เคาะไป คุยไป : เคาะ PTG
#PTG #ทันหุ้น-คาดกำไรสุทธิ 2Q26F เท่ากับ 95 ลบ. (-69.5%YoY) โดย YoY หดตัวจากฐานที่สูง ขณะที่ QoQ กลับมามีกำไรเนื่องจากการฟื้นตัวของ Marketing margin หลังภาครัฐยกเลิกการตรึงราคาหน้าปั้ม หนุน GPM อยู่ที่ 9% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2Q25 และ 1Q26 ที่ระดับ 7.7% และ 7.5% ตามลำดับ ขณะที่ปัจจัยกดดันมาจาก 1.รายได้รวมหดตัว เท่ากับ 5.4 พัน ลบ. (-3.9%QoQ,-3.3%YoY) ธุรกิจ Oil ปริมาณขายลดลงเพราะราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงกดดัน Demand และเป็นช่วง Low season ของการเดินทาง อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของธุรกิจ Non-oil ช่วยจำกัดการหดตัว 2. SG&A/Sales ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 8.65% จากระดับ 6.9% และ 7.7% เมื่อเทียบกับ 2Q25 และไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าขนส่งเพิ่มขึ้นและการขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทย ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการประกาศวันที่ 13 สิงหาคม 2026
เราปรับประมาณการ 2026F ลง 44% อยู่ที่ 534 ลบ. (-47.7%YoY) เพื่อให้สะท้อนผลขาดทุนใน 1Q26 และทยอยฟื้นตัวของกำไรสุทธิ โดยจะโดดเด่นใน 4Q26F จากช่วง High Season ทั้งนี้ภาพรวมรับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาทั้งธุรกิจ Oil และ Non-Oil รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยรายได้รวมเท่ากับ 2.3 แสน ลบ. (3.9%YoY) ธุรกิจ Oil เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยยอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ขณะที่ GPM เท่ากับ 8.9% เพิ่มขึ้นจากระดับ 7.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนรับแรงผลักดันจากธุรกิจ Non-oil ที่ GPM เพิ่มขึ้นเป็น 33.1% (ปี 2025 = 27.4%) เนื่องจากการปรับโครงปรับสร้างธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจ Oil อย่างไรก็ตาม SG&A/sales แตะ 8.4% เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ในระดับ 7% เพราะการเพิ่มจำนวนสาขาของทั้งธุรกิจ Oil และ Non-Oil รวมถึงเพิ่มงบสนับสนุนการขาย
เราแนะนำ “ซื้อ” ที่ TP 2027F 8.70 บาท (อิง PBV 1.22 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 1.69 เท่า -1 S.D.) โดยมองว่า PTG พ้นจุดต่ำสุดของปีไปแล้วและเริ่มเห็นสัญญานฟื้นตัว นอกจากนี้การปรับโครงสร้างธุรกิจหนุนการเติบโตจาก Non-oil เพื่อชดเชยการพึ่งพาธุรกิจ Oil ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและมาตรการภาครัฐ ด้าน Valuation ปัจจุบัน PBV เท่ากับ 1.25 อยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 1.69 เท่า ทั้งนี้คาดหวัง Div.yield ปี 2026F ที่ 2.5%
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระหว่างวันปรับตัวทดสอบยืนแนวรับจุดต่ำแท่งเทียนก่อนหน้าและมีแรงซื้อปิดแท่งเทียนสัญญาณบวก แนวโน้มมีโอกาสกลับตัวขึ้นแนวรับจุดต่ำแท่งเทียน 7.25-7.20 แนวต้านSMA13วัน 7.50 ผ่านยืนมั่นคงและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นBuy แนวโน้มจบรูปแบบขาลง แนวต้านหลักDouble Topเดิม 7.90
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 7.50/7.90/8.45
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 7.25/7.05ไม่ควรต่ำกว่า