โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คราวนี้ได้เลี้ยงหลานจริงๆ

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 4.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันจันทร์แล้วครับ

จดหมายจากผู้อ่านยังมีรอให้เปิดอีกหลายซอง แต่วันนี้ขออนุญาตพักอีกสักวัน เพราะมีเรื่องของคนที่บอกว่าอยากวางมือจากการเมือง แต่ดูเหมือนจะยังวางไม่ลง

จะใครเสียอีกล่ะครับ ถ้าไม่ใช่คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าอายุมากแล้ว อยากใช้ชีวิตสงบๆ อยู่กับครอบครัว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

ผมก็คิดว่าคราวนี้แกคงเอาจริง

ผ่านเรื่องร้อนเรื่องหนาวมามากแล้ว เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว รวยก็รวยมาแล้ว หนีคดีก็หนีมาแล้ว กลับประเทศไทยก็กลับมาแล้ว แม้แต่เรือนจำก็เข้าไปอยู่มาแล้ว

ชีวิตผ่านมาขนาดนี้ น่าจะพอได้แล้ว

แต่พอมีข่าวว่าแกให้ทนายความยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ผมก็อดสงสัยไม่ได้

อ้าว…ยังไม่จบอีกหรือครับ

คุณทักษิณมอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ขอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขพิจารณาว่าคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 2549 เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่

เหตุผลของฝ่ายคุณทักษิณก็คือ คดีเหล่านั้นมีจุดเริ่มต้นจากการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ซึ่งตั้งขึ้นภายหลังรัฐประหาร

พูดง่ายๆ แกเห็นว่าคดีเหล่านั้นมีที่มาจากการเมือง จึงควรได้รับการพิจารณาตามกฎหมายนิรโทษกรรมด้วย

จะยื่นก็เป็นสิทธิครับ ไม่มีใครห้าม

แต่กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ว่ามุ่งช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง และมีข้อยกเว้นสำหรับคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

คุณทักษิณมีทีมทนายความอยู่รอบตัว จะไม่รู้ข้อจำกัดเหล่านี้เชียวหรือ

ผมไม่เชื่อครับ

ยิ่งเป็นคุณทักษิณด้วยแล้ว จะทำอะไรสักอย่างโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ผมว่าเป็นไปได้ยาก

จึงน่าถามว่า ในเมื่อรู้ว่ามีอุปสรรคทางกฎหมายอยู่ข้างหน้า ทำไมยังต้องยื่น หรือมีอะไรที่คุ้มค่าพอให้ลองเสี่ยงดูอีกสักครั้ง

เรื่องนี้มีข่าวออกมาอีกระลอกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

มีกระแสข่าวว่า คดีของคุณทักษิณอาจไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ใช่ความผิดจากการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ย้ำก่อนนะครับว่านี่เป็นเพียงกระแสข่าว ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ

จะผ่านหรือไม่ผ่านต้องรอผลอย่างเป็นทางการ

แต่ถ้าผลออกมาไม่เข้าเงื่อนไขจริง ก็คงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอะไรนัก

เพราะข้อจำกัดของกฎหมายมีให้เห็นกันอยู่แล้ว

คำถามที่น่าสนใจกว่าจึงไม่ใช่ว่าคุณทักษิณจะได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่ว่าแกต้องการอะไรจากการยื่นคำร้องครั้งนี้กันแน่

ต้องการล้างประวัติคดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว

ต้องการเปิดทางให้มีการทบทวนผลทางกฎหมายบางอย่าง

หรือหวังผลมากไปกว่านั้น

ผมถามเพราะคุณทักษิณไม่ใช่คนธรรมดาที่เดินเข้าไปยื่นคำร้องแล้วกลับบ้านรอฟังผล

ขยับตัวทีหนึ่ง การเมืองก็ขยับตาม

ยิ่งคำร้องไปอยู่ในมือคณะกรรมการที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยมีเรื่องต้องเจรจาทางการเมืองกันอยู่ ก็ยิ่งหนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ถึงขนาดมีข่าวโยงไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเสียงโหวตของ สส.เพื่อไทย

ฝ่ายเพื่อไทยปฏิเสธแล้วว่าไม่มีการต่อรองเรื่องนี้

ผมก็รับฟังครับ เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันจริง

แต่คุณทักษิณก็น่าจะรู้ดีว่าพอยื่นคำร้องในจังหวะการเมืองอย่างนี้ ข่าวลือข่าวลับจะตามมาเป็นพรวน

อยากใช้ชีวิตสงบๆ แต่กลับมีเรื่องให้คนทั้งประเทศนั่งลุ้นอีกแล้ว

นี่ขนาดบอกว่าจะวางมือจากการเมืองนะครับ

ถ้ายังไม่วางมือจริงๆ การเมืองไทยก็คงมีเรื่องให้ติดตามกันอีกไม่น้อย

ยังมีอีกคนที่ผมนึกถึงเมื่อได้ข่าวเรื่องนี้

คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของคุณทักษิณ ที่ยังอยู่ต่างประเทศ และมีคดีซึ่งศาลพิพากษาไปแล้วเช่นกัน

ผมไม่ทราบว่าคุณทักษิณคิดเผื่อไปถึงน้องสาวด้วยหรือเปล่า

แต่ลองคิดดูนะครับ หากคณะกรรมการตีความให้คดีของคุณทักษิณได้รับนิรโทษกรรมขึ้นมาจริง เรื่องของคุณยิ่งลักษณ์ก็คงถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พี่ชายได้ แล้วน้องสาวจะขอบ้างไม่ได้หรือ?

นี่เป็นข้อสังเกตของผม ไม่ใช่ข้อสรุปว่าสองพี่น้องวางแผนอะไรกันไว้

แต่ถ้าผลวินิจฉัยออกมาตามกระแสข่าวว่า คดีของคุณทักษิณไม่เข้าเงื่อนไข ช่องทางที่จะอาศัยการตีความแบบเดียวกันสำหรับคุณยิ่งลักษณ์ก็คงยากขึ้นไปด้วย

คิดจะเปิดประตูให้ตัวเอง แต่ถ้าประตูบานแรกยังเปิดไม่ออก น้องสาวก็คงเดินตามเข้าไปไม่ได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการก่อนครับ

ผมก็หวังว่าคณะกรรมการจะพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เห็นว่าเป็นคดีของอดีตนายกรัฐมนตรีแล้วต้องพยายามหาช่องตีความให้เป็นพิเศษ

กฎหมายเขียนไว้เพื่อช่วยคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่เปิดทางให้ใครเอาคดีทุจริตมารวมเป็นคดีการเมืองเสียทั้งหมด

กรรมการแต่ละท่านก็คงรู้ดีว่า อะไรควรเป็นอะไร คงไม่มีใครอยากเอาชื่อเสียงของตัวเองไปเสี่ยงกับการตีความกฎหมายเพื่อคนเพียงคนเดียวหรอกครับ

ส่วนคุณทักษิณ ปีนี้อายุ 77 ปีแล้ว อีกเพียงสามปีก็จะครบ 80 ผมว่าถึงเวลาพักผ่อนอยู่กับลูกหลานเสียที

ผมเข้าใจว่าคนเราอาจอยากกอบกู้ชื่อเสียง อยากให้ประวัติของตัวเองสะอาดหมดจด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

แต่การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์กับการขอให้ผลของคดีที่สิ้นสุดไปแล้วถูกลบล้าง เป็นคนละเรื่องกัน

ยิ่งถ้าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไปผูกกับเกมต่อรองทางการเมืองขึ้นมาจริง คนที่บอกว่าอยากวางมือก็คงต้องตอบคำถามกันอีกยาว

ถ้าผลวินิจฉัยออกมาไม่เข้าเงื่อนไขจริง คราวนี้ก็อาจต้องยอมรับว่าประตูบานนี้เปิดไม่ออก

ส่วนเรื่องจะปูทางให้น้องสาวกลับบ้านด้วยหรือไม่นั้น ถ้ามีความหวังอยู่จริง ก็คงต้องหาทางอื่นกันต่อไป

แต่สำหรับคุณทักษิณ ผมว่าไม่ต้องหาทางไหนแล้วก็ได้

กลับบ้านไปเลี้ยงหลานเถอะครับ

คราวนี้เลี้ยงจริงๆ เสียที

— เสมอต้น
2 พฤศจิกายน 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ samerton.thaipost@gmail.com หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...