โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกพลัม กับ ลูกพรุน ใช่อย่างเดียวกันไหม? ต่างกันยังไง หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
พรุนกับพลัมเหมือนกันไหม? ไขความต่างของผลไม้ชื่อคุ้นหู แล้วทำไมมีทั้งพรุนสดและพรุนแห้ง

พรุนกับพลัมเหมือนกันไหม? ไขความต่างของผลไม้ชื่อคุ้นหู ทำไมมีทั้งพรุนสดและพรุนแห้ง

พรุนกับพลัมเหมือนกันไหม? คำถามนี้ชวนสับสนได้ไม่น้อย เพราะเมื่อพูดถึงพลัม หลายคนนึกถึงผลไม้สดเนื้อฉ่ำ รสหวานอมเปรี้ยว แต่พอพูดถึงพรุน กลับนึกถึงผลไม้แห้งสีเข้ม เนื้อหนึบ ที่มักถูกเลือกกินเพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย ความจริงแล้วทั้งสองชื่อเกี่ยวข้องกัน แต่การอธิบายว่า “เป็นผลไม้ชนิดเดียวกันทุกกรณี” ก็ยังไม่ครบทั้งหมด

คำตอบสั้น ๆ คือ พรุนแห้งทำมาจากพลัม โดยมักเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับการทำแห้ง ส่วนคำว่า “พลัม” เป็นชื่อเรียกผลไม้ที่ครอบคลุมหลายชนิดและหลายสายพันธุ์ ขณะที่คำว่า “พรุน” ในการใช้งานทั่วไปมักหมายถึงพลัมแห้ง แต่ยังพบการใช้เรียกผลสดของพลัมกลุ่มที่เหมาะสำหรับทำพรุนด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ตามร้านค้ามีทั้ง “พลัมสด” “พรุนสด” และ “พรุนแห้ง” ให้เห็น

พลัมคืออะไร ทำไมหน้าตาและรสชาติไม่เหมือนกันทุกลูก?

พลัม หรือ Plum เป็นผลไม้กลุ่มผลมีแกนแข็งอยู่ตรงกลาง ภายในแกนแข็งมีเมล็ดอีกชั้นหนึ่ง พลัมมีหลายสายพันธุ์ เปลือกจึงมีได้ทั้งสีแดง ม่วง เหลือง และเขียว ส่วนเนื้ออาจมีสีเหลือง แดง หรือสีอื่นตามสายพันธุ์ รสชาติมีตั้งแต่เปรี้ยวไปจนถึงหวานจัด ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระดับความสุก

พลัมที่ขายเป็นผลสดอาจอยู่ในกลุ่มพลัมญี่ปุ่น พลัมยุโรป หรือกลุ่มลูกผสม ชื่อกลุ่มเหล่านี้เป็นการแบ่งทางพฤกษศาสตร์และการเกษตร ไม่ได้หมายความว่าผลไม้ต้องปลูกในประเทศตามชื่อเสมอไป ดังนั้น การดูเพียงสีเปลือกหรือขนาดผลจึงยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นพลัมสายพันธุ์ใด

พรุนคืออะไร ต้องเป็นผลไม้แห้งเท่านั้นหรือไม่?

คำว่า Prune ในบริบทอาหารภาษาอังกฤษโดยทั่วไปหมายถึงพลัมที่ผ่านการทำแห้ง โดยพลัมที่นิยมใช้ทำพรุนเชิงการค้าจำนวนมากอยู่ในกลุ่มพลัมยุโรป หรือ Prunus domestica สายพันธุ์ที่เหมาะกับการทำแห้งมักมีความหวานสูงและให้เนื้อสัมผัสที่เหมาะหลังลดความชื้น จึงไม่ได้หมายความว่าพลัมทุกสายพันธุ์จะให้พรุนแห้งที่มีคุณภาพเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ในบริบทการเพาะปลูกและการขายผลไม้ อาจพบคำว่า “prune plum” หรือการเรียกผลสดว่า “พรุนสด” ได้ด้วย คำนี้มักสื่อถึงพลัมสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับนำไปทำพรุน ซึ่งสามารถกินเป็นผลสดได้เช่นกัน พรุนสดจึงไม่ได้หมายถึงพรุนแห้งที่นำมาแช่น้ำให้พอง และไม่ใช่ผลไม้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลัม

จำง่าย ๆ พลัมสด พรุนสด และพรุนแห้ง ต่างกันอย่างไร?

  • พลัมสด: ชื่อเรียกผลพลัมที่ยังไม่ผ่านการทำแห้ง ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ มีสี รูปร่าง และรสชาติหลากหลาย
  • พรุนสด: ชื่อที่ใช้ขายผลสดของพลัมบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เหมาะกับการทำพรุน ควรดูชื่อสายพันธุ์บนฉลากประกอบ
  • พรุนแห้ง: พลัมที่ผ่านการลดความชื้นจนเนื้อหนึบ สีเข้ม และมีรสหวานเข้มข้นกว่าผลสดเมื่อเทียบในน้ำหนักเท่ากัน

ทำไมพรุนแห้งจึงหวานกว่าพลัมสด?

เมื่อพลัมผ่านกระบวนการทำแห้ง น้ำบางส่วนจะถูกนำออก ทำให้สารอาหารและน้ำตาลตามธรรมชาติเข้มข้นขึ้นเมื่อเทียบในน้ำหนักเท่ากัน พรุนแห้งจึงมักให้รสหวานชัดและมีพลังงานต่อ 100 กรัมสูงกว่าพลัมสด แต่ความหวานไม่ได้แปลว่าผู้ผลิตเติมน้ำตาลเสมอไป เพราะพรุนแห้งบางผลิตภัณฑ์มีเพียงผลไม้เป็นส่วนประกอบ

ก่อนซื้อจึงควรอ่านรายการส่วนประกอบและฉลากโภชนาการ หากมีน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือส่วนผสมปรุงรสเพิ่มเติม ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยแยกผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ต้องดูปริมาณที่กินจริงด้วย เพราะผลไม้แห้งมีขนาดเล็กและกินเพลินจนได้รับมากกว่าที่ตั้งใจได้ง่าย

พลัมสดกับพรุนแห้ง เลือกกินแบบไหนดีกว่า?

ทั้งสองแบบเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้ โดยพลัมสดมีน้ำมากกว่าและเหมาะกับคนที่ชอบผลไม้ฉ่ำ ๆ ส่วนพรุนแห้งสะดวกในการพกพาและให้ใยอาหารในปริมาณที่เข้มข้นขึ้นเมื่อเทียบในน้ำหนักเท่ากัน จึงไม่มีคำตอบว่าชนิดใดดีกว่าสำหรับทุกคน แต่ควรเลือกตามความชอบ ปริมาณที่กิน และความต้องการด้านสุขภาพ

ผู้ที่ต้องควบคุมคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลในเลือดยังควรนับปริมาณพรุนแห้งเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร แม้ผลิตภัณฑ์จะระบุว่าไม่เติมน้ำตาลก็ตาม เพราะยังมีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่ สำหรับผู้มีโรคไตที่ได้รับคำแนะนำให้จำกัดโพแทสเซียม ควรสอบถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเรื่องปริมาณผลไม้แห้งที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องงดเหมือนกันทุกคน

ทำไมพรุนจึงถูกพูดถึงเรื่องการขับถ่าย?

พรุนมีทั้งใยอาหารและซอร์บิทอล ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่พบตามธรรมชาติ ซอร์บิทอลดูดซึมได้ไม่หมดและช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ จึงอาจช่วยให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายสะดวกขึ้นในบางคน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกัน และพรุนไม่ใช่อาหารที่จำเป็นต้องกินเพื่อ “ล้างลำไส้”

หากกินมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่ไวต่อซอร์บิทอล อาจมีอาการท้องอืด ปวดบิด หรือถ่ายเหลวได้ ควรเริ่มจากปริมาณน้อยและสังเกตการตอบสนองของตัวเอง ส่วนผู้ที่ท้องผูกต่อเนื่อง ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องมาก หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์แทนการเพิ่มพรุนเพื่อแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว

วิธีเลือกซื้อและเก็บพลัมกับพรุน

  • พลัมสด: เลือกผลที่ไม่มีรอยแตก รา หรือเนื้อเละผิดปกติ ความนุ่มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และความสุกที่ต้องการ
  • คราบขาวบางบนเปลือก: อาจเป็นไขธรรมชาติของผลไม้ ไม่ใช่เชื้อราเสมอไป แต่หากเป็นขุย มีเส้นใย หรือมีจุดเน่า ควรหลีกเลี่ยง
  • การเก็บผลสด: ผลที่ยังแน่นอาจวางให้สุกต่อที่อุณหภูมิห้องในจุดไม่ร้อนและไม่โดนแดด เมื่อสุกตามต้องการจึงเก็บในตู้เย็น
  • พรุนแห้ง: ตรวจบรรจุภัณฑ์ วันหมดอายุ และส่วนประกอบ เลือกแบบมีหรือไม่มีเมล็ดให้เหมาะกับการใช้งาน
  • หลังเปิดถุง: ปิดให้สนิทและเก็บตามฉลาก เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีความชื้นและวิธีแปรรูปต่างกัน
  • ก่อนกินหรือปั่น: ตรวจว่าเอาแกนแข็งและเมล็ดออกแล้ว แม้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่มีเมล็ดก็อาจมีเศษหลงเหลือได้

สรุปแล้ว พรุนกับพลัมเกี่ยวข้องกัน แต่ชื่อเรียกต้องดูบริบท

พรุนกับพลัมไม่ใช่ผลไม้สองกลุ่มที่แยกขาดจากกัน เพราะพรุนแห้งทำมาจากพลัม แต่พลัมมีหลายสายพันธุ์ และบางสายพันธุ์เหมาะกับการทำพรุนมากกว่าชนิดอื่น หากพบคำว่า “พรุนสด” ให้เข้าใจว่าเป็นชื่อเรียกผลสดของพลัมบางกลุ่ม โดยดูสายพันธุ์และฉลากประกอบ การเลือกซื้อจึงควรดูทั้งรูปแบบสินค้า ส่วนประกอบ และปริมาณที่กิน มากกว่าตัดสินจากชื่อเพียงอย่างเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...