาจ รัฐบาลจึงควรเปิดโอกาสให้การตรวจสอบเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่พยายามจำกัดเวลาเพียงเพราะตารางเวลาของตัวเองไม่เอื้ออำนวย" น.ส.ภคมน กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...