โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง รับทุน 23.84 ล.พัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วม “แม่น้ำสาย–แม่น้ำรวก”

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รองโฆษกรัฐบาล เผย เดินหน้าความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้างรับทุน23.84ล้านบาทพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วม“แม่น้ำสาย–แม่น้ำรวก”พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนด้านน้ำในภูมิภาค

วันนี้(6ตุลาคม2569)นางสาวลลิดาเพริศวิวัฒนารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้างประจำปีพ.ศ.2568เพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้างสำหรับดำเนินงาน2โครงการรวมวงเงิน719,000ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ23.84ล้านบาทมุ่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำการเตือนภัยน้ำท่วมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านน้ำในภูมิภาค

โครงการแรกคือ“โครงการเสริมสร้างการปรับตัวของชุมชนเมืองต่อภาวะอุทกภัยภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นในแม่น้ำสาย–แม่น้ำรวกระหว่างประเทศไทยและเมียนมา”ได้รับงบประมาณ348,000ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ11.54ล้านบาทมีเป้าหมายพัฒนาระบบติดตามข้อมูลอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยาระบบแบบจำลองและระบบเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันรวมถึงเพิ่มความสามารถของหน่วยงานและชุมชนของไทยและเมียนมาในการใช้ข้อมูลเตือนภัยเพื่อเตรียมพร้อมและลดความเสี่ยงจากอุทกภัย

โครงการที่สองคือ“โครงการเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านน้ำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้าง”ได้รับงบประมาณ371,000ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ12.30ล้านบาทมุ่งพัฒนาเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านน้ำระดับภูมิภาคเสริมความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านน้ำที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในประเทศสมาชิกแม่โขง–ล้านช้าง

นางสาวลลิดากล่าวว่าทั้ง2โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ2ปีนับตั้งแต่วันที่ลงนามในความตกลงโดยสทนช.จะร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับโครงการด้านการปรับตัวต่ออุทกภัยมีความร่วมมือกับสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม(StockholmEnvironmentInstitute:SEI)และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภายใต้ร่างความตกลงฝ่ายจีนจะโอนเงินทุนเต็มจำนวนให้ฝ่ายไทยภายใน20วันทำการนับจากวันที่ลงนามและฝ่ายไทยจะยืนยันการได้รับเงินเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน10วันทำการนับจากวันที่ได้รับเงินโดยสทนช.จะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการและประสานงานกำกับให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนระยะเวลาและงบประมาณพร้อมรายงานความคืบหน้าและการใช้เงินทุนให้ฝ่ายจีนทราบอย่างน้อยทุก6เดือนและตรวจสอบโครงการอย่างน้อยปีละ1ครั้ง

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ครอบคลุมความก้าวหน้าผลการดำเนินงานรายจ่ายผลผลิตของโครงการและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องโดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันตรวจรับโครงการและหากมีเงินทุนเหลือจากการดำเนินงานจะต้องส่งคืนเข้าบัญชีที่ฝ่ายจีนกำหนดภายใน3เดือนนับจากวันที่โครงการแล้วเสร็จ

นางสาวลลิดากล่าวว่าสทนช.ยืนยันว่าทั้ง2โครงการเป็นโครงการด้านการพัฒนาศักยภาพการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาระบบสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำไม่มีวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดหรือเปิดเผยข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหรือทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยให้แก่ต่างประเทศโดยการแลกเปลี่ยนการเผยแพร่และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลหรือผลผลิตของโครงการจะต้องเป็นไปตามกฎหมายระเบียบและแนวปฏิบัติของประเทศไทยรวมถึงได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลตามความเหมาะสม

“โครงการนี้จะช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านน้ำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะพื้นที่แม่น้ำสาย–แม่น้ำรวกซึ่งจะมีการพัฒนาทั้งระบบติดตามข้อมูลแบบจำลองและการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันเพื่อให้หน่วยงานและชุมชนสามารถนำข้อมูลไปใช้เตรียมพร้อมและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เยาวชนในภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้างเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน”นางสาวลลิดากล่าว

ทั้งนี้กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้างจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมและโครงการความร่วมมือของ6ประเทศสมาชิกได้แก่กัมพูชาสปป.ลาวเมียนมาเวียดนามจีนและไทยโดยมีความร่วมมือในสาขาสำคัญรวมถึงทรัพยากรน้ำซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานของไทยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนดังกล่าวเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...