โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจ Visa ชี้คนต้องการใช้ Stablecoin หากมีความปลอดภัยเทียบเท่าธนาคาร

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผลสำรวจล่าสุดจาก Visa เผยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวอเมริกันที่กระหายการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ ทว่ายังคงกังวลด้านความปลอดภัย โดยชี้ชัดว่าหากมีการนำระบบป้องกันการทุจริตและคุ้มครองเงินฝากมาตรฐานเดียวกับธนาคารพาณิชย์มาปรับใช้ จะเป็นแรงส่งสำคัญให้ความต้องการใช้งาน Stablecoin ทะยานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการเตรียมบังคับใช้กฎหมาย GENIUS Act ในต้นปี 2570 ขณะเดียวกันฝั่งยุโรปกฎระเบียบ MiCA กำลังบีบให้เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ ท่ามกลางการผงาดของเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์ซึ่งกวาดส่วนแบ่งตลาดไปกว่า 2.6 แสนล้านดอลลาร์

บริษัทด้านการชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างลูกค้าในสหรัฐอเมริกาจำนวน 2,192 ราย ซึ่งจัดทำโดยสถาบัน Morning Consult ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการโอนเงินข้ามประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาช่องทางที่รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าระบบการเงินดั้งเดิม

ประเด็นสำคัญคือ ระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อตัวผู้ให้บริการ มีน้ำหนักมากกว่าความล้ำสมัยของตัวเทคโนโลยีเอง กล่าวคือผู้ตอบแบบสอบถามเกือบสองในสาม หรือร้อยละ 64 ยอมรับว่าความไว้วางใจขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้นำเสนอวิธีการชำระเงินนั้นๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากผู้ให้บริการทางการเงินในระบบปัจจุบันหันมาเปิดให้บริการ Stablecoin ความเต็มใจในการใช้งานของภาคประชาชนจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36 เป็นร้อยละ 45 ทันที ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการจำลองสถานการณ์สมมติว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองจากการทุจริตและการรับประกันเงินฝากในระดับเดียวกับมาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ ความสนใจที่จะใช้งานจะพุ่งกระฉูดขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 56 เลยทีเดียว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ สืบเนื่องจากภาคธุรกิจกำลังเตรียมความพร้อมรับมือการบังคับใช้ร่างกฎหมาย Guiding and Establishing National Innovation for US Stablecoins หรือ GENIUS Act ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 ภายหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินระดับแนวหน้าของสหรัฐฯ ได้พิจารณาและสรุปกฎเกณฑ์ขั้นสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของสถาบันการเงินทั่วไป สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Stablecoin ในปัจจุบันยังขาดกลไกคุ้มครองความเสียหายจากการฉ้อโกง อีกทั้งยังไม่ครอบคลุมอยู่ภายใต้การรับประกันเงินฝากของบรรษัทประกันเงินฝากแห่งรัฐ (FDIC) ที่น่าสังเกตคือ ภายใต้กรอบกฎหมาย GENIUS Act ที่กำลังจะมาถึงนั้น แม้จะมีการวางแนวทางปฏิบัติเพื่อสกัดกั้นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด แต่เป็นที่คาดการณ์ว่าบรรดาเหรียญ Stablecoin ในสหรัฐฯ ก็จะยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการคุ้มครองเงินฝากจาก FDIC หรือมีมาตรการชดเชยการทุจริตที่เทียบเท่าระบบธนาคารแต่อย่างใด

ในอีกมุมหนึ่งข้ามฝั่งไปยังทวีปยุโรป ระบบธนาคารกลางยุโรป (European System of Central Banks) ได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุก โดยเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎเกณฑ์ที่บังคับให้ผู้ออก Stablecoin ต้องเก็บเงินสำรองอย่างน้อยร้อยละ 30 ไว้ในรูปแบบเงินฝากธนาคาร หรือร้อยละ 60 สำหรับโทเคนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มมีนัยสำคัญ กลุ่มธนาคารกลางผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้เกณฑ์ประเมินสภาพคล่องของสินทรัพย์แทน อันเป็นผลมาจากความกังวลอย่างหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดวิกฤตหากผู้ใช้งานแห่ถอนเงินพร้อมกันอย่างฉับพลัน

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นผลพวงจากการบังคับใช้กฎระเบียบ Markets in Crypto-Assets (MiCA) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเริ่มคุมเข้มอุตสาหกรรม Stablecoin มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2567 ข้อมูลจาก Decta ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน ระบุว่ามูลค่าตลาดของ Stablecoin สกุลเงินยูโรที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ ได้เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงระหว่างปี 2568 ถึง 2569 ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันของ MiCA

โดยภาพรวมแล้วเมื่อพิจารณาพลวัตของตลาดโลก โทเคนคริปโตที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐอย่าง USDC และ USDT ยังคงครองแชมป์เบอร์หนึ่งและทิ้งห่างคู่แข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น ด้วยมูลค่าตลาดรวมกันสูงถึงประมาณ 2.6 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินมหาศาลยังคงไหลเวียนอยู่ในระบบนิเวศของดอลลาร์ และยิ่งตอกย้ำว่าหากสหรัฐฯ สามารถคลอดเกณฑ์การคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความกังวลของนักลงทุนรายย่อยได้เมื่อใด ตลาดการเงินโลกอาจถึงคราวต้องจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ครั้งใหญ่อีกระลอก

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...