โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มื้อฉลองกลายเป็นฝันร้าย! อดีตทหารวัย 44 ติดเตียงตลอดชีวิต หลังกิน "หอยนางรม" หมอชี้ใครไม่ควรกิน?

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
มื้อฉลองกลายเป็นฝันร้าย อดีตทหารกินหอยนางรมดิบ ก่อนหัวใจหยุดเต้น-สมองเสียหาย แพทย์ชี้ความเสี่ยง ใครบ้างไม่ควรกิน?

มื้อฉลองกลายเป็นฝันร้าย อดีตทหารกินหอยนางรมดิบ ก่อนหัวใจหยุดเต้น-สมองเสียหาย แพทย์ชี้ความเสี่ยง ใครบ้างไม่ควรกิน?

มื้ออาหารที่ควรเป็นความทรงจำแสนอบอุ่นของครอบครัว กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม เมื่อชายชาวอเมริกันวัย 44 ปี ล้มป่วยอย่างรุนแรงหลังรับประทานหอยนางรมดิบ ก่อนหัวใจหยุดเต้นและสมองขาดออกซิเจน ปัจจุบันเขายังคงนอนติดเตียงและต้องได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ครอบครัวเชื่อว่าอาการทั้งหมดเชื่อมโยงกับหอยนางรมที่รับประทานในร้านอาหาร จึงยื่นฟ้องร้านสเต๊กและบริษัทผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเล ขณะที่ร้านอาหารปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยยืนยันว่าไม่พบหลักฐานว่าร้านเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วย และไม่มีลูกค้ารายอื่นรายงานอาการในลักษณะเดียวกัน

มื้อฉลองครอบครัว ก่อนชีวิตเปลี่ยนในเวลาเพียง 3 วัน

รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โจ เบลจิโอ (Joe Belgio) วัย 44 ปี พาครอบครัวไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งในเมืองโอ๊กบรูก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งอยู่ห่างจากนครชิคาโกราว 24 กิโลเมตร วันนั้นเขาสั่งหอยนางรมดิบมารับประทานระหว่างมื้อฉลองกับครอบครัว หลังลูกสาวคนเล็กเพิ่งเกิดได้ประมาณ 5 เดือน

เมลานี สเตเยอร์ (Melanie Stayer) คู่หมั้นของเขา ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ABC 7 Chicago ว่า วันนั้นเป็นเพียงวันสบาย ๆ ที่เบลจิโอต้องการเฉลิมฉลองชีวิตกับคนในครอบครัว ไม่มีใครคาดคิดว่า หลังจากมื้ออาหารดังกล่าวเพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ล้มป่วยหนัก ก่อนหัวใจหยุดเต้นและสมองขาดออกซิเจน

ตามข้อกล่าวหาในคำฟ้อง หลังรับประทานหอยนางรมได้ประมาณ 3 วัน เบลจิโอมีอาการป่วยรุนแรงและเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เขาหมดสติและสมองขาดออกซิเจนอย่างน้อย 8 นาที ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล

หน่วยกู้ชีพที่เข้ามาช่วยเขาคือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองซิเซโร ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่เบลจิโอเคยปฏิบัติหน้าที่มาก่อน ภายหลังแพทย์วินิจฉัยว่าเขาได้รับบาดเจ็บทางสมองจากการขาดออกซิเจน หรือ Anoxic Brain Injury ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อสมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอระหว่างภาวะหัวใจหยุดเต้น

เบลจิโออยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลาหลายเดือน แม้เวลาจะผ่านมากว่าหนึ่งปี เขายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก Edward Hines Jr. VA Hospital และต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา ทนายความของครอบครัวระบุว่า เขามีความเสียหายทางสมองอย่างรุนแรง เหลือความสามารถในการรับรู้เพียงเล็กน้อย และอาจต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต

อดีตทหาร-นักดับเพลิง ผู้เคยผ่านทั้งสนามรบและกองเพลิง

ก่อนเกิดเหตุ เบลจิโอเคยเป็นทหารหน่วยลาดตระเวนนาวิกโยธินสหรัฐฯ และผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอิรัก ต่อมาเขาทำงานเป็นนักดับเพลิงของเมืองซิเซโร ก่อนเกษียณจากหน้าที่ นอกจากนี้ ยังเป็นโค้ชเบสบอลเยาวชนและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในชุมชน

ครอบครัวระบุว่า เขาเคยผ่านทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทางทหารและการเข้าไปช่วยเหลือผู้คนในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ แต่กลับต้องมาเผชิญภาวะวิกฤตจากมื้ออาหารธรรมดา ค่ารักษาพยาบาลสะสมสูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาทแล้ว

ครอบครัวเปิดรับบริจาคผ่านเว็บไซต์ GoFundMe เพื่อช่วยรับผิดชอบค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว โดยยอดระดมทุนอยู่ที่มากกว่า 85,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินดังกล่าวยังห่างจากค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวอาจต้องรับผิดชอบตลอดชีวิตของผู้ป่วย

ครอบครัวฟ้องร้านสเต๊กและบริษัทจำหน่ายอาหารทะเล

ล่าสุด ครอบครัวของเบลจิโอยื่นฟ้องร้านอาหารดังกล่าวสาขาโอ๊กบรูก โดยกล่าวหาว่าหอยนางรมดิบที่ร้านนำมาเสิร์ฟมีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค คำฟ้องยังระบุชื่อบริษัท Supreme Lobster and Seafood Company ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเล เป็นจำเลยร่วมด้วย

รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า เอกสารคำฟ้องกล่าวถึงเชื้อที่ตรวจพบหรือถูกเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยหลายชนิด ได้แก่ เชื้ออีโคไลชนิดก่อโรคในลำไส้ หรือ EPEC เชื้อ Plesiomonas shigelloides และบางรายงานระบุถึง Vibrio cholerae ด้วย ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่า เบลจิโอไม่ได้รับประทานหอยดิบหรือสัตว์น้ำมีเปลือกดิบจากที่อื่นในช่วงระหว่างมื้อดังกล่าวกับวันที่เข้ารักษาตัว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อกล่าวหาและรายละเอียดที่ฝ่ายโจทก์ยื่นต่อศาล ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการวินิจฉัยถึงที่สุด จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าหอยจากร้านอาหารเป็นแหล่งของเชื้อ หรือเป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะหัวใจหยุดเต้นและความเสียหายทางสมอง

ร้านอาหารปฏิเสธ ชี้ไม่มีลูกค้ารายอื่นแจ้งอาการป่วย

ทางร้าน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าร้านเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วย โดยระบุว่า จากข้อมูลและการตรวจสอบภายใน ไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่าร้านอาหารมีส่วนทำให้เบลจิโอล้มป่วย

ร้านอาหารยังระบุว่า ไม่มีลูกค้ารายอื่นรายงานอาการป่วยจากเหตุการณ์เดียวกัน และเชื่อว่ากระบวนการทางกฎหมายที่รอบด้านจะนำไปสู่ข้อสรุปในทิศทางเดียวกับผลการตรวจสอบของร้าน ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นศาลและยังไม่มีคำพิพากษา จึงต้องรอการพิสูจน์หลักฐานจากทุกฝ่ายต่อไป

ทำไมหอยนางรมดิบจึงเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค

หอยนางรมกินอาหารด้วยการกรองน้ำทะเลผ่านร่างกาย กระบวนการดังกล่าวทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในน้ำสามารถสะสมในเนื้อเยื่อของหอยได้ แม้หอยจะดูสด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และมีรสชาติเหมือนหอยทั่วไป ก็อาจมีเชื้อก่อโรคปะปนอยู่โดยไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ระบุว่า การรับประทานหอยนางรมดิบหรือปรุงไม่สุกอาจทำให้ติดเชื้อวิบริโอและเชื้อก่อโรคชนิดอื่น เชื้อวิบริโอบางชนิดก่อให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน แต่ Vibrio vulnificus สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะช็อก และการติดเชื้อรุนแรงที่คุกคามชีวิตได้

การบีบมะนาว ใส่น้ำจิ้มรสเผ็ด หรือดื่มแอลกอฮอล์คู่กับหอยดิบ ไม่สามารถฆ่าเชื้อวิบริโอในเนื้อหอยได้ วิธีที่ลดความเสี่ยงได้จริงคือปรุงหอยให้สุกด้วยความร้อนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อทำอาหารให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

เชื้อในคดีนี้เหมือนกับเชื้อวิบริโอที่พบในหอยดิบหรือไม่

เชื้อ EPEC เป็นเชื้ออีโคไลกลุ่มหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ส่วน Plesiomonas shigelloides เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในแหล่งน้ำและสามารถทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้ ขณะที่เชื้อวิบริโอเป็นกลุ่มแบคทีเรียอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งพบตามธรรมชาติในน้ำทะเลและน้ำกร่อย

เชื้อเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อตัวเดียวกันและมีลักษณะการก่อโรคแตกต่างกัน แต่มีบทเรียนร่วมคืออาหารทะเลดิบอาจเป็นพาหะนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ การตรวจพบเชื้อในผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันแหล่งที่มา ต้องอาศัยข้อมูลระบาดวิทยา ผลตรวจตัวอย่างอาหาร และหลักฐานในห่วงโซ่การผลิตประกอบกัน

กรมอนามัยเตือน เชื้อวิบริโอในหอยดิบอาจรุนแรงถึงชีวิต

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เคยเผยแพร่คำเตือนว่า เชื้อวิบริโอพบได้ตามธรรมชาติในน้ำทะเลและน้ำกร่อย โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำมีอุณหภูมิสูง เชื้อสามารถสะสมอยู่ในหอยนางรมและเข้าสู่ร่างกายได้จากการรับประทานอาหารทะเลดิบ รวมถึงผ่านบาดแผลที่สัมผัสน้ำทะเลหรือสัตว์ทะเลสด

ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หรือหนาวสั่น หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดอาจเกิดความดันโลหิตต่ำ ผิวหนังแดงบวม มีตุ่มพอง และอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรรอดูอาการเมื่อพบสัญญาณรุนแรงหลังรับประทานอาหารทะเลดิบ

กลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงหอยนางรมดิบ

  • ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง หรือไวรัสตับอักเสบ
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการ

มื้อฉลองกลายเป็นฝันร้าย อดีตทหารกินหอยนางรมดิบ 3 วันต่อมาหัวใจหยุดเต้น ครอบครัวฟ้องร้านดัง

มื้ออาหารที่ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว กลับเปลี่ยนชีวิตชายวัย 44 ปีไปตลอดกาล หลังเขารับประทานหอยนางรมดิบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนล้มป่วยรุนแรงและเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นในอีก 3 วันต่อมา ปัจจุบันผ่านไปนานกว่าหนึ่งปี เขายังคงนอนติดเตียงและต้องได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ครอบครัวเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมีต้นเหตุมาจากหอยนางรมที่ปนเปื้อนเชื้อ จึงยื่นฟ้องร้านอาหารและบริษัทผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเล อย่างไรก็ตาม ฝ่ายร้านอาหารปฏิเสธความรับผิดชอบ และคดียังไม่มีคำตัดสินจากศาล ข้อกล่าวหาทั้งหมดจึงยังคงเป็นคำกล่าวอ้างของฝ่ายโจทก์ที่ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ต่อไป

จากมื้อฉลองของครอบครัว สู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โจ เบลจิโอ (Joe Belgio) วัย 44 ปี พาครอบครัวไปรับประทานอาหารที่ร้าน Gibsons Bar & Steakhouse ในเมืองโอ๊กบรูก ชานเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยวันนั้นเขาสั่งหอยนางรมดิบมารับประทาน

ช่วงเวลาดังกล่าว ครอบครัวของเบลจิโอกำลังเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต เพราะลูกสาวของเขามีอายุเพียง 5 เดือน เมลานี สเตเยอร์ (Melanie Stayer) คู่หมั้นของเขา เล่าว่า นั่นเป็นเพียงวันสบาย ๆ ที่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งต้องการฉลองชีวิตกับครอบครัว แต่ไม่มีใครคิดว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ผ่านไป 3 วัน อาการทรุดจนหัวใจหยุดเต้น

ตามคำฟ้อง เบลจิโอเริ่มมีอาการป่วยอย่างรุนแรงหลังรับประทานหอยนางรม ก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 สก็อตต์ โอซัลลิแวน (Scott O’Sullivan) ทนายความของครอบครัว ระบุว่า เขาหมดสติและสมองขาดออกซิเจนเป็นเวลาอย่างน้อย 8 นาที

ภาวะสมองขาดออกซิเจน หรือ Anoxic Brain Injury สามารถทำให้เซลล์สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง หากสมองไม่ได้รับออกซิเจนนานเกินไป ผลกระทบอาจครอบคลุมทั้งการรับรู้ การเคลื่อนไหว ความจำ และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง

ผู้ที่เข้าช่วยกู้ชีพเบลจิโอคือหน่วยดับเพลิงเมืองซิเซโร ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่เขาเคยปฏิบัติหน้าที่มาก่อน จากนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและอยู่ในอาการโคม่านานหลายเดือน

อดีตทหารผ่านศึกและนักดับเพลิง ต้องนอนติดเตียงตลอดชีวิต

เบลจิโอเคยเป็นทหารหน่วยลาดตระเวนนาวิกโยธินสหรัฐฯ และผ่านการประจำการในอิรัก ก่อนกลับมารับราชการเป็นนักดับเพลิง นอกจากบทบาทด้านการรับใช้ประเทศและชุมชน เขายังเป็นโค้ชเบสบอลเยาวชนให้แก่เด็กในพื้นที่อีกด้วย

หลังผ่านเหตุการณ์มานานกว่าหนึ่งปี เบลจิโอยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกเอ็ดเวิร์ด ไฮนส์ จูเนียร์ และต้องมีผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทนายความเปิดเผยว่า เขามีความเสียหายทางสมองอย่างหนัก เหลือความสามารถในการรับรู้เพียงเล็กน้อย และมีแนวโน้มต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต

ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นถูกระบุว่าสูงเกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และชุมชนจึงร่วมกันเปิดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการรักษาและการฟื้นฟูระยะยาว

ครอบครัวกล่าวหาหอยนางรมปนเปื้อนเชื้อ 2 ชนิด

ครอบครัวของเบลจิโอยื่นฟ้อง Gibsons Bar & Steakhouse โดยกล่าวหาว่าหอยนางรมดิบซึ่งร้านเสิร์ฟมีเชื้อก่อโรคปนเปื้อน รายงานของ CBS Chicago ระบุว่า ในคำฟ้องมีการกล่าวถึงเชื้อ Enteropathogenic Escherichia coli หรือ EPEC และ Plesiomonas shigelloides

EPEC เป็นเชื้ออีโคไลกลุ่มหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ส่วน Plesiomonas shigelloides เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในแหล่งน้ำและอาจเกี่ยวข้องกับอาหารทะเล การติดเชื้อทั้งสองชนิดมักแสดงอาการทางระบบทางเดินอาหาร แต่ความรุนแรงอาจแตกต่างกันตามปริมาณเชื้อ สุขภาพเดิมของผู้ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

ฝ่ายโจทก์อ้างว่า แพทย์ผู้รักษามีความเห็นว่าการเจ็บป่วย ภาวะหัวใจหยุดเต้น และความเสียหายต่อสมองของเบลจิโอเชื่อมโยงกับการรับประทานหอยนางรม นอกจากนี้ คำฟ้องยังระบุชื่อ Supreme Lobster and Seafood Company บริษัทผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเล เป็นจำเลยร่วมด้วย

ร้านอาหารปฏิเสธ ยืนยันไม่พบผู้ป่วยรายอื่น

ด้านตัวแทนของ Gibsons Oak Brook แถลงแสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเบลจิโอ พร้อมยืนยันว่าร้านให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร อย่างไรก็ตาม ทางร้านปฏิเสธว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงสถานประกอบการเข้ากับอาการป่วยของเขา

ร้านอาหารระบุว่า ไม่ได้รับรายงานว่ามีลูกค้ารายอื่นล้มป่วยจากเหตุการณ์เดียวกัน และจากข้อเท็จจริงที่มีอยู่กับผลการตรวจสอบภายใน ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าร้านเป็นสาเหตุ พร้อมแสดงความมั่นใจว่ากระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรมและรอบด้านจะนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน

ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าหอยนางรมจากร้านดังกล่าวเป็นต้นเหตุของอาการป่วยหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีคำพิพากษาว่าร้านอาหารหรือบริษัทผู้จัดจำหน่ายกระทำผิดหรือประมาท ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเชื้อและความเชื่อมโยงทางการแพทย์ยังต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานในชั้นศาล

ทำไมหอยนางรมดิบจึงเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อ

หอยนางรมดำรงชีวิตด้วยการกรองน้ำเพื่อกินอาหาร ทำให้แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อก่อโรคที่อยู่ในน้ำสามารถสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของหอยได้ เชื้อบางชนิดไม่ได้ทำให้สี กลิ่น หรือรสชาติของหอยเปลี่ยนไป ผู้บริโภคจึงไม่สามารถแยกหอยที่ปลอดภัยออกจากหอยปนเปื้อนได้ด้วยการมองหรือดม

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ CDC ระบุว่า หอยนางรมดิบหรือปรุงไม่สุกอาจมีเชื้อ Vibrio และเชื้อก่อโรคชนิดอื่น แม้การติดเชื้อส่วนใหญ่ทำให้ท้องเสียหรืออาเจียน แต่ Vibrio บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Vibrio vulnificus สามารถทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก และเสียชีวิตได้

CDC ยังเตือนว่า หอยซึ่งมีเชื้ออันตรายอาจดูและมีกลิ่นเหมือนหอยปกติทุกประการ การบีบมะนาว เติมซอสเผ็ด หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับหอย ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ วิธีที่เชื่อถือได้ในการลดความเสี่ยงคือทำให้หอยสุกทั่วถึงด้วยความร้อน

เชื้อในคดีนี้กับเชื้อวิบริโอ เป็นตัวเดียวกันหรือไม่

เชื้อ EPEC และ Plesiomonas shigelloides ที่ปรากฏในรายงานเกี่ยวกับคำฟ้อง ไม่ใช่เชื้อ Vibrio vulnificus ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขมักใช้เตือนประชาชนเรื่องหอยนางรมดิบ อย่างไรก็ตาม เชื้อเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของเชื้อก่อโรคที่อาจเกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรืออาหารทะเลปนเปื้อน

กรณีของเบลจิโอไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าหอยดิบทุกตัวมีเชื้อ หรือผู้ที่กินหอยดิบทุกคนจะป่วยรุนแรง แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า การกินอาหารทะเลโดยไม่ผ่านความร้อนย่อมมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการเลือกร้านราคาแพงหรือพิจารณาความสดจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

กลุ่มใดควรหลีกเลี่ยงหอยนางรมดิบ

กรมอนามัยเตือนว่า เชื้อ Vibrio สามารถพบได้ตามธรรมชาติในน้ำทะเลและน้ำกร่อย รวมถึงสะสมในหอยนางรมที่ไม่ผ่านความร้อน เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่

  • ผู้ป่วยโรคตับ เช่น ตับแข็งหรือไวรัสตับอักเสบ
    • ผู้ป่วยเบาหวาน
    • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือรับเคมีบำบัด
    • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังร่วมด้วย
    • หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคอาหารเป็นพิษ

แม้ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถป่วยจากหอยดิบได้ เพียงแต่กลุ่มข้างต้นมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่า การเลือกกินหอยที่ปรุงสุกจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะเมื่อตนเองหรือผู้ร่วมโต๊ะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

วิธีกินหอยนางรมให้ปลอดภัยขึ้น

  • เลือกหอยนางรมที่ผ่านการปรุงสุกทั่วถึง เช่น นึ่ง ต้ม หรืออบจนเนื้อสุก
    • ไม่ใช้กลิ่น สี หรือรสชาติเป็นตัวตัดสินว่าหอยดิบปลอดเชื้อ
    • อย่าเชื่อว่ามะนาว น้ำจิ้มรสเผ็ด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถฆ่าเชื้อในหอยได้
    • แยกอุปกรณ์และภาชนะของอาหารทะเลดิบออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน
    • ล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสหอยและอาหารทะเลดิบ
    • หากมีบาดแผล ควรสวมถุงมือกันน้ำหรือหลีกเลี่ยงการจับอาหารทะเลสดโดยตรง
    • ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรงดหอยดิบ ไม่ว่าจะมาจากร้านใดหรือดูสดเพียงใด

การแช่เย็นช่วยชะลอการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์บางชนิด แต่ไม่ทำให้หอยดิบปลอดเชื้อทั้งหมด เช่นเดียวกับการล้างด้วยน้ำเปล่าที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อภายในตัวหอยได้ การปรุงสุกจึงยังเป็นมาตรการสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค

กินอาหารทะเลแล้วมีอาการแบบไหนควรพบแพทย์

อาการอาหารเป็นพิษอาจเริ่มตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวันหลังรับประทาน ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ หากมีอาการท้องเสียหรืออาเจียน ควรจิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และเฝ้าสังเกตความรุนแรงของอาการอย่างใกล้ชิด

  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
    • ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายต่อเนื่อง
    • อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้
    • ซึม สับสน หน้ามืด หรือหมดสติ
    • ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง หรือมีอาการขาดน้ำ
    • มีผิวหนังแดง บวม เจ็บ ตุ่มพอง หรือแผลลุกลามหลังสัมผัสน้ำทะเลหรืออาหารทะเลดิบ
    • หายใจลำบากหรือใบหน้าและลำคอบวม ซึ่งอาจเป็นอาการแพ้อาหารรุนแรง

ผู้ที่มีโรคตับ เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือโรคเรื้อรังอื่น ไม่ควรรอดูอาการหากป่วยหลังรับประทานหอยดิบ ควรแจ้งแพทย์ให้ชัดเจนว่ารับประทานอาหารทะเลดิบเมื่อใด เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินเชื้อที่อาจเกี่ยวข้องและวางแผนรักษาได้รวดเร็วขึ้น

บทสรุป คดีนี้ยังไม่จบ แต่ความเสี่ยงจากหอยดิบมีอยู่จริง

กรณีของโจ เบลจิโอยังเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ควรสรุปว่าร้านอาหารหรือซัพพลายเออร์เป็นต้นเหตุจนกว่าจะมีการพิสูจน์หลักฐาน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการกินหอยนางรมดิบเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานสาธารณสุข โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเชื้อ Vibrio และเชื้อก่อโรคชนิดอื่น

สำหรับผู้บริโภค บทเรียนสำคัญไม่ใช่การหวาดกลัวหอยนางรมทุกชนิด แต่คือการเข้าใจว่าความสด รสชาติ หรือชื่อเสียงของร้านไม่สามารถรับประกันว่าหอยดิบจะปราศจากเชื้อได้ หากต้องการลดความเสี่ยงอย่างจริงจัง ควรเลือกกินหอยที่ผ่านความร้อน และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงหลังรับประทานอาหารทะเล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...