โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยเงียบในบ้านพัก? เปิดสถิติความรุนแรงในครอบครัวปี 67 เฉียด 3 หมื่นราย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดตัวเลขความรุนแรงในครอบครัวปี 67 พุ่ง 29,684 ราย สะท้อนปัญหาที่ซ่อนอยู่หลังประตูบ้าน พร้อมจับตา 5 แนวทางแก้ไข ตั้งแต่ป้องกันเหตุจนถึงฟื้นฟูเหยื่อ

ความรุนแรงในครอบครัวเฉียด 3 หมื่นราย

ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสังคมที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลปี 2567 พบผู้ประสบปัญหาสูงถึง 29,684 ราย โดยผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่เหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย สะท้อนความท้าทายในการป้องกันเหตุและเข้าถึงความช่วยเหลือ แม้สถานที่เกิดเหตุจะเป็นพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุดสำหรับสมาชิกในครอบครัว

ผู้หญิงเผชิญความรุนแรงมากที่สุด

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2567 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก 15 หน่วยงาน เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปัญหาและใช้ประกอบการกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

รายงานระบุว่า ในปี 2567 มีผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวรวม 29,684 ราย แบ่งเป็นเพศหญิง 24,485 ราย เพศชาย 5,155 ราย และเพศอื่น ๆ 44 ราย ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนยังเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างใกล้ชิด เพราะความรุนแรงอาจส่งผลต่อความปลอดภัย สุขภาพจิต และพัฒนาการในระยะยาว

ความรุนแรงเกิดในบ้าน ปัจจัยเสี่ยงมีหลายด้าน

เมื่อพิจารณาลักษณะของเหตุการณ์ พบว่าความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นการกระทำทางร่างกาย โดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การดื่มสุรา และการใช้สารเสพติด ส่วนสถานที่เกิดเหตุที่พบมาก ได้แก่ บ้านพัก บ้านเช่า และคอนโดมิเนียม

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนบุคคลที่บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ยาก การสร้างความตระหนักรู้ การสังเกตสัญญาณเสี่ยง และการมีช่องทางแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย จึงเป็นส่วนสำคัญในการลดความรุนแรงและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมพบว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคดีความรุนแรงในครอบครัว 168 คดี แบ่งเป็นคดีที่มีการร้องทุกข์ 162 คดี และไม่มีการร้องทุกข์ 6 คดี ส่วนสำนักงานอัยการสูงสุดมีคดีเข้าสู่กระบวนการชั้นพนักงานอัยการ 284 คดี และศาลยุติธรรมมีคดีฟ้องต่อศาลโดยตรง 257 คดี

ทั้งนี้ ตัวเลขจากแต่ละหน่วยงานสะท้อนการดำเนินงานตามภารกิจและกระบวนการที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบหรือรวมเป็นจำนวนคดีทั้งหมดโดยตรง

ชู 5 แนวทาง ยกระดับการป้องกันและช่วยเหลือ

เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น พม. เสนอแนวทางเชิงนโยบาย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. พัฒนาฐานข้อมูลกลาง : เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดรูปแบบการรายงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และใช้กำหนดมาตรการป้องกันได้ตรงกับสถานการณ์

2. บูรณาการการช่วยเหลือระหว่างหน่วยงาน : กำหนดบทบาทและแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน ตั้งแต่การประสานความช่วยเหลือ การจัดการรายกรณี บริการทางกฎหมาย การส่งต่อ และการติดตามผล

3. สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังระดับชุมชน : พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครและกลไกชุมชนให้สามารถเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และส่งต่อผู้ประสบปัญหาได้อย่างถูกต้อง พร้อมสื่อสารความรู้และช่องทางขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

4. ยกระดับบริการคุ้มครองและฟื้นฟู : สนับสนุนการประเมินความเสี่ยง จัดบริการสวัสดิการ ที่พักปลอดภัย การดำรงชีวิต และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองทางสังคม

5. พัฒนาความรู้ กฎหมาย และมาตรฐานบุคลากร : สนับสนุนการวิจัยและประเมินผล ทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะด้านของบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว

เดินหน้าจากข้อมูลสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวปี 2567 จึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมสถิติ แต่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การทำงานครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ การช่วยเหลือฉุกเฉิน ไปจนถึงการคุ้มครองและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ

ภายหลัง ครม. รับทราบรายงานแล้ว จะนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่โจทย์สำคัญคือการนำข้อมูลไปต่อยอดสู่มาตรการที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ผู้ประสบความรุนแรงเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย และทำให้บ้านกลับมาเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัยสำหรับทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...