โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แพทย์เตือน! สูดควันเทียนหอมมากๆ อันตรายต่อสุขภาพ ระวังได้มะเร็งเป็นของแถม

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ค. 2565 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 08.21 น.

แพทย์เตือน! สูดควันเทียนหอมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก เสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ระวังได้มะเร็งเป็นของแถม พร้อมแนะนำวิธีเทียนหอมเพื่อผ่อนคลายแบบไหนดี

ความหอมฟุ้งอโรมาของเทียมหอมจะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายอบอวลไปทั่วบ้านพร้อมปรับอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้น แต่รู้หรือไม่การสูดกลิ่นควันมากเกินไปอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิดเดอะซัน รายงาน แพทย์ด้านเคมีกล่าวว่าผู้คนควร "ระมัดระวัง" กับความถี่ในการจุดเทียน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดอันตรายได้

ดร.แดน กูเบลอร์ แพทย์และศาสตราจารย์เคมี เปิดเผยความรู้ผ่านทางติ๊กต็อกจนกลายเป็นกระแสไวรัลว่า เทียนเป็นรูปแบบหนึ่งของมลพิษในร่มที่ผู้คนมักไม่นึกถึง ซึ่งการสูดลมหายใจนำควันเทียนเข้าสู่ร่างกายไม่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากการเผาไหม้ของเทียนที่ทำจากพาราฟินจะปล่อยเขม่าออกมา มีการคาดการณ์ว่า เขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ของเทียนนั้นจะคล้ายกับเขม่าที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ดีเซล

พร้อมเตือนว่า มีผลการศึกษาจากคลินิกและองค์กรต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจุดเทียนในร่มบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง รวมถึงการยับยั้งความสามารถของเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระเพาะปัสสาวะที่จะเติบโตตามปกติ

“เทียนทำมาจากขี้ผึ้งพาราฟินราคาถูก ทำจากน้ำหอมและสีย้อมเทียม เมื่อเราเผาไหม้ มันจะปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, เบนโซไพรีน, โทลูอีน และสารประกอบระเหยอื่น ๆ ซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย เช่น รบกวนความสามารถของร่างกายในการสืบพันธุ์ ดังนั้น จงระวัง หากคุณกำลังจุดเทียนเป็นครั้งคราวในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เป็นสิ่งที่ไม่น่ากังวล แต่การเผาไหม้ต่อเนื่องจนเกิดควันอบอวลอาจเป็นเรื่องใหญ่”

แม้ว่าไม่มีหลักฐานโดยตรงว่าการใช้เทียนไขสามารถทำให้เกิดโรคได้ ถึงกระนั้น ทีมวิจัยจำนวนมากได้ตั้งทฤษฎีว่าควันพิษที่เกิดจากขี้ผึ้งและไส้ตะเกียงอาจเป็นอันตรายในระยะยาว ผลการศึกษาบางชิ้นพบว่าขี้ผึ้งพาราฟินหรือพาราฟิน แว็กซ์ ที่เป็นขี้ผึ้งประเภทนี้ผลิตจากปิโตรเลียมหรือผลพลอยได้จากการทำน้ำมันเบนซิน เมื่อเผาไหม้จะปล่อยสารระเหย เช่น โทลูอีน

ดร.แดน กูเบลอร์กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้เตือนว่าการจุดเทียนหอมบ่อยครั้งเป็นเวลาหลายปีและใช้ในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดีในระยะยาวอาจนำไปสู่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนโต้แย้งว่าปริมาณสารระเหยที่ปล่อยออกมาจากเทียนมีน้อยจนไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ ดังนั้น การใช้เทียนหอมเป็นครั้งคราวไม่น่าจะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง

ดร.รูฮุลละห์ มัสซูดี นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซาท์แคโรไลนา อ้างในการศึกษาปี 2009 ว่าการได้รับควันจากขี้ผึ้งพาราฟิน (parafin) เป็นเวลานานหลายปีอาจพัฒนาความเสี่ยงต่อสุขภาพนำไปสู่มะเร็ง ภูมิแพ้ และโรคหอบหืด

ฮัลโหลคุณหมอกล่าวว่า การเผาไหม้ของเทียนหอมเพื่อผ่อนคลายนั้น จะปล่อยสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ แม้ว่าเทียนหอมจะปล่อยสารประกอบเหล่านี้ออกมา แต่ก็ยังไม่มีการชี้ที่แน่ชัดว่ามันจะส่งผลต่อสุขภาพหรือไม่ แต่ทั้งนี้บางคนอาจจะมีอาการแพ้เทียนหอม ซึ่งอาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจาม อาการน้ำมูกไหล และการอุดตันของไซนัส (Sinus)

การศึกษาในปี 2550 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก European Candle Association (ECA) ได้ตรวจสอบไขเทียนหลัก ๆ ทุกประเภท เพื่อตรวจหาสารเคมีที่เป็นพิษ 300 ชนิด นักวิจัยพบว่า ระดับของสารเคมีที่ปล่อยออกมาจากเทียนแต่ละประเภทนั้นมีปริมาณสารเคมีต่ำกว่าระดับที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

ดังนั้น หากใครกังวลต่อปัญหาสุขภาพ แต่ยังรักกลิ่นหอมอโรมาของเทียนหอม ขอแนะนำให้ลองใช้เทียนที่ทำจากไขขี้ผึ้ง ไขถั่วเหลือง ไขจากปาล์ม ไขจากมะพร้าว ไขจากพืชอื่น ๆ รวมถึงเทียนหอมออร์แกนิกและใช้โคมไฟเทียนหอมเพื่อละลายเทียนโดยเฉพาะแทน

เพื่อลดปริมาณการสูดดมควันที่เกิดจากเทียนควรจุดเทียนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดการเป่าเทียนในการดับ และพยายามเก็บไว้ให้ห่างจากบริเวณที่สามารถเพิ่มปริมาณควัน

ขอบคุณที่มาจาก The Sun Hellokhunmor Healthline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...