โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยศชนัน” ย้ำหลักการเดิม “ทางออกอุเทนถวาย-ปทุมวัน“ ยึดกฎหมายและความปลอดภัยสูงสุด ผ่อนผันให้นักศึกษาบางคนเข้าไปใช้ Lab ได้ ช่วงสอบ ขอทุกฝ่ายก้าวผ่านไปด้วยความเข้าใจ

one31

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (22 ต.ค.69 ) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพิจารณาข้อเรียกร้องของวิทยาเขตอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยระบุว่า กระทรวง อว. ยึดหลักการสำคัญในการดูแลนักศึกษา คือการยึดกฎหมาย รักษาความปลอดภัย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม

หลังการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด

เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด ทั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

2.งดการเรียนการสอนในพื้นที่ ชูหัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน"

มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นเรื่องของความปลอดภัยในตัวนักศึกษาเอง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเมือง ทางกระทรวงฯ คำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องส่งลูกหลานมาเรียนตอนเช้า รวมถึงความปลอดภัยของผู้คนที่สัญจรไปมาบนรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญให้ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนมาเป็นอันดับแรก เพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด ได้มีการพูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

เบื้องต้นประเมินว่าห้องแล็บที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ แต่ในกรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ สามารถมาพูดคุยในรายละเอียดภายหลังได้ โดยจะพิจารณาผ่อนผันให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้แล็บในพื้นที่เดิมได้เป็นรายกรณี (Case-by-case) โดยเฉพาะในช่วงสอบที่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ ทางคณะจะต้องจัดทำแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจนก่อน และกระทรวง อว. จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้การเรียนและการสอบเดินหน้าต่อไปได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนเป็นสำคัญ

3.เคาะมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม ลดค่าเทอม 50% - ดึงเครือข่าย มทร. และภาคอุตสาหกรรมร่วมปั้นทักษะ

สำหรับมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมที่ได้ข้อสรุปแล้ว จะประสานเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อรองรับการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการในสาขาโลจิสติกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา และงานก่อสร้าง พร้อมประสานต้นสังกัดลดค่าเทอมนักศึกษาลง 50% และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่

ส่วนพื้นที่เดิม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา (Lifelong Learning) และนวัตกรรม โดยเปิดวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อออกแบบการใช้ประโยชน์ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเดินหน้าทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรม ส่งนักศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษา

การยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน: สำหรับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เดินหน้าความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม (Work-integrated Learning)

มาตรการของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันนี้ นอกจากจะช่วยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมแล้ว ยังเป็นการนำทักษะฝีมือของนักศึกษาไปสร้างประโยชน์ในสายการผลิตจริง สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ

"ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียวครับ ผมเข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

เมื่อถามถึงแนวทางยุติความรุนแรงระหว่างสองสถาบัน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีข้อตกลงหลายครั้ง แต่ยังเกิดเหตุซ้ำ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ต้องมองไปข้างหน้า โดยขณะนี้กำลังดำเนินการควบคู่กัน ทั้งเรื่องการคืนพื้นที่และการประสานพูดคุยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความขัดแย้ง

พร้อมยอมรับว่าการเปลี่ยนผ่านอาจทำให้อุเทนถวายไม่สบายใจ เพราะแต่ละฝ่ายมีจุดยืนและความคาดหวังแตกต่างกัน แต่ยืนยันว่าจะพยายามหาทางออกที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของนักศึกษาเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามหากทั้งสองสถาบันต้องการใช้สถานที่เพื่อชุมนุมหรือรวมตัวจัดกิจกรรม ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการหารือครั้งนี้เป็นเพียงการพิจารณาอนุญาตให้เข้าใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ตนเองและทุกคนที่ร่วมกันแก้ปัญหานี้ ขอให้ความมั่นใจว่าจะรับฟังทุกข้อกังวล และเข้าไปดูแลนักศึกษารวมถึงทุกท่านอย่างดีที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสร้างอนาคตทางการศึกษาที่มั่นคงให้กับนักศึกษาทุกคนอย่างแท้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...