โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นายกฯ ตรวจความพร้อมรบกองทัพเรือ ชูภารกิจป้องกันประเทศ-ช่วยประชาชนรับภัยพิบัติ

สยามรัฐ

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 55 นาทีที่แล้ว

นายกฯ ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจในอ่าวไทยตอนบน รับทราบความพร้อมรบกองทัพเรือ ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยุทธวิธี ชมสาธิตเรือหลวงจักรีนฤเบศรในบทบาทฐานควบคุมระบบไร้คนขับ พร้อมภารกิจช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

วันที่ 27 ส.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบนและสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่กำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ

สำหรับ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพเรือทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยุทธวิธี รวมถึงการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

S 25149596

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมการปฏิบัติการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวความคิดการใช้กำลัง ชมการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ รวมถึงการสาธิตการใช้ยานไร้คนขับ โดยการฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวคิดการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” เพื่อเป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ

ขณะที่ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงและหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึกอย่างเต็มภารกิจ เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่น

S 25149530

การฝึกครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในฐานะแกนหลักของกองเรือ ทั้งด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูล และการควบคุมการปฏิบัติการทางทะเล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับดังกล่าวจำนวนจำกัด ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคกำลังพัฒนากำลังทางเรือและเทคโนโลยีทางทหารอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา นายกรัฐมนตรีและคณะได้ นั่ง อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ S-70B Sea Hawk จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร มาตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ (Incident Command Center: ICC) ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 พร้อมชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์และการบูรณาการระหว่างหน่วย สะท้อนให้เห็นว่าขีดความสามารถของกองทัพเรือสามารถนำมาใช้ได้ทั้งการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

S 25149636

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแสดงเพียงความพร้อมของเรือ อากาศยาน หรือระบบอาวุธแต่ละประเภท แต่เป็นการแสดงความพร้อมของกองทัพเรือ “ทั้งระบบ” ตั้งแต่การรับรู้สถานการณ์ การบัญชาการและควบคุม การใช้กำลัง และการส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...