“ชัชชาติ” เผยไฟคลองถมเซ็นเตอร์เหลือจุดความร้อน 3 จุด คาดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ เร่งพิสูจน์หลักฐานหาต้นเพลิง
“ชัชชาติ” เผยไฟคลองถมเซ็นเตอร์เหลือจุดความร้อน 3 จุด คาดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ เร่งพิสูจน์หลักฐานหาต้นเพลิง คาดอยู่โซน C บล็อก 5 พร้อมรวบรวมพยาน-หลักฐานคลี่ปมเหตุเพลิงไหม้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้า “คลองถมเซ็นเตอร์” ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา กทม. เฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยหน้าที่หลักของ กทม. คือการควบคุมไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ซึ่งเมื่อคืนพบจุดความร้อน 3 จุด แต่อุณหภูมิไม่ได้สูงมาก จึงมองว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น และใกล้เข้าสู่ภาวะที่ไม่มีปัญหาแล้ว
สำหรับวันนี้ สิ่งสำคัญคือการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ โดย กทม. ได้จัดเตรียมแบบและพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้สภาพอาคารชั้น 2 พังลงมาทับชั้น 1 ทำให้จุดที่เป็นต้นเหตุของเพลิงอาจค้นหาได้ยาก จึงต้องใช้หลักฐานประกอบ ทั้งจากภาพใน TikTok และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เข้าไปในพื้นที่ เพื่อระบุจุดที่เกิดต้นเพลิง
นายชัชชาติกล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจุดต้นเพลิงน่าจะอยู่บริเวณบล็อกที่ 5 เข้าไปประมาณ 20 เมตร โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าพื้นที่ในเวลา 08.00 น. เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม แต่การตรวจสอบทั้งอาคารอาจทำได้ยาก จึงจะพยายามสืบค้นข้อมูลก่อน ส่วนอาคารแถวโดยรอบ กทม. พยายามดูว่าจะสามารถเข้าอาคารได้เมื่อใด เนื่องจากต้องการให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะอาคารแถวด้านหลัง ซึ่งจะให้ผู้อำนวยการเขตเร่งดูแลต่อไป
ส่วนผู้ได้รับความเสียหายและเจ้าของรถ นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้แสดงตัวแล้ว โดยมีรถอยู่คันหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเรื่องความเสียหายต่อไป เบื้องต้นให้ผู้ได้รับความเสียหายไปลงทะเบียนที่วัดพระพิเรนทร์ ซึ่ง กทม. เปิดเป็น One Stop Service และมีหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายไว้ก่อน
ส่วนจำนวนรถที่ติดค้างอยู่ภายในอาคาร นายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นเข้าใจว่าพบประมาณ 8 คัน แต่ตัวเลขยังไม่แน่นอน โดยจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ ทราบว่ารถภายในอาคารไม่ได้มีจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดี และเหตุเกิดในช่วงกลางคืน แต่มีคันหนึ่งเป็นรถกะบะยังในสภาพดี คาดว่าน่าจะจอดอยู่ที่บริเวณชั้นสามก่อนที่จะร่วงลงมากองอยู่ ซึ่งกำลังหาวิธีเอาออกมาอยู่
สำหรับเรื่องค่าชดเชยต่าง ๆ ต้องพูดคุยกับบริษัทประกันและเจ้าของอาคารอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตสำรวจพื้นที่โดยรอบว่ามีจุดใดที่ยังมีพื้นที่ค้าขายหรือมีพื้นที่ว่าง เพื่อรองรับพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบและต้องการกลับมาค้าขายต่อ รวมถึงผู้ที่มีพื้นที่ค้าขายและต้องการให้ผู้ประสบภัยเข้าไปค้าขาย สามารถแจ้งกับทางเขตได้ เพื่อช่วยบรรเทาภาวะชั่วคราวไปก่อน
กรณีที่เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนบริเวณด้านหลัง นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องให้มีการรายงานก่อนว่ามีใครได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด โดยมองว่าจุดที่ได้รับความเสียหายน่าจะเป็นตัวคลองถมเซ็นเตอร์ และห้องแถวที่เป็นอาคารสายทองประมาณ 8-9 คูหา ส่วนพื้นที่ด้านนอกไม่น่าจะมีความเสียหายมาก
สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศ นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว โดยในวันแรกที่เกิดเหตุมีฝุ่นค่อนข้างมาก ทั้ง PM2.5 และ PM10 สูงมาก แต่ไม่พบก๊าซพิษ และสถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก กทม. ส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศและติดตามตามแนวทางลม ซึ่งลมพัดไปทางทิศเหนือ โดยในวันแรกกลิ่นควันไปถึงบริเวณดอนเมือง ส่วนขณะนี้สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากยังมีการส่งรถตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการรื้อถอนอาคาร นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคาร เนื่องจากหน้าที่ของ กทม. ไม่ได้มีหน้าที่รื้อถอนอาคาร โดยเปรียบเทียบกับกรณีอาคาร สตง. ที่ กทม. มีหน้าที่ดูแลผู้ประสบภัย เมื่อผู้ประสบภัยถูกนำออกมาได้หมดและไม่มีผู้ประสบภัยเหลืออยู่ กทม. ก็ถอนตัว
ดังนั้น หากกรณีนี้ตรวจสอบแล้วเรียบร้อย ไฟไม่คุกรุ่นแล้ว และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดำเนินการเสร็จสิ้น กทม. ก็จะถอนตัวและกั้นโซนพื้นที่ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารในการดำเนินการรื้อถอนต่อไป
เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะต้องเข้าไปตรวจสอบจุดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่าหากดูจากแผนที่จะอยู่บริเวณโซน C หรือบริเวณบล็อกดังกล่าว โดยมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ กทม. ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงคนแรกเดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์ และเข้าไปทางด้านหลัง ก่อนลากสายดับเพลิงประมาณ 30 เมตร ไปถึงจุดต้นเพลิงพอดี
ซึ่งจุดดังกล่าวจะต้องดูหลักฐานอื่นประกอบด้วย โดยนายชัชชาติระบุว่า มีพยานจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงแรกมีพนักงานและผู้ที่อยู่ในพื้นที่พยายามเข้าไปดับเพลิง จึงมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์และสามารถให้ข้อมูลได้ ดังนั้นการตรวจสอบจึงต้องรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับพยานวัตถุ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะพยานวัตถุเพียงอย่างเดียว