โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เฉลยแล้ว "กระดาษ A4" ใส่ในช่องฟรีซตู้เย็น ช่วยแก้ปัญหาอะไร? แชร์ทริคในบ้านสุดง่าย!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แค่ใช้กระดาษแผ่นเดียว! วิธีเช็กช่องแช่แข็งตู้เย็น รั่ว-กินไฟ-น้ำแข็งเกาะ รู้ได้ทันที

แค่ใช้กระดาษแผ่นเดียว! วิธีเช็กช่องแช่แข็งตู้เย็น รั่ว-กินไฟ-น้ำแข็งเกาะ รู้ได้ทันที

กระดาษสีขาวธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกับการถนอมอาหารเลย กลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสภาพการทำงานของช่องแช่แข็งในตู้เย็นได้อย่างคาดไม่ถึง

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงในทุกบ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ทั้งช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งจำเป็นต้องได้รับ การตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงประสิทธิภาพความเย็นและป้องกันไม่ให้อาหารเน่าเสีย เมื่อไม่นานมานี้ ทริกการวางกระดาษ A4 ไว้ในช่องแช่แข็ง ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ฟังดูอาจเป็นเรื่องแปลก แต่รายงานจากสื่อต่างประเทศอย่าง Times of India ระบุว่า วิธีนี้ช่วยให้ผู้ใช้สังเกตสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับความชื้น การเกาะตัวของน้ำแข็งเกล็ด และระบบหมุนเวียนอากาศเย็นได้อย่างดี

สังเกตความเปลี่ยนแปลงของ "กระดาษ A4"

กระดาษ A4 ทั่วไปทำมาจากเส้นใยเซลลูโลส ซึ่งมีคุณสมบัติซับความชื้นตามธรรมชาติ ในขณะที่ความชื้นภายนอกสามารถเล็ดลอดเข้าไปในช่องแช่แข็งได้ทุกครั้งที่เราเปิดประตูตู้ หรือเมื่อนำอาหารที่ยังมีความอุ่นลงไปแช่

หากวางกระดาษ A4 ทิ้งไว้ในช่องแช่แข็งสักระยะ แล้วหยิบออกมาพบว่า กระดาษมีความชื้น เป็นคลื่น หรือย่นยู่บริเวณขอบ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าปริมาณความชื้นภายในช่องแช่แข็งกำลังสูงเกินระดับปกติ อย่างไรก็ตาม กระดาษมีหน้าที่เพียงช่วยให้เราสังเกตเห็นความผิดปกติเท่านั้น ไม่ได้ช่วยแก้ไขต้นเหตุของการสะสมความชื้นแต่อย่างใด

ความชื้นที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเกล็ดน้ำแข็งและน้ำแข็งหนาเกาะตามผนังตู้ หากกระดาษ A4 ที่หยิบออกมามีลักษณะแข็งและมีละอองเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะอยู่บนผิว แสดงว่าเริ่มมีการสะสมของน้ำแข็งหนาแน่นอยู่ภายในตู้แล้ว

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ระบุว่า ชั้นน้ำแข็งที่หนาเกินไปจะขัดขวางการหมุนเวียนของลมเย็น ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปกติแล้ว ช่องแช่แข็งควรรักษาอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ -18 องศาเซลเซียส เพื่อการถนอมอาหารอย่างปลอดภัยและประหยัดพลังงานที่สุด

ใช้กระดาษเช็ก "ขอบยางประตูตู้เย็น" เสื่อมสภาพหรือไม่?

นอกจากเช็กความชื้นแล้ว กระดาษ A4 ยังใช้ทดสอบความแน่นหนาของ ขอบยางแม่เหล็กรอบประตูช่องแช่แข็ง ได้อีกด้วย

วิธีทดสอบ: ให้หนีบแผ่นกระดาษไว้ระหว่างประตูตู้กับตัวเครื่องแล้วปิดประตูให้สนิท จากนั้นลองดึงแผ่นกระดาษออก หากสามารถดึงกระดาษออกมาได้ง่ายดายโดยไม่มีแรงต้านเลย แสดงว่าขอบยางประตูอาจเริ่มเสื่อมสภาพและปิดไม่แน่นแล้ว

เมื่อขอบยางหลวมหรือชำรุด อากาศร้อนและความชื้นจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย ส่งผลให้เกิดน้ำแข็งเกล็ดสะสมไวขึ้น และคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักยาวนานขึ้น กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ จึงแนะนำให้ตรวจเช็กขอบยางประตูตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ เพราะขอบยางที่ชำรุดคือตัวการสำคัญที่ทำให้ไฟบ้านพุ่งสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ อากาศเย็นจำเป็นต้องหมุนเวียนได้อย่างอิสระภายในช่องแช่แข็ง หากลองวางกระดาษไว้ตามชั้นต่างๆ แล้วพบว่ากระดาษเปียกชื้น หรือมีน้ำแข็งเกาะหนาแน่นเฉพาะบางจุด นั่นเป็นสัญญาณว่า ระบบกระจายความเย็นทำงานไม่ทั่วถึง ซึ่งมักเกิดจากการยัดอาหารในช่องแช่แข็งแน่นเกินไป จนไปขวางทางลมเย็นนั่นเอง

เรื่องเข้าใจผิด: กระดาษ A4 ไม่ได้ช่วยกำจัดกลิ่น!

กระดาษพิมพ์งานทั่วไปไม่ใช่สิ่งที่มีคุณสมบัติในการดับกลิ่น ถึงแม้จะซึมซับความชื้นและโมเลกุลกลิ่นได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดยืนยันว่าการวางกระดาษ A4 จะช่วยดับกลิ่นอับในช่องแช่แข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้กระดาษอาจช่วยรองเศษอาหารหรือละอองน้ำแข็งตกกะเทาะได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการทำความสะอาดตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอได้

สรุปทริกสาระน่ารู้: เทคนิคนี้เป็นเพียง "วิธีการตรวจเช็กเบื้องต้น" ที่ช่วยให้เราไหวตัวทันเรื่องความชื้น น้ำแข็งเกาะ ขอบยางเสื่อม หรือทิศทางลมเย็นอุดตัน เพื่อให้ช่องแช่แข็งทำงานได้ดีที่สุด ควรตั้งอุณหภูมิไว้ที่ -18 องศาเซลเซียส ไม่แช่อาหารแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงการเปิดตู้นานๆ และหมั่นเช็ดทำความสะอาดขอบยางอยู่เสมอ หากพบปัญหาน้ำแข็งเกาะหนาเรื้อรัง ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบทันทีครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...