โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครูสะอื้นโดนลอยแพ! จ่ายหนี้แทนเพื่อนร่วมวิชาชีพ 16 ล้าน หลังเบี้ยวหนี้ปล่อยล้มละลาย แต่มีเงินเลี้ยงชีพใช้ชีวิตสุขสบาย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 51 นาทีที่แล้ว • Kong
วันนี้ (25 ส.ค.69) นางภิมร์ลภัส หรือ ครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงินและเซ็นค้ำประกันเงินกู้สถาบันการเงิน และต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการถูกฟ้องร้อง ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

วันนี้ (25 ส.ค.69) นางภิมร์ลภัส หรือ ครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงินและเซ็นค้ำประกันเงินกู้สถาบันการเงิน และต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการถูกฟ้องร้อง ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครู 5 คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ แต่ครูคนที่กู้ได้ผิดนัดชำระ จนปี 2565 โดนธนาคารฟ้องร้อง โดยครู 2 คนแรกที่ถูกฟ้องไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้

ทำให้ครูติ๋ว ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำรวมเกือบ 1 ล้านบาท โดยถูกหักจากเงินเดือนๆ ละ 5,900 บาท จนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องชำระทั้งหนี้ของตัวเอง ยังต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนเพื่อนครูที่ยอมเป็นบุคคลล้มละลายอีก จนเกิดความเครียดสะสมและล้มป่วยเส้นเลือดสมองแตกต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ และที่ รพ.ขอนแก่นนานเกือบเดือน ทุกวันนี้ยังต้องไปตรวจรักษาตามนัดต่อเนื่อง

ต่อมาปี 2568 ได้รับหมายศาลกรณีค้ำประกันเงินกู้ครูรายที่ 3 ซึ่งไม่ชำระหนี้ตามสัญญาและยอมเป็นบุคคลล้มละลายเช่นกัน มาฟ้องให้ชำระหนี้แทนผู้กู้อีกกว่า 4 ล้านบาท และล่าสุดปี 2569 ทางธนาคารได้รวมยอดหนี้ทั้งของครูที่กู้และของตนเองที่กู้ต้นสังกัดไปปิดหนี้ธนาคาร ฟ้องเรียกเงินจากตนเองเพียงคนเดียวรวมยอดหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า 16 ล้านบาท เนื่องจากเพื่อนครูที่ตนเองเซ็นค้ำให้ทั้ง 4 คน ยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เหลือตัวเองเพียงคนเดียวที่ยังรับราชการ ซึ่งตนมองว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะแม้ครูทั้ง 4 คนจะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ยังได้รับเงินเลี้ยงชีพจากกองพิทักษ์ทรัพย์เดือนละ 18,000 บาท แถมยังทำหน้าที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชน บางคนมีธุรกิจบ้านเช่า และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างสุขสบาย

ต่างจากตนซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน แต่กลับต้องรับภาระจ่ายหนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนเงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ต้องไปหยิบยืมคนอื่น ตอนนี้เครียดมากบางครั้งก็อยากจะจบชีวิตเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบ แต่สงสารลูกสาวที่ยังอยู่ในวันเรียน ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ. รมว.กระทรวงศึกษาฯ (สมัยนั้น) รวมถึงคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศึกษาธิการจังหวัดให้หาแนวทางช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด

ครูติ๋ว ยังพูดพลางน้ำตาคลอเบ้าและเสียงสั่นเครือว่า ตามหลักกฎหมายอาจจะทำอะไรครูทั้ง 4 คนไม่ได้ เพราะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ความเป็นจริงครูยังมีเงินเลี้ยงชีพเดือนละเกือบ 2 หมื่น และมีรายได้ทางอื่นอีก ได้มีจิตสำนึกรับผิดชอบหนี้ของตัวเองด้วย เพราะตอนนี้ตนและครอบครัวเดือดร้อนมาก

โดยวันที่ 9 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ต้องเดินทางไปเจรจาประนอมหนี้กับกองพิทักษ์ทรัพย์ แต่สุดท้ายหากไม่มีทางเลือก และต้องถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ตนก็ต้องออกจากราชการครูขาดรายได้ และจะทำให้ครูอีก 2 คน ที่ค้ำประกันให้ต้องได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย จึงอยากเรียกร้องให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ หาแนวทางช่วยเหลือด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...