โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

น้ำตาลในเลือดพุ่งไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไป

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 ต.ค. เวลา 08.36 น.
น้ำตาลในเลือดพุ่งไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไป ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ร่างกายคนสุขภาพดี “น้ำตาลขึ้นหลังอาหาร” เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรกังวลคือระดับน้ำตาลที่สูงอยู่นานผิดปกติ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์เรื่อง “น้ำตาลในเลือด” กลายเป็นเรื่องที่คนรักสุขภาพให้ความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางคนหันมาใส่อุปกรณ์ติดตามระดับน้ำตาลตลอดทั้งวัน ขณะที่บางคนตัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว หรือพาสต้า ออกจากมื้ออาหาร เพราะกังวลว่าน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงหลังรับประทานอาหาร

แนวคิดเรื่องการหลีกเลี่ยง “blood sugar spike” หรือภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่ง ได้รับความนิยมอย่างมากจากหนังสือ พอดแคสต์ และคอนเทนต์สายสุขภาพจำนวนไม่น้อย จนบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจว่า การที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหารเป็นเรื่องอันตราย และอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ฮอร์โมนแปรปรวน สิว อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงโรคเรื้อรัง

แต่ผู้เชี่ยวชาญกำลังชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่น้ำตาลในเลือดพุ่งจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวล

ทำไมกินอาหารแล้วน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น?

เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะย่อยอาหารเหล่านี้ให้กลายเป็นกลูโคส ก่อนดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นชั่วคราว

เมื่อระดับน้ำตาลสูงขึ้น ตับอ่อนจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมา เพื่อช่วยนำกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายและนำไปใช้เป็นพลังงาน

ดังนั้น การที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหาร จึงเป็น กลไกตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ใช่สิ่งผิดปกติโดยตัวมันเอง

นอกจากนี้ อาหารไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น การออกกำลังกายอย่างหนักก็สามารถทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้เช่นกัน เพราะระหว่างออกแรง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอย่างอะดรีนาลีน ซึ่งส่งสัญญาณให้ตับปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เพื่อเป็นพลังงานให้กล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน

น้ำตาลในเลือดพุ่งแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?

สำหรับคนที่มีสุขภาพดี การที่น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังอาหารถือเป็นการตอบสนองทางสรีรวิทยาตามปกติ

โดยทั่วไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะขึ้นสูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงและกลับเข้าสู่ระดับเดิมภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

ดังนั้น หากน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นชั่วคราวแล้วกลับลงมาเป็นปกติในคนที่ระบบเผาผลาญทำงานตามปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นเรื่องอันตราย

สิ่งที่น่าจับตามองมากกว่าคือ ระดับน้ำตาลที่ยังสูงอยู่นานกว่าที่ควรจะเป็น

เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งหมายถึงร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ลดลง และหากเกิดขึ้นต่อเนื่องก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานชนิดที่ 2

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังมองว่า หลักฐานในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า “น้ำตาลในเลือดสูง” เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะดื้อต่ออินซูลิน

อีกคำอธิบายหนึ่งคือ เมื่อเรารับประทานพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ พลังงานส่วนเกินสามารถถูกเปลี่ยนและสะสมในรูปไขมัน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2

แล้วเครื่องวัดน้ำตาลแบบติดตัวจำเป็นแค่ไหน?

สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน การตรวจติดตามระดับน้ำตาลเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ และหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้กันคือ Continuous Glucose Monitor หรือ CGM ซึ่งสามารถติดตามระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับกลูโคสได้ตลอดทั้งวัน

แต่ปัจจุบัน CGM กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานด้วย โดยมักใช้เพื่อดูว่าอาหารแต่ละชนิดทำให้ระดับน้ำตาลของตัวเองเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่า สำหรับคนสุขภาพดีที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน การใช้อุปกรณ์เหล่านี้อาจไม่ได้มีประโยชน์ชัดเจนเพียงพอที่จะจำเป็นต้องใช้เป็นประจำ

งานวิจัยหนึ่งพบว่า คนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานมีระดับน้ำตาลอยู่ในช่วงที่ถือว่าปกติถึงประมาณ 96% ของเวลา ขณะเดียวกัน การติดตามระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่องอาจทำให้บางคนกังวลกับตัวเลขมากเกินไป และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินที่ไม่จำเป็น

นักวิจัยยังระบุว่า ขณะนี้ยังขาดหลักฐานคุณภาพสูงและสม่ำเสมอที่ยืนยันว่า การใช้ CGM ในคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานสามารถทำให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น

กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์มากกว่าคือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะงานวิจัยระยะแรกเริ่มชี้ว่า การติดตามระดับกลูโคสอาจช่วยระบุคนที่มีความเสี่ยงสูงได้ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

ไม่ต้องกลัวคาร์โบไฮเดรต แต่ควรกินให้สมดุล

แม้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลหลังอาหารจะเป็นเรื่องปกติ และในคนสุขภาพดีไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่การเลือกอาหารที่ช่วยให้ระดับน้ำตาลเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็ยังมีประโยชน์

เหตุผลหนึ่งคือ หากระดับน้ำตาลลดลงอย่างรวดเร็วหลังมื้ออาหาร อาจทำให้รู้สึกหิวเร็วขึ้น และนำไปสู่การรับประทานพลังงานมากขึ้นโดยรวม

อาหารแต่ละประเภทส่งผลต่อระดับน้ำตาลแตกต่างกัน อาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงอาหารที่มีโปรตีน สามารถช่วยให้อิ่มนานขึ้น ขณะที่คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวหรืออาหารที่ผ่านการขัดสีมาก เช่น ขนมปังขาวและข้าวขาว จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็วกว่า

แม้แต่ “ลำดับการกิน” ก็อาจมีส่วนช่วยได้ งานวิจัยบางส่วนพบว่า การรับประทานโปรตีนและผักก่อนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาจช่วยลดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้

หลักง่าย ๆ คือ พยายามจัดมื้ออาหารให้มีทั้ง โปรตีน ผักหรืออาหารที่มีใยอาหาร และไขมันดี เพราะองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยชะลอการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนัก

ไม่มีอาหารมื้อไหนส่งผลเหมือนกันกับทุกคน

อีกเรื่องที่ควรจำไว้คือ ร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารไม่เหมือนกัน แม้แต่คนคนเดียวกัน ระดับน้ำตาลหลังรับประทานอาหารในแต่ละวันก็อาจแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การนอนหลับ ความเครียด ระดับกิจกรรมทางกาย และประเภทของอาหารที่รับประทาน

ดังนั้น การเห็นตัวเลขน้ำตาลเพิ่มขึ้นหลังอาหารเพียงครั้งเดียว จึงไม่ได้หมายความว่าร่างกายกำลังมีปัญหา

ในทางกลับกัน การพยายามหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตอย่างเข้มงวดก็อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะเมื่อเรางดคาร์โบไฮเดรตไปช่วงหนึ่ง แล้วกลับมารับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ระดับน้ำตาลอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติได้

ที่สำคัญ คาร์โบไฮเดรตยังเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล การตัดอาหารบางกลุ่มออกไปทั้งหมดอาจทำให้เราพลาดอาหารที่มีประโยชน์โดยไม่จำเป็น

สิ่งที่ควรกังวลอาจไม่ใช่ “น้ำตาลพุ่ง” แต่คือภาพรวมของการกิน

กระแสเรื่อง blood sugar spike อาจทำให้เรารู้สึกว่าทุกครั้งที่ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นคือสัญญาณอันตราย แต่สำหรับคนสุขภาพดี การที่น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหารเป็นกลไกปกติของร่างกาย

สิ่งสำคัญกว่าการพยายามทำให้กราฟน้ำตาล “นิ่งตลอดเวลา” คือการมองภาพรวมของอาหารและพฤติกรรมสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้สมดุล เคลื่อนไหวร่างกาย นอนหลับให้เพียงพอ และควบคุมปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มในอาหาร

เพราะในขณะที่เรายังมีคำถามอีกมากเกี่ยวกับประโยชน์ของการติดตามระดับน้ำตาลในคนสุขภาพดี สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนกว่าคือ คนส่วนใหญ่ยังรับประทาน น้ำตาลเติมเพิ่ม (added sugar) มากเกินไป

ดังนั้น แทนที่จะหมกมุ่นกับการหลีกเลี่ยงน้ำตาลทุกครั้งที่มันเพิ่มขึ้นหลังอาหาร การลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเติมเพิ่มลง อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...