นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำไทยไม่ใช้ความร่วมมือกลาโหมเป็นเงื่อนไขต่อรองการค้า
นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ย้ำ ไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไข -เครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอลบริดจ์ โคลบี (Mr. Elbridge Colby) ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย (Under Secretary of Defense for Policy) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไขหรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยการหารือด้านการค้าและความมั่นคงต่างดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน
ด้านความร่วมมือทางการทหาร นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี โดยไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย–สหรัฐฯ ให้เข้มแข็งและสอดรับกับบริบทระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสามารถรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความทันสมัยของกองทัพ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน
สำหรับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการพบหารือกับนายแคช พาเทล (Mr. Kash Patel) ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation: FBI) เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ
ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ (KL Accords) โดยมุ่งรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ไทยพร้อมสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานและเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย–สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มุ่งขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาคต่อไป
#อนุทิน #ไทยสหรัฐ #กลาโหม #ความมั่นคง #การค้า #สหรัฐอเมริกา #ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline