โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รพ.สธ.หนี้สูญปีละหลายพันล้าน หนุน ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ซื้อประกันต่างชาติ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 ต.ค. เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. เวลา 08.54 น.

จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (บอร์ด ท.ท.ช.) เดินหน้าจัดเก็บ ‘ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ในอัตรา 450 บาท/คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่เคยศึกษาไว้ 300 บาท/คน/ครั้ง คาดดีเดย์เริ่มเก็บทางอากาศในปี 2570 โดยเม็ดเงินที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ จะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนงานศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยว

รพ.สธ.หนี้สูญปีละหลายพันล้านบาท

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เคยสำรวจเบื้องต้นจากโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)กว่า 30 แห่ง พบว่า มีหนี้สูญปีละหลายพันล้านบาท จึงสนับสนุนให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หากมีรายได้เข้ากองทุน ที่จะมาสนับสนุนเรื่องการซื้อประกันภัย หรือประกันสุขภาพ ก็อยากให้มีประกันตรงนี้ให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่ไม่ได้เข้ามาทำงาน ให้มีสิทธิตรงนี้ เพราะคือการเปลี่ยนความเสี่ยงของการชำระเงินค่ารักษาพยาบาล จากที่อยู่ที่รพ.เป็นที่บริษัทรับประกันภัย หรือประกันสุขภาพ

“เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2569 ผมได้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก็ได้มีการพูดถึงความเป็นห่วงในเรื่องร่างประกาศต่างๆไปบ้างแล้วว่าสธ.มีความกังวลในเรื่องใด แต่ก็สนับสนุนให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ”นายพัฒนากล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ในการประชุมหารือแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานนั้น นายพัฒนา นำเสนอข้อมูลปี 2567 จากโรงพยาบาล 32 แห่ง พบว่า มียอดเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติรวม 16,957 ล้านบาท แต่ได้รับเงินจริง 9,935 ล้านบาท มีส่วนต่างระหว่างยอดเรียกเก็บกับยอดที่ได้รับจริง 7,022 ล้านบาท

สธ.ดันเมดิคัลอีโคโนมีสอดรับความสนใจธนาคารโลก

ถามถึงการประชุมประจำปีสภากองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารโลก (world bank) ให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ หรือเมดิคัลอีโคโนมี (Medical Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนก็อาจจะมีโอกาสพูดคุยหารือกับสถาบันการเงินต่างๆเพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเมดิคัลอีโคโนมี

นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า บริษัทยา บริษัทเครื่องมือแพทย์ บริษัทผลิตเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ล้วนมีผู้ถือหุ้นเป็นบริษัท สถาบันการเงิน เป็นนักลงทุนเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมาการที่ได้พูดคุยกับผู้ปฏิบัติ คือ บริษัท และถ้ามีโอกาสได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่กุมเงิน ลงทุน หรือขับเคลื่อนนโยบายของบริษัทนั้นๆ สามารถชี้แจงให้เห็นถึงนโยบาย ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเมดิคัลอีโคโนมี ก็คงจะทำให้การดำเนินการของบริษัทที่มาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมีความก้าวหน้า ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

"หากมีโอกาสก็จะพยายามใช้เวทีประชุม IMF–World Bank นำเสนอนโยบายเมดิคัลอีโคโนมีของสธ.เข้าไปหารือกับสถาบันการเงิน”นายพัฒนากล่าว

เฉพาะ 3 ประเทศเก็บไม่ได้ 2,300 ล้าน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะประชากร 3 ประเทศเพื่อนบ้านชายแดน ทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา ในปีงบประมาณ 2567 เข้ามาใช้บริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนทั้งสิ้น 8.7 แสนครั้ง

  • 19.3% เป็นคนต่างด้าวที่มีประกันสุขภาพเอกชน หรือ ชำระค่ารักษาพยาบาลเอง
  • 16.8% เป็นคนต่างด้าวที่ใช้สิทธิผ่านกองทุนบุคคลที่มีปัญหาสถานะ และสิทธิหรือบุคคลไร้รัฐ (ท.99)
  • 6.8% เป็นคนต่างด้าวที่ใช้สิทธิผ่านกองทุนประกันสังคม
  • และมีเพียง 4.3 %ที่ใช้สิทธิ ผ่านกองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าว และแรงงานต่างด้าว

ส่วนใหญ่หรือ 52.8% เป็นคนต่างด้าว ที่เข้ามาใช้บริการที่สามารถชำระค่ารักษาได้บางส่วนหรือไม่สามารถชำระค่ารักษาได้ และคนต่างด้าวที่ไม่ระบุสิทธิ

เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เรียกเก็บไม่ได้จากคนต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนไทย พบว่า ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีมูลค่าถึง 2,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ถึง 12.6% โดยกว่า 76.3% ของมูลค่าดังกล่าวมาจากพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีจำนวนคนต่างด้าวเข้ามารับบริการมากที่สุด เมื่อเทียบกับชายแดนอื่น

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชากรต่างด้าวที่เรียกเก็บไม่ได้ จำแนกตามรายชายแดนต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เรียกเก็บไม่ได้ของชายแดนทั้งหมด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567

  • ชายแดนไทย-เมียนมา 76.3 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 570,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 1,800 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-กัมพูชา 12 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 160,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 277 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-ลาว 7.8 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 100,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 180 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-มาเลเซีย 4 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 41,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 93 ล้านบาท

ตัวเลขที่สธ.ไม่สามารถเก็บเงินกรณีรักษาต่างด้าวได้เฉลี่ยอยู่ที่ราวปีละ 2,565 ล้านบาท โดยเพิ่มสูงไปที่ 3,500 ล้านบาทในปี 2564 และปี 2565ที่มีสถานการณ์โควิด19 ระบาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...