โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"สนธิญา" หอบหลักฐานร้องกองปราบ ฟันเพจปล่อยสลิปปลอม7ล้าน จี้ฟันสส.แชร์

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สนธิญา” หอบหลักฐานร้องกองปราบฯ ล่าขบวนการกุข่าวปลอม “โอน 7 ล้านค่าน้ำชา” ดิสเครดิตตำแหน่งนายกฯ จี้เอาผิดเพจดังกล่าว และ สส.มือแชร์

"สนธิญา" หอบหลักฐานร้องกองปราบฯ ล่าขบวนการกุข่าวปลอม "โอน 7 ล้านค่าน้ำชา" ดิสเครดิตตำแหน่งนายกฯ จี้เอาผิดเพจดังกล่าว และ สส.มือแชร์

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ต.ค. 69 ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้อง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ตัดต่อคลิปเอกสารเช็คธนาคารปลอม ระบุว่ามีเงินผ่านเช็คจำนวน 7 ล้านบาทเป็นค่าน้ำชาให้กับนายกรัฐมนตรี หวังทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้นำประเทศ

นายสนธิญา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเพจสื่อสารออนไลน์ชื่อ "เพจดาร์ก Goodd Dam" ได้โพสต์รูปเอกสารเช็คธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 ฉบับ พร้อมระบุข้อความชี้นำให้เข้าใจผิดว่า นายกรัฐมนตรีรับเงินค่าน้ำชาจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันและพิสูจน์แล้วว่าเอกสารดังกล่าวเป็น "เอกสารเท็จ" และเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่กุเรื่องขึ้นมา โดยไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย

การเดินทางมาร้องเรียนที่ ผบก.ป. ในครั้งนี้ ตนทำในฐานะประชาชนไทยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 41 (1)(2) ประกอบมาตรา 50 เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศและเป็นตัวแทนคนไทย 70 ล้านคนในระดับสากล ไม่ได้เจาะจงระบุตัวบุคคลใดเป็นการเฉพาะ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้ตำรวจกองปราบฯ ดำเนินการเร่งด่วน 4 ประเด็น คือ

1.จี้ดำเนินคดีเพจต้นทางและมือแชร์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสียหายทางตำแหน่ง แจ้งความเอาผิดกับเพจต้นทางที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ รวมถึงนักการเมืองและบุคคลที่ร่วมแชร์คลิปดังกล่าวทั้งหมด

2.เอาผิด สส. ขาดวุฒิภาวะ ขอให้ ผบก.ป. ตรวจสอบดำเนินคดีต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทุกฝ่ายทุกพรรค ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล (รวมถึง สส. พรรคประชาชน) หากพบว่ามีการนำคลิป/ข้อมูลอันเป็นเท็จไปแชร์ต่อในระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก สส. เป็นตัวแทนประชาชน ต้องมีวุฒิภาวะและความระมัดระวังในการไตร่ตรองข้อมูล

3.สอบเชื่อมโยงพรรคการเมือง ให้ตรวจสอบพรรคการเมือง ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดของผู้สร้างคลิปเท็จดังกล่าว ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดหรือไม่

4. ขยายผลเบื้องหลังทางการเมือง ให้สืบสวนเจตนาแอบแฝงทางการเมืองว่า การปล่อยข่าวปลอมใส่ร้ายครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงหรือหวังผลกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่

นายสนธิญา กล่าวทิ้งท้ายว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงขอให้กองบังคับการปราบปราม เร่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งตาม ประมวลกฎหมายอาญา และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...