‘มท.4’เกาะติดปัญหานอมินีสุราษฎร์ฯ สอบ ‘ที่ดิน–โรงแรม–ธุรกิจ–แรงงาน’
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะเกาะสมุยและเกาะพะงัน หลังจากก่อนหน้านี้มีการรับข้อมูล และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบปัญหานอมินี การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การถือครองที่ดิน โรงแรม และการทำงานของแรงงานต่างด้าว ล่าสุดการดำเนินงานเริ่มขยายผลจากการคัดกรองข้อมูล ไปสู่การตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ได้กำชับให้การทำงานไม่หยุดอยู่เพียงการตรวจสอบรายชื่อ หรือการตรวจพบความผิดปกติ แต่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ดิน สรรพากร ฝ่ายปกครอง แรงงาน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงตลอดกระบวนการว่า ใครประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง ใครมีความเสี่ยง และกรณีใดพบการกระทำผิดต้องเดินหน้าตามขั้นตอนของกฎหมาย
โดยข้อมูลจาก จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า มีนิติบุคคลในจังหวัด 25,864 ราย ในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 11,721 ราย และกลุ่มที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนมากกว่า ร้อยละ 49 จำนวน 9,281 ราย โดยเฉพาะเกาะสมุยมีนิติบุคคล 12,906 ราย และเกาะพะงัน 5,009 ราย ทำให้ทั้งสองพื้นที่ถูกจับตาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่ต้องตรวจสอบการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย
ในขั้นตอนการคัดกรองข้อมูล สำนักงานพาณิชย์ จ.สุราษฎร์ธานี พบข้อมูลนิติบุคคลที่มีที่ตั้งบริษัทซ้ำกัน 5,486 ราย และพบบุคคลที่ถือหุ้นซ้ำกันหลายบริษัท 4,621 ราย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำไปวิเคราะห์ และคัดกรองเชิงลึกต่อไป โดยไม่ได้หมายความว่า ทุกรายเป็นการกระทำผิด แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่
ด้านกรมสรรพากร โดยสำนักงานสรรพากรพื้นที่สุราษฎร์ธานี 2 อยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีที่อาจเข้าข่ายการใช้นอมินีและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 110 ราย ดำเนินการแล้ว 12 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการ 98 ราย โดยกลุ่มที่ดำเนินการแล้วมีมูลค่ารวม 7.538 ล้านบาท สะท้อนการนำข้อมูลจากการคัดกรองไปสู่การตรวจสอบด้านภาษีและการประกอบธุรกิจจริง
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า อีกจุดที่เริ่มเห็นผลชัด คือการตรวจสอบการถือครองที่ดินบนเกาะพะงัน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินในพื้นที่เกาะพะงันจำนวน 1,832 ราย พบกลุ่มนิติบุคคล 112 รายที่มีข้อมูลสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน โดยกลุ่มดังกล่าวถือครองที่ดินรวม 124 แปลง เนื้อที่ประมาณ 86 ไร่ 3 งาน 42.4 ตารางวา
ในจำนวน 112 ราย แบ่งเป็นกรณีที่ตรวจพบใหม่ 104 ราย และกรณีที่มีคำพิพากษาศาลแล้ว 8 ราย ขณะที่การดำเนินการด้านที่ดินได้เดินหน้าเป็นขั้นตอน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งจำหน่ายที่ดินแล้ว 8 ราย รวม 9 แปลง อยู่ระหว่างพิจารณาสั่งจำหน่ายอีก 28 ราย และสำนักงานที่ดินส่วนแยกเกาะพะงันอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอจำหน่ายอีก 76 ราย
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับข้อมูลชุดนี้ในฐานะงานที่ต้องติดตามต่อจนเห็นผล โดยกำชับให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมติดตามว่ากรณีที่ตรวจพบเดินหน้าไปถึงขั้นใดแล้ว ไม่ให้ปัญหาถูกทิ้งไว้เพียงในรูปของตัวเลขหรือรายงานการตรวจสอบ
“เรื่องที่ประชาชนสะท้อนหรือเป็นปัญหาในพื้นที่ เมื่อรับเรื่องมาแล้วต้องตามต่อ และต้องดูให้เห็นว่าการทำงานเดินหน้าไปถึงขั้นไหนแล้ว หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง ก็ต้องได้รับความเป็นธรรม” รมช.มหาดไทย กล่าว