โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปข้อคิดสำคัญ 5 ประการ "Bangkok Dialogue Notes" จากประชุม IMF World Bank 2026

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เอกนิติ สรุป 5 ข้อคิดจากเวที IMF-WBG 2026 ชู 4 เสาหลักความร่วมมือโลก ทั้ง AI การค้า เศรษฐกิจสีเขียว และสังคมสูงวัย มุ่งเพิ่มโอกาสและสร้างความเข้มแข็งให้คนไทย ธุรกิจ และชุมชน

"Bangkok Dialogue Notes" เปิดข้อสรุปแนวคิดจากการประชุม IMF World Bank 2026

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยสาระสำคัญจาก “Bangkok Dialogue Notes” ซึ่งรวบรวมข้อคิดจากการหารือและการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้กำหนดนโยบาย องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และผู้เสนอแนวคิดจากหลากหลายวงการ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นความร่วมมือที่เกิดผลจริง จากการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

พร้อมย้ำว่าการประชุมที่กรุงเพทฯ ครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงการเป็นเจ้าภาพที่ดีของประเทศไทย แต่ยังเป็นโอกาสในการชวนให้โลกแลกเปลี่ยนแนวคิด แบ่งปันบทเรียนจากประสบการณ์ของแต่ละประเทศ และร่วมกันนำเสนอแนวทางรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ การเชื่อมโยงความร่วมมือจากภูมิภาคสู่โลก จากโลกสู่ประเทศ และจากประเทศสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและประชาชน

สรุป 5 ข้อคิดสำคัญจากเวทีประชุมที่กรุงเทพฯ "Bangkok Dialogue Notes"

1. ประเทศจะเข้มแข็งได้ คนต้องรับมือและไปต่อได้ ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสทำงาน และระบบคุ้มครองทางสังคม

การช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ต้องช่วยให้ประชาชนและธุรกิจปรับตัวได้ด้วย ทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสในการทำงาน และระบบคุ้มครองทางสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดเส้นทางของตนเอง

2. ความร่วมมือระหว่างประเทศต้องสร้างประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้และกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความไว้วางใจ

การเปิดกว้างและความร่วมมือกับต่างประเทศจะดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน เมื่อประชาชนเห็นว่าความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้ชีวิตและธุรกิจของตนดีขึ้น และผลประโยชน์กระจายอย่างทั่วถึง ดังนั้น ความไว้วางใจระหว่างประเทศจึงมีรากฐานสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมั่นของประชาชนภายในประเทศด้วย

3. การค้า การลงทุน และเทคโนโลยีต้องช่วยเพิ่มทักษะแรงงาน เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจไทย และยกระดับความสามารถในการผลิต

ความสำเร็จของการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ไม่ควรวัดเพียงมูลค่าเงินลงทุนหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าประชาชนได้รับทักษะอะไร ธุรกิจไทยแข็งแกร่งขึ้นอย่างไร ความรู้และความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมถึงชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นเพียงใด

4. เริ่มจากความร่วมมือที่ทำได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายผลสู่ความร่วมมือระดับใหญ่

ความร่วมมือระดับภูมิภาคหรือความร่วมมือเฉพาะเรื่องช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ลงมือแก้ปัญหาร่วมกัน เรียนรู้ว่าวิธีใดได้ผล และค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่น เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ก็สามารถขยายผลไปสู่กติกาและความร่วมมือที่กว้างขึ้น เพื่อเสริมสร้างระบบพหุภาคีให้เข้มแข็ง

5. ประเทศที่มีบทบาทระดับกลาง (Middle Powers) สามารถเชื่อมประเทศต่างภูมิภาค

ประเทศที่มีบทบาทระดับกลางในเวทีโลก หรือ Middle Powers สามารถเชื่อมโยงประเทศจากภูมิภาคต่าง ๆ และชักชวนให้ร่วมมือกันในประเด็นที่มีประโยชน์ร่วมกัน โดยมีสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย ช่วยกำหนดมาตรฐานร่วม เตรียมโครงการให้พร้อม แบ่งรับความเสี่ยง และขยายแนวทางที่ได้ผลไปยังประเทศอื่น

จากข้อคิดสู่การลงมือทำผ่าน 4 เสาหลัก

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อคิดเหล่านี้เชื่อมโยงกับ 4 เสาหลักของกิจกรรมที่ประเทศไทยจัดขึ้นในฐานะเจ้าภาพ โดยมีคำถามสำคัญร่วมกันว่า จะใช้ความร่วมมือกับโลกช่วยให้คนและธุรกิจ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างไร

เสาที่ 1: ดิจิทัลและ AI ที่คนใช้ประโยชน์ได้และไว้ใจได้

การสร้างอนาคตดิจิทัลต้องทำมากกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือพัฒนา AI ให้มีความสามารถสูงขึ้น แต่ต้องช่วยให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับชีวิตและการทำงานได้จริง

Small AI หรือเครื่องมือ AI ที่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวันและมีราคาที่เข้าถึงได้ สามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพและการศึกษา ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างงานที่มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น

ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะยังช่วยให้ภาครัฐส่งความช่วยเหลือได้ตรงจุด และช่วยให้ SMEs เข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินภายใต้แนวคิด Connect the Dots โดยทีมประเทศไทย ซึ่งเป็นกรอบหลักในการร่วมป้องกันและสกัดกั้นภัยทางการเงินดิจิทัล และได้ต่อยอดไปสู่ Bangkok Blueprint จะช่วยให้ประชาชนใช้ระบบการเงินดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

ดังนั้น คุณค่าของ AI จึงไม่ได้อยู่เพียงว่า AI มีความสามารถมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า AI ช่วยให้คนเก่งขึ้นได้มากเพียงใดและทั่วถึงแค่ไหน

เสาที่ 2: การค้าและการลงทุนที่เพิ่มทางเลือกและสร้างความสามารถให้คนในประเทศ

การรับมือกับโลกที่แบ่งขั้วควรเริ่มจากการกระจายความเสี่ยง ทั้งแหล่งจัดหา ตลาด เทคโนโลยี และประเทศคู่ค้า เพื่อให้มีทางเลือกมากขึ้นเมื่อเกิดปัญหา

ขณะเดียวกัน การลงทุนจากต่างประเทศควรช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพ พัฒนา SMEs เพิ่มทักษะ และสร้างนวัตกรรมภายในประเทศ

การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาคจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยอาเซียนสามารถนำแนวคิดนี้ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านการเปิดโอกาสให้ภาคบริการเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น การพัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดน และโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid

เพราะยิ่งโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ก็ยิ่งจำเป็นต้องมีทางเลือกมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนเงินลงทุนให้กลายเป็นความสามารถของคนในประเทศ

เสาที่ 3: เศรษฐกิจสีเขียวที่ช่วยลดความเสี่ยง และเงินทุนที่ไปถึงคนที่ต้องปรับตัว

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย โดยพลังงานสะอาด โครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งขึ้น และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีราคาผันผวน

ขณะเดียวกัน กลไกทางการเงินระดับภูมิภาคสามารถช่วยเสริมความพยายามระดับโลก ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ

การดำเนินการให้เกิดผลจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจจากคนในพื้นที่ ให้ประชาชนเห็นประโยชน์และมีส่วนร่วม รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรอย่างเหมาะสม

เสาที่ 4: อายุยืนขึ้น ต้องมีโอกาสและความมั่นคงมากขึ้นด้วย

การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นควรเป็นโอกาสของประชาชน ดังนั้น การจัดการด้านการศึกษา การทำงาน สุขภาพ การออม และการคุ้มครองทางสังคม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ความร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยให้แต่ละประเทศเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้อย่างมั่นคง

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนขึ้น แต่ต้องมีโอกาสและความมั่นคงตลอดช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วย

สิ่งที่ไทยร่วมเสนอต่อโลก และสิ่งที่ต้องทำต่อ

นายเอกนิติ ระบุว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และโครงสร้างประชากรที่แตกต่างจากเดิม

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายไม่ได้มีเพียงการแบ่งขั้วระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่องว่างทางโอกาสภายในแต่ละประเทศ ระหว่างคนที่ได้รับประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงกับคนที่ปรับตัวไม่ทัน

ธุรกิจขนาดใหญ่อาจเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดใหม่ได้รวดเร็วกว่า SMEs ขณะที่บางชุมชนยังขาดเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถคว้าโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงได้

ความเข้มแข็งไม่ได้เกิดจากการอยู่ลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือที่ไว้ใจกัน และช่วยให้ผู้คนมีทางเลือกมากขึ้น โจทย์จึงไม่ใช่แค่ว่าจะเปิดประเทศมากขึ้นหรือพึ่งพาตนเองมากขึ้น แต่คือเราจะเชื่อมต่อกับโลกอย่างไร ให้ประเทศและประชาชนเข้มแข็งขึ้นจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...