โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เจ้อเจียงใช้โดรนและเรดาร์รับมือฤดูไต้ฝุ่น ลดความเสียหายต่อโครงข่ายไฟฟ้าได้สูงสุดร้อยละ 40

China Media Group

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงที่พื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีนเผชิญความเสี่ยงจากพายุไต้ฝุ่นสูงที่สุด

ที่เมืองเวินโจว เมืองชายฝั่งของมณฑลเจ้อเจียง หน่วยงานการไฟฟ้าท้องถิ่นจัดตั้งเครือข่ายตรวจติดตามหลายระดับ เชื่อมโยงการปฏิบัติงานทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า

หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของเครือข่ายดังกล่าวคือรถตรวจวัดพายุไต้ฝุ่นเคลื่อนที่ ซึ่งใช้ตรวจวัดทิศทางและความเร็วของลมในชั้นบรรยากาศระดับสูง

รถตรวจวัดคันนี้ ติดตั้งเครื่องวัดลมด้วยเรดาร์ ระบบควบคุมป้องกันฟ้าผ่า ระบบผลิตไฟฟ้าอิสระ และระบบปรับระดับตัวรถ สามารถทำงานได้ตามปกติแม้เผชิญลมแรงถึง 32 เมตรต่อวินาที

Wang Zhenguo หัวหน้าฝ่ายตรวจติดตามและเตือนภัยล่วงหน้า State Grid Zhejiang Electric Power Meteorological Center กล่าวว่า อุปกรณ์หลักของรถคันนี้คือเรดาร์ตรวจวัดลม ซึ่งจะส่งคลื่นเรดาร์ขึ้นไปในอากาศเพื่อตรวจจับอนุภาคในสนามลม ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ปรับปรุงแบบจำลองพยากรณ์และระบบเตือนภัยจากพายุไต้ฝุ่นให้มีความแม่นยำมากขึ้น

ศูนย์ฯ ยังได้พัฒนาระบบป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติอัจฉริยะ ปัจจุบัน มีการจัดตั้งเครือข่ายตรวจติดตามและตรวจจับครอบคลุมทั่วมณฑลเจ้อเจียง ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดมากกว่า 35,000 ชุด

เครือข่ายนี้สามารถจัดทำพยากรณ์รายชั่วโมงล่วงหน้า 7 วัน ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที และช่วยลดค่าความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เส้นทางขึ้นฝั่งของพายุไต้ฝุ่นได้ประมาณ 30 กิโลเมตร และยังสามารถพยากรณ์ภัยธรรมชาติประเภทอื่น เช่น น้ำแข็งเกาะสายส่ง พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และไฟป่า

Wang Zhenguo ระบุว่า ความขัดข้องของโครงข่ายไฟฟ้ามากกว่าร้อยละ 60 มีสาเหตุมาจากภัยธรรมชาติ โดยพายุไต้ฝุ่นเป็นหนึ่งในภัยสำคัญที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าเป็นบริเวณกว้าง

สำหรับอำเภอชางหนาน ในเมืองเวินโจว ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา การส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสายส่งไฟฟ้าด้วยวิธีการแบบเดิมเป็นไปอย่างยากลำบาก

เมื่อปี 2019 ทางอำเภอจึงจัดตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมนำโดรนปฏิบัติการจำนวน 55 ลำ และสถานีโดรนอัตโนมัติ 7 แห่งมาใช้งาน ทำให้สามารถตรวจสอบสายไฟฟ้าเหนือพื้นดินทั่วทั้งอำเภอได้โดยอัตโนมัติ

โดรนจะบินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยใช้เทคโนโลยีถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดตรวจจับความผิดปกติของอุปกรณ์ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป และใช้กล้องถ่ายภาพแสงปกติระบุตำแหน่งจุดเสี่ยงหรืออันตรายต่างๆ ตามแนวสายไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ พร้อมส่งข้อมูลกลับไปยังศูนย์ควบคุมทันที

ระบบตรวจสอบอัจฉริยะแบบครบวงจรนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและบำรุงรักษาได้มากกว่าการตรวจสอบด้วยกำลังคนถึง 2–3 เท่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถใช้เซ็นเซอร์ไลดาร์ที่ติดตั้งบนโดรน สำรวจภูมิประเทศให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที

ข้อมูลดังกล่าว จะถูกนำมาสร้างแบบจำลองสามมิติ เพื่อจำลองสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ขณะที่การเปรียบเทียบข้อมูลการสำรวจในแต่ละช่วงเวลา ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรณีวิทยา เช่น ดินถล่มและการพังทลายของลาดเขาได้อีกด้วย

คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...