แค้นโดนเอาคืน!ยูเออีเดือดระงับสัมพันธ์การค้า-ธุรกรรมการเงินกับอิหร่าน หลังถูกเตหะรานยิงขีปนาวุธโจมตี
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) กล่าวโทษอิหร่านสำหรับการยิงขีปนาวุธใส่ประเทศของพวกเขาในวันอังคาร(18ส.ค.) ถือเป็นเหตุโจมตีลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และแม้ทางเตหะรานยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ต่อมายูเออีประกาศระงับความสัมพันธ์ทางการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับสาธารณรัฐอิสลามเป็นการตอบโต้
กระทรวงกลาโหมของยูเออีระบุในถ้อยแถลงที่โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ตอน 21.00น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรวจพบขีปนาวุธแบบทิ้งตัว 2 ลูกยิงออกมาจากอิหร่าน พุ่งเข้าหาประเทศของพวกเขา "ขีปนาวุธลูกแรกตกในน่านน้ำของเอมิเรตส์ ส่วนลูกที่ 2 ตกในน่านน้ำสากล"
ต่อมา กระทรวงกลาโหมยูอีเอระบุว่าขีปนาวุธทั้ง 2 ลูก เล็งเป้าเล่นเล่นงานการเดินเรือทางทะเล
ทางอิหร่านปฏิเสธว่าพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆในเหตุโจมตีในช่วงค่ำวันอังคาร(18ส.ค.) อย่างไรก็ตามทางกระทรวงการต่างประเทศยูเออี ระบุในถ้อยแถลงว่า "การแลกเปลี่ยนทางการค้าและทางพาณิชย์ รวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่าน ถูกระงับไว้จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม"
กระทรวงการต่างประเทศยูเออีบอกว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นการตอบโต้สถานการณ์ที่ลุกลามในภูมิภาค แต่เน้นย้ำว่ายูเออียังคงมุ่งมั่นต่อการทูตและความร่วมมือ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตกเป็นเป้าหมายที่ถูกอิหร่านเล่นงานหนักหน่วงกว่าชาติไหนๆในอ่าวอาหรับ ในช่วงต้นๆของสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับเตหะราน ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนกระทั่งมีข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายน
สิ่งสำคัญที่ทำให้ยูเออีตกเป็นเป้าหมายโจมตี เป็นผลจากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอาบูดาบี ทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้เคียง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขามีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
เหตุการณ์ในวันอังคาร(18ส.ค.) มีขึ้นหลังจากเรือของยูเออีหลายลำตกเป็นเป้าเล่นงานในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อมวลชนยูอีเอรายงานในวันเสาร์(15ส.ค.) ว่าอิหร่านโจมตีเรือของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี ในน่านน้ำแห่งนี้ หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ถือเป็นเหตุโจมตีเรือของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี เป็นลำที่ 3 ในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 1 สัปดาห์
อิหร่านไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเล็งเป้าโจมตีเรือ แต่พวกเขาเคยเตือนเรือทั้งหลายให้ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดไว้ในช่องแคบ และบอกว่าจะทำการโจมตีเรือลำใดก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามหรือมีความเชื่อมโยงกับบรรดารัฐศัตรู
ยูเออีเคยรายงานเกี่ยวกับเหตุถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม แต่ต่อมาบอกว่าภัยคุกคามดังกล่าวเกิดขึ้นนอกเขตชายแดนของประเทศ หลังจากก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ยูเออีเผยว่าต้องรับมือกับขีปนาวุธและโดรนที่ถูกยิงออกมาจากอิหร่าน
อันวาร์ การ์กัช ที่ปรึกษาระดับสูงของรัฐบาล โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่ายูเออีจะปกป้อง "สิทธิการเดินเรืออย่างเสรี" ของประเทศ ในช่องแคบฮอร์มุซ ตามหลังเหตุโจมตีเรือของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี
อย่างไรก็ตามหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เคยรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลอบปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างลับๆ ระหว่างที่อเมริกาเปิดศึกกับอิหร่าน
อับดุลเลาห์ บิน ซาเยด รัฐมนตรีต่างประเทศของยูอีเอ ได้ต่อสายโทรศัพท์ถึง อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ในเดือนมิถุนายน การสนทนาดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ต่างๆในภูมิภาค ขณะที่มันเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผู้แทนทูตของ 2 ชาติ พูดคุยกันทางโทรศัพท์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
(ที่มา:อัล-มอนิเตอร์/รอยเตอร์ส)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO