โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

“บริดจสโตน” ชูพันธกิจ E8 สู่ความยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 00.28 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 00.28 น.
เคอิจิ ชูมะ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

“เคอิจิ ชูมะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด ประกาศพันธกิจและความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้องค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืนสู่ปี 2050 กับ พันธกิจ “Bridgestone E8 Commitment” ด้วยการสร้างคุณค่าใน 8 ด้าน

Q : “E8 Commitment” คืออะไร

“Bridgestone E8 Commitment” หรือ E8 นี่ถือเป็นนโยบายที่บริดจสโตนจะใช้ทั่วโลก ซึ่งเกิดจากการระดมสมองของทีมงาน เพื่อใช้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารซึ่งจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่าน “เจตจำนง” และ “กระบวนการทำงาน” ร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์ความยั่งยืนให้สังคมต่อไป

ที่เริ่มต้นจากตัว “E” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงกับทุกแง่มุมของธุรกิจในแบบฉบับของบริดจสโตนบนพื้นฐานของความยั่งยืนเพื่อการรักษาและได้มาซึ่ง “ความไว้วางใจของลูกค้า”

สำหรับบริดจสโตน ประเทศไทย หลัก 8E ของเรา ได้แก่ 1.energy (พลังงาน) ซึ่งสังคมแห่งการเดินทางต้องเป็นกลางทางคาร์บอน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ผ่านทางห่วงโซ่คุณค่าของบริดจสโตน 2.ecology (สิ่งแวดล้อม) ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยมี “ENLITEN” หนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริดจสโตนในการพัฒนายางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน 3.efficiency (ประสิทธิภาพ) ดีขึ้นได้อีก เพิ่มผลผลิตขึ้นได้อีก

4.extension (การเติบโต) เพราะโลกไม่เคยหยุด เราต้องไปให้สุดด้วยนวัตกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยืนหยัดด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 5.economy (เศรษฐกิจ) ดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้ทะยานไปได้สุด-สะท้อนการดำเนินธุรกิจผ่านห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มคุณค่า 6.emotion (ความรู้สึก) ปลุกพลังบันดาลใจ เติมเชื้อไฟแห่งความตื่นเต้นสู่โลกแห่งการเดินทาง 7.ease (ความสะดวกสบาย) ทุกการเดินทาง จะสร้างความสุขได้มากกว่าเดิม

และ 8.empowerment (พลังทางสังคม) ผลักดันสังคมเพื่อความเท่าเทียม ซึ่ง E8 ก็เป็นเหมือนเกมในการให้เราคิดกับตัดสินใจในการวางแผนงานและช่วยให้ตัดสินใจเดินไปในทิศทางสู่ความยั่งยืนได้อย่างถูกต้องนั่นเอง

Q : 1 ใน 8E ให้น้ำหนักด้านใดเป็นพิเศษ

จริง ๆ E ทั้ง 8 มีความสำคัญ และสอดประสานกันทั้งหมดจะขาดตัวหนึ่งตัวใดไปไม่ได้ แต่ถ้ามองระยะไกลของบริดจสโตนที่เอาความยั่งยืนเนี่ยเป็นแกนหลัก การจะมุ่งหน้าไป เราจึงมีการค้นหาหลักการตัวพันธสัญญาทั้ง 8 ตัว เพื่อให้เราสามารถเดินไปได้ มุ่งหน้าสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบ solution อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งบริดจสโตนจะมีการทำแผนธุรกิจระยะกลางทุก ๆ 3 ปี ณ เวลานี้ แผนธุรกิจจะเป็น 2021, 2022, 2023, 2024, 2025 และ 2026

อย่างปีนี้ก็จะเป็นรอบของการประเมินตัวดัชนีชี้วัดทางธุรกิจ ซึ่งเราได้ทำแผนสำหรับปี 2023 และในแต่ละปีจะมีการตั้งเป้าหมายเพื่อให้ไปถึง อย่างในปีหน้าก็มีดัชนีการชี้วัดเพื่อจะใช้ E8 ในแผนงานของเรา และ ณ เวลานี้ เรามองธุรกิจถึง 2026 เพื่อเตรียมวางแผนถึง 3 ปีข้างหน้า การดำเนินการเรื่องพันธสัญญา E8 นี้ เรามุ่งหน้าสู่ปี 2050 ซึ่งตอนนี้เราก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่ตัวนี้จะเป็นพื้นฐานให้เรามุ่งหน้า และนำพาเราไปสู่ปี 2050 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจระยะยาว

Q : E ทั้ง 8 จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้แค่ไหน

ต้องบอกก่อนว่า บริดจสโตนมีส่วนแบ่งทางการตลาดของยางรถยนต์นั่ง อยู่ที่ 20-30% ส่วนรถเพื่อการพาณิชย์ ที่เป็นบัส รถบรรทุก มีมากกว่า 50% บริดจสโตนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในประเทศไทย แน่นอนว่าความสำเร็จนั้น ไม่ได้มาด้วยระยะเวลาสั้น ๆ และจากนี้ไปเราต้องต่อยอดความสำเร็จด้วยพันธสัญญา E8 ให้ครอบคลุมทุก ๆ ด้าน

ทั้งนี้หลังจากประกาศพันธสัญญา E8 ที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกแล้ว ประเทศไทยเองก็ถือเป็นประเทศต้น ๆ ที่ประกาศจุดยืนเป็นกลุ่มบริษัทที่อยู่ในแถวหน้าของ Bridgestone Group ทั้งหมด ที่สำคัญประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริดจสโตนไม่ว่าจะเป็นในด้านกำลังการผลิตถือว่าเป็นแนวหน้าของทาง Bridgestone Group ทั้งการผลิตเพื่อป้อนให้กับตลาดทดแทน หรือว่าตลาดรถยนต์แล้ว ยังมีการผลิตเพื่อส่งออกไปยังอเมริกา ยุโรป หรือตะวันออกกลางรวมถึงแอฟริกา และอีกหลาย ๆ ประเทศ

Q : ประเมินภาพรวมตลาดยางรถยนต์

ตลาดยางรถยนต์จริง ๆ ก็มองย้อนกลับไปในช่วงก่อนเกิดวิกฤตในปี 2019 เรียกว่าตลาดยางรถยนต์ของประเทศไทยอยู่ในสถานะที่เรียกว่าดี จนเข้าสู่ปีนี้จากตัวเลขผลิตรถยนต์ของทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 หลัก และบริดจสโตนก็มีทิศทางไปในทางที่เดียวกัน

ปัจจุบันตลาดยางรถยนต์ทดแทน (domestic) บริดจสโตนต้องการมีแชร์เพิ่มขึ้น 1-3% ขณะที่ตลาดรวมยางในประเทศเมื่อเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 5-10% แต่ทั้งนี้ยังต้องจับตาปัจจัยลบ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องซัพพลาย ที่กำลังเป็นปัญหาที่ทางผู้ผลิตว่าจะรับมือกันอย่างไร

แต่ในส่วนของปัจจัยบวก ที่จะทำให้บริดจสโตนเติบโตนั้น มีอยู่ในแผนของการเจริญเติบโตในระยะกลางและระยะยาว ก็เป็นเรื่องของความยั่งยืน การที่เราประกาศในตัวพันธสัญญา ซึ่งเรามองว่าธุรกิจในอนาคต การเจริญเติบโตต้องมีปัจจัยของความยั่งยืนเป็นตัวสนับสนุน เพื่อจะได้รับความไว้วางใจจากคนรุ่นถัดไป

ดังนั้นประเทศไทย บริดจสโตนเป็นผู้นำและมีความพร้อมในการผลิต และเรื่องของเทคโนโลยี ทั้ง 2 จุดแข็งทำให้เรามีเครือข่าย การขาย และการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ และก้าวต่อไป ๆ ของบริดจสโตน ประเทศไทย เราจะเสริมความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจภายใต้พันธสัญญา E8

สุดท้ายเมื่อถามถึงแผนการปรับขึ้นราคาจำหน่ายสินค้า ในยุคที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น นายใหญ่บริดจสโตน ประเทศไทย ให้คำตอบชัดเจนว่า ปัจจุบันบริดจสโตนมีการแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นไว้อยู่แล้ว แต่ว่าอนาคตจะมีการปรับราคาขึ้นไหม เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง และบริดจสโตนไม่สามารถทำนายเรื่องต้นทุนของวัตถุดิบได้ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าเราจะปรับขึ้นหรือลงหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและราคาวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนพลังงาน หรือวัตถุดิบเอง

โดยเฉพาะปัจจัยที่ไม่สามารถทำนายได้ก็คือเรื่องพลังงาน ราคาต้นทุนของวัตถุดิบ ซึ่งจะต้อง “มอนิเตอร์” อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...