โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซาอุฯ-ตุรกี-ปากีสถาน จับมือตั้ง NATO โลกมุสลิม ? แม้สงครามอิหร่านยังไม่จบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การประกาศครั้งประวัติศาสตร์ ! ซาอุดีอาระเบีย-ตุรกี-ปากีสถาน จับมือทำข้อตกลงป้องกันร่วม ยึดหลัก “ใครถูกโจมตีจะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ” เปิดทางสู่การตั้ง NATO แห่งโลกมุสลิม ?

“ซาอุดีอาระเบีย” ดึงสองมหาอำนาจทางทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกมุสลิมอย่าง“ตุรกี” และ “ปากีสถาน” เข้ามาอยู่ในกรอบการป้องกันประเทศภายใต้ข้อตกลงร่วมกันที่มีชื่อว่า “ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ” (Mecca Joint Defence Pact) และมีรูปแบบเดียวกับขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ขณะที่สงครามในอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้ซาอุดีอาระเบียมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกัน การทำข้อตกลงนี้สร้างความกังวลว่าอาจดึงปากีสถานและตุรกีต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามที่ทั้งสองประเทศพยายามรักษาระยะห่างมาโดยตลอด

ข้อตกลงดังกล่าวได้มีการลงนามร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย เมื่อวานนี้ (7 สิงหาคม) ที่นครเมกกะของซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่มีมายาวนานให้กลายเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันร่วม ซึ่งมีการกำหนดอย่างชัดเจนว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ”** แบบเดียวกับ มาตรา 5 หรือ Article 5 ของนาโต

ในแถลงการณ์ร่วมของทั้งสามประเทศระบุว่า เหตุผลหลักของข้อตกลงคือ เสริมสร้างการยับยั้งร่วมกันต่อการกระทำใด ๆ ที่เป็นการรุกราน รวมถึงยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมในทุกมิติระหว่างทั้งสามประเทศ ซึ่งในทางปฏิบัติ ข้อตกลงดังกล่าวได้มอบหลักประกันด้านความมั่นคงเพิ่มเติมที่ทรงพลังให้แก่ซาอุดีอาระเบีย นอกเหนือจากความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่มีมายาวนานกับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคว่า สหรัฐฯ จะยังสามารถพึ่งพาได้มากน้อยเพียงใดในการปกป้องชาติพันธมิตรผู้มั่งคั่งด้านน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย

NATO แห่งโลกมุสลิม ?

3 ชาติที่ร่วมลงนามต่างมีศักยภาพทางทหารที่แตกต่างกัน ดังนี้…

ซาอุดีอาระเบีย เป็นชาติมหาอำนาจผู้ร่ำรวยแห่งโลกมุสลิม มีงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ตุรกี เป็นประเทศที่มีกองทัพขนาดใหญ่เป็นอันดับสองใน NATO รองจากสหรัฐฯ

ขณะที่ ปากีสถาน เป็นประเทศมุสลิมเพียงชาติเดียวที่มีอาวุธนิวเคลียร์

ด้วยพันธมิตรทั้ง 3 ที่มีศักยภาพทางทหารสูงเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการยับยั้งภัยคุกคามและสะท้อนภาพแนวร่วมทางทหารที่นำโดยชาติ “มุสลิมซุนนี” เพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น แต่แถลงการณ์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าประเทศสมาชิกแต่ละแห่งมีพันธกรณีใดบ้าง และยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงนี้จะผูกมัดทั้งสามประเทศให้ต้องดำเนินการทางทหารในรูปแบบใดเพื่อปกป้องกันและกัน

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้เป็นความพยายามจัดตั้งแกนทางทหารหรือกลุ่มแบ่งแยกตามนิกายแต่อย่างใด

แต่ยังมีคำถามว่ากลไกการป้องกันร่วมจะทำงานอย่างไรเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นจริง ?

กาลิป ดาเลย์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Chatham House ในกรุงลอนดอน กล่าวว่า ข้อตกลงนี้แม้จะระบุว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ แต่ต้องดูต่อไปว่าจะนำข้อตกลงนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร หากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกโจมตีซึ่งในกรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าน่าจะเกิดขึ้นกับ “ซาอุดีอาระเบีย” มากที่สุด จากการโจมตีที่ซาอุดีอาระเบียเผชิญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีจากกลุ่มฮูตี อิหร่าน หรือกลุ่มที่อิหร่านให้การสนับสนุนในอิรัก

ดาเลย์กล่าวด้วยว่า ทั้งสามประเทศมีขีดความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น ดังนั้น ในแง่หนึ่งแต่ละประเทศกำลังนำขีดความสามารถที่แตกต่างกันมาสู่โต๊ะเจรจาและในระดับหนึ่ง ขีดความสามารถเหล่านั้นยังสามารถเสริมซึ่งกันและกันได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวด้วยว่า นี่เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่นำไปสู่การเกิดขึ้นจริงของข้อตกลงป้องกันร่วมครั้งนี้ และปัจจัยที่ว่านั้นคือ “ความไม่ไว้วางใจต่อหลักประกันด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ”

อัลจาซีรา รายงานว่าบททดสอบที่แท้จริงของพันธมิตรนี้จะเกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์จริง เนื่องจากอิสราเอลและอิหร่านแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมทำสงครามและยอมรับผลที่จะตามมา แต่คำถามคือ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน พร้อมจะทำเช่นนั้นเพื่อปกป้องกันและกันหรือไม่ ? เพราะในตะวันออกกลางยุคปัจจุบัน อาจเกิดสถานการณ์ที่บีบให้ทั้งสามประเทศต้องตัดสินใจเช่นนั้น และท้ายที่สุดการตัดสินใจเหล่านั้นจะเป็นตัวชี้วัดว่า กลุ่มอำนาจตามข้อตกลงนี้กำลังก่อตัวขึ้นจริงหรือไม่

เติมสมาชิกเพิ่มในอนาคต ?

เจ้าหน้าที่ฝั่งตุรกีรายหนึ่งบอกกับ CNN ว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายต่อต้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ อีกทั้งประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคสามารถเข้าร่วมข้อตกลงนี้ได้ ซึ่งหมายถึงในอนาคตอาจเพิ่มความเป็นไปได้ว่าพันธมิตรดังกล่าวอาจขยายสมาชิกเพิ่มเติมในลักษณะคล้าย NATO แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ จะขยายสมาชิกไปยังประเทศอื่นหรือไม่ เช่น อียิปต์ กาตาร์ ซีเรีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประโยชน์ของพันธมิตรดังกล่าวเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีในตะวันออกกลางมักมีความแตกแยกกันมาโดยตลอด แต่ความแตกแยกในอดีต รวมถึงผลประโยชน์ที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้การขยายพันธมิตรนี้ ยังไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ตัวอย่างเช่น ซีเรียกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม จากความขัดแย้งอันโหดร้ายที่กินเวลานานถึง 13 ปี เช่นเดียวกับอียิปต์ ซึ่งส่งสัญญาณว่าขณะนี้ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการหลีกเลี่ยงความไม่สงบภายในประเทศ ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็อาจเป็นอีกประเทศที่มีโอกาสเข้าร่วมพันธมิตรซาอุดีอาระเบีย-ปากีสถาน-ตุรกี แต่จุดยืนของ UAE มีความแตกต่างจากทั้งสามประเทศในหลายประเด็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่อง เยเมนและการปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างการลงนามใน ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ซาอุดีอาระเบียมีท่าทีมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย

อิหร่านว่าอย่างไร ?

สนธิสัญญาที่ลงนามกันจึงถือเป็นคำเตือนถึงรัฐบาลอิหร่าน ว่าหากเกิดการโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้งต่อซาอุดีอาระเบีย ข้อตกลงนี้อาจถูกนำมาใช้และดึงปากีสถานกับตุรกีเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งอาจทำให้สงครามขยายวงออกไปอย่างรุนแรง

แต่ก็มีปฏิกิริยาจากฝั่งอิหร่านที่สะท้อนความไม่พอใจต่อข้อตกลงดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยให้แก่ซาอุดีอาระเบีย

อิบราฮิม เรซาอี สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวผ่าน X ว่า ซาอุดีอาระเบียควรเข้าใจว่า ข้อตกลงบนกระดาษกับตุรกีและปากีสถานจะไม่ทำให้พวกเขาปลอดภัย เช่นเดียวกับการพึ่งพาสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียวตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...