โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว “อาจารย์หมอ มฟล.” ขับรถชน 2 นศ.ดับ นำพวงมาลัยขอขมา สัญญาจะบวชให้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ไกล่เกลี่ยรอบแรกไม่ลงตัว “อาจารย์หมอ มฟล.” ขับรถชน 3 นศ. ดับ 2 สาหัส 1 นำพวงมาลัยขอขมา สัญญาจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ เบื้องต้นจ่ายเงินก้อนเดียวเยียวยาไปก่อน 2.5 แสน หลังข้อเสนอ 6 หลักต้น ยังไม่เหมาะสมกับความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้น ญาติเคาะรายละ 8 ล้าน ทำให้การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ ต้องนัดหารือกันอีกครั้งตามขั้นตอน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเหตุอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบริเวณสามแยกไฟแดงนางแล ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย กรณี นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนกลุ่มรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ขณะจอดรอสัญญาณไฟ ส่งผลให้นักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของ นพ.กมล ไม่พบแอลกอฮอล์ และผู้ขับขี่ไม่ได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส

วันนี้ (15 ก.ย. 69) ทั้งฝ่ายอาจารย์หมอผู้ก่อเหตุและฝ่ายญาติของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องการเยียวยาและค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยมี พ.ต.ท.รัตนพล บั้งเงิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ และ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ร่วมเป็นคนกลางในการพูดคุยระหว่างคู่กรณี โดยมีญาติของผู้เสียหายทั้ง 3 ครอบครัวเข้าร่วมการเจรจา ประกอบด้วยครอบครัวของ 1.นางสาวนิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี ที่อยู่ 199 ม.2 ต.นาไร่หลวง อ.สองแคว จ.น่าน ซึ่งเสียชีวิตคาที่ในวันเกิดเหตุ (25 ส.ค.) 2.นางสาวอัลฟาริน กาซอ อายุประมาณ 18 ปี ที่อยู่ 63/1 ม.4 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี บาดเจ็บสาหัสในวันเกิดเหตุก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา (29 ส.ค.) และ 3. ครอบครัวของ นางสาวพัชรีพร นครจันทร์ อายุ 18 ปี ที่อยู่ 23/2 ม.4 ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งยังบาดเจ็บสาหัส และต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ระหว่างการเจรจา นพ.กมล ได้นำพวงมาลัยมาขอขมาครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยญาติของนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บยอมรับพวงมาลัยไว้ ขณะที่ญาติของนักศึกษาที่เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนัก ปฏิเสธที่จะรับพวงมาลัย และไม่ยอมหันมองหน้า นพ.กมล

ในส่วนของการเจรจาค่าสินไหมทดแทน ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยเบื้องต้นฝ่ายแพทย์เสนอเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท และผู้บาดเจ็บ 50,000 บาท ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเสนอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รายละ 8 ล้านบาท ทำให้การเจรจาครั้งแรกยังไม่มีข้อยุติ และต้องนัดหารือกันอีกครั้งตามขั้นตอน

หลังเสร็จสิ้นการเจรจา นพ.กมล ราชคม แพทย์ผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสลด โดยยอมรับว่าตัวเลขและข้อเสนอเรื่องการเยียวยาระหว่างตนกับครอบครัวผู้เสียชีวิตยังไม่ตรงกัน จึงยังไม่สามารถตกลงกันได้ในชั้นนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงตัวเลขที่อยู่ในใจและการชดใช้ความสูญเสีย นพ.กมล กล่าวว่า การสูญเสียชีวิตครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้ เพราะชีวิตของคนคนหนึ่งมีคุณค่าสูงเกินกว่าจะตีค่าออกมาเป็นตัวเลข พร้อมระบุว่ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตระหนักดีว่าไม่ว่าจะชดใช้ด้วยเงินจำนวนเท่าใด ก็คงไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ จึงยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่ชัดเจนได้ในขณะนี้

นพ.กมล ยังเปิดเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่นิ่งเฉย และพยายามรวบรวมทรัพย์สินเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายไปแล้วส่วนหนึ่งตามกำลังที่มี นอกจากนี้ยังได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนคดีความจะจบลงอย่างไร หรือจะมีการนัดเจรจาอีกครั้งหรือไม่ ยังคงต้องเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย

ด้าน นายบัณฑิต สิงหบุตร ทนายความตัวแทนฝ่ายผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในการเจรจาครั้งนี้ นพ.กมล ได้เดินทางมาพบครอบครัวผู้เสียหายด้วยตัวเอง พร้อมเข้าขอขมาลาโทษและกราบเท้าญาติของผู้สูญเสีย เพื่อแสดงความเสียใจและขออโหสิกรรมต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งการแสดงความเสียใจดังกล่าวเป็นเรื่องในด้านจิตใจ ขณะที่ประเด็นความรับผิดทางกฎหมายและค่าสินไหมทดแทนยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ ฝ่ายแพทย์ยังแจ้งต่อครอบครัวผู้เสียหายถึงความตั้งใจที่จะเข้าพิธีอุปสมบท เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้สูญเสีย และหวังให้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความสำนึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การอุปสมบทหรือการแสดงความเสียใจดังกล่าวไม่ได้ทำให้ประเด็นเรื่องค่าสินไหมทดแทนยุติลง ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องหารือรายละเอียดกันต่อไป

ส่วนการเจรจาจำนวนเงินเยียวยา นายบัณฑิต กล่าวว่า ครอบครัวผู้เสียหายเปิดโอกาสให้ฝ่ายแพทย์เป็นผู้เสนอจำนวนเงินก่อน โดยฝ่ายแพทย์เสนอวงเงินเยียวยาเบื้องต้นในระดับ “6 หลักช่วงต้น” หรือหลักแสนบาทต้นๆ แต่เมื่อครอบครัวและญาติผู้เสียหายนำข้อเสนอมาพิจารณา เห็นว่ายังไม่เหมาะสมกับความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงเสนอวงเงินกลับไปในระดับ “7 หลัก” หรือหลักล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทนายความฝ่ายผู้เสียหายขอสงวนการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัดของข้อเสนอระดับหลักล้านบาทต่อสาธารณชน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการตีความว่าครอบครัวนำคุณค่าหรือชีวิตของผู้สูญเสียมาเปรียบเทียบหรือตีราคาเป็นจำนวนเงิน โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อหาความเหมาะสมในการเยียวยาความเสียหายตามกระบวนการทางกฎหมาย

ต่อมา ฝ่ายแพทย์ได้นำเงินจำนวน 250,000 บาท มาวางเป็นเงินเยียวยาเบื้องต้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวผู้เสียหาย โดยฝ่ายญาติยินดีรับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ก่อน แต่มีการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า เงิน 250,000 บาท เป็น เงินก้อนรวม ไม่ใช่ 250,000 บาทต่อครอบครัว

นายบัณฑิต อธิบายเพิ่มเติมว่า เงินจำนวน 250,000 บาทดังกล่าวจะต้องนำไปแบ่งเฉลี่ยระหว่างครอบครัวของผู้เสียหายทั้งหมด ดังนั้นจำนวนเงินที่แต่ละครอบครัวจะได้รับจริงย่อมไม่ถึง 250,000 บาท ขณะที่ฝ่ายญาติยังเห็นว่าเงินก้อนดังกล่าวเป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้น และยังไม่ใช่ข้อยุติของการเจรจาค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด

การพูดคุยจึงยังคงเป็นเพียงการเจรจาระหว่างสองฝ่าย โดยครอบครัวผู้เสียหายยืนยันถึงความจำเป็นที่จะต้องได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมกับความสูญเสีย ขณะที่ฝ่ายแพทย์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องการวงเงินในระดับหลักล้านบาท ส่งผลให้การเจรจารอบแรกยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสุดท้ายได้

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเรื่องจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนกันได้ คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นศาล เพื่อเปิดโอกาสให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เจรจาและหาข้อยุติภายใต้กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม การเจรจาเรื่องการเยียวยาและการแสดงความเสียใจระหว่างคู่กรณี เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น และไม่ถือเป็นการชี้ขาดถึงความรับผิดทางอาญา ซึ่งยังคงต้องเป็นไปตามการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว “อาจารย์หมอ มฟล.” ขับรถชน 2 นศ.ดับ นำพวงมาลัยขอขมา สัญญาจะบวชให้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...