เจมี่ บูเฮอร์ แฉสาเหตุเลิกเล่นละคร โดนผู้ใหญ่ในวงการใส่ร้าย หาว่าขายตัว!
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ม.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • The Bangkok Insightเจมี่ บูเฮอร์ แฉสาเหตุเลิกเล่นละคร ผู้ใหญ่ในวงการใส่ร้าย หาว่าขายตัว ทำให้เธอไม่ได้รับละครอีกเลย
ไม่ได้เห็นผลงานมานานแล้ว สำหรับ เจมี่ บูเฮอร์ นักแสดงหญิงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ซึ่งเธอไม่ได้มีผลงานให้เราเห็นกันมานานแล้ว จนกระทั่งเธอได้ออกมาโพสต์คลิปแฉแซ่บว่ามีผู้ใหญ่ในวงการใส่ร้าย ดิสเครดิตเธอกับผู้จัดต่าง ๆ ว่าเธอขายตัว ทำให้เธอไม่ได้รับละครอีกเลย ก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
- ‘มดดำ คชาภา’ ยัน! ดาราหนุ่มป่วยโรคร้าย เป็นเรื่องจริง-อาการที่พบคือ?
- เปิดโฉมหน้า 3 ทายาท พอลล่า-เอ็ดเวิร์ด สวยหล่อเหมือนพ่อแม่สุด ๆ
- อึ้ง! อายุจริง พอลล่า เทเลอร์ หน้าเด็กมาก รักแรกพบของใครหลายคน
เจมี่ บูเฮอร์ แฉสาเหตุเลิกเล่นละคร ผู้ใหญ่ในวงการใส่ร้าย หาว่าขายตัว!
ล่าสุด (17 ม.ค.)เจมี่ ได้ออกมาโพสต์คลิปเป็นเวลา 9 นาทีกว่า บน Tiktok ที่ใช้ชื่อแอคเคาท์ว่า userjayboo พูดสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ได้เล่นละครเลย โดยเธอกล่าวว่า "เจมี่ไปร่วมงานกับบริษัทหนึ่งและเขาก็สนับสนุนเราเพื่อให้ได้ประโยชน์ของงานเขา มันก็ดูเป็นการสมประโยชน์ก็เป็นเจมี่ก็ทำงานให้เขาอย่างเต็มที่ ซึ่งมันก็ใช้สปิริตเยอะมากสำหรับงานศิลปะนะคะ มันก็มีช่วงหนึ่งที่คนเราทำงานร่วมกัน แต่ในวงการไม่มีใครทำงานกับใครได้ตลอดเวลาที่มันจะไม่ได้ทำงานร่วมกับที่อื่นเขา
ตอนนั้นเจมี่ไปร่วมงานกับที่อื่นไปถ่ายละครที่สุขุมวิท ผู้หญิงคนนั้นก็มากับสามีผู้ยิ่งใหญ่ของเขา เจมี่นั่งแต่งหน้าอยู่กับอีกห้องหนึ่ง แล้วผู้หญิงคนนี้ก็มากับสามีเขา ไปนั่งคุยกับผู้จัดละครที่เจมี่เล่นและพูดใส่ร้ายเจมี่ดิสเครดิตทำให้ผู้จัดคนนั้นเค้าเกลียดเจมี่ เพราะเขารู้สึกว่าแบรนด์ดิ้งความเป็น เจมี่-บูเฮอร์ ชื่อนี้มันเป็นสิทธิของเขา เขาเป็นคนสร้างมา แต่เจมี่ไปร่วมงานกับเขาตอนที่มีชื่อเสียงแล้ว เขาถึงเอาเจมี่ไปร่วมงาน แล้วเขาก็สนับสนุน
เขากลับเอาชื่อนี้ไปถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา ถ้าเจมี่ไม่ทำงานกับเขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำงานกับคนอื่นได้เจมี่มองว่าแอตติจูดแบบนี้มันคืออันธพาลไม่มีใครอยากเข้าใกล้คนแบบนี้หรอกนะคะ อย่าเรียกว่าคนเลยนะคะ ก็ไม่อยากยุ่ง เขามาล่วงละเมิดเรา พอยิ่งหนีเขาก็ยิ่งทำร้ายเราเพื่อที่จะให้เราซมซานไปทำงานกับใครไม่ได้เลยต้องกลับไปหาเขา
จากนั้นก็มีอยู่วันหนึ่งเป็นงานเลี้ยงของช่อง เจมี่ก็ไปสวัสดี ซึ่งเขาก็นั่งอยู่กับในโต๊ะที่มีผู้บริหารช่องใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ เราก็ด้วยมารยาทเลยเข้าไปสวัสดีแต่หลังจากที่เจมี่เดินคล้อยหลังกลับมาเขาก็พูดในโต๊ะว่าเจมี่ขายบริการ เขาเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือมากเขาพูดว่าเจมี่ทำงานไซด์ไลน์ ขายบริการ เอาความน่าเชื่อถือของเขาเพื่อมาใส่ร้ายเจมี่แบบนี้เลย
เขาพูดว่าเชื่อเขาสิเขาไปเช็กมาแล้วว่าเจมี่ทำงานแบบนี้จริง ๆ และส่งเด็กไปขายบริการที่ประเทศญี่ปุ่น เขาพูดแบบนี้กับบอร์ดผู้บริหาร ตอนนั้นไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ไม่เชื่อเขาเพราะบารมีของสามีเขา เหมือนเขาใช้พาวเวอร์ประมาณว่าถ้าเธอไม่เชื่อฉันเธอก็ต้องหักกับฉัน เขามีการข่มขู่ทางอารมณ์ เพราะเขาทำใจไม่ได้ที่ชื่อเสียงของเจมี่ที่เขาสร้างมา เขาก็ไม่ได้สร้างมาทั้งหมด ไม่ใช่เขาคนเดียว ทางกฏหมาย หรือคุณธรรมก็ไม่มีสิทธิ์เลย ไม่ได้ไปอยู่กับเขา
เธอฟังฉันให้ดีนะแรงงานที่ฉันทำงานให้เธอ จนเธอเอาไปสร้างตึกที่เธอยังอยู่อาศัยอยู่ทุกวันนี้ นี่คือแรงงานที่มาจากฉันและคนอื่น ๆ อีกมากมายถูกต้องไหม เธอก็ยังได้ใช้ตรงนั้นอยู่นะ ทุกวันนี้ทำ Tiktok เขาก็ยังมาส่งว่าเอาชื่อเจมี่มาใช้ชื่อเสียง มีทางไหนเขาจะทำลายเจมี่ได้อีก ไปเล่นละครที่ไหนเขาก็จะยกหูใส่ไฟ ใส่ร้ายมากมายด้วยเรื่องที่เป็นเท็จ ปราศจากหลักฐานใด ๆ ทั้งสิ้น
เคยเป็นทานข้าวโรงแรมแถวถนนวิทยุตอนกลางวัน ถ่ายรูปกับเพื่อนลงเฟซบุ๊กว่ามันเที่ยวโรงแรม เมียของลูกน้องเขาพอเห็นเจมี่ลงเฟซก็โทรไปบอกประมาณว่ารู้ดีว่าเจมี่ไปขายบริการที่โรงแรมนี้ เขาไปเช็กกับโรงแรม จริง ทำแบบนั้นจริง ทั้ง ๆ ที่เจมี่ไปทานข้าว ถ้าไปทำอะไรที่ไม่อยากเปิดเผยจะถ่ายรูปลงทำไม
จะบอกให้เธอแค่คนกระจอก ๆ คนนึงเอาบารมีคนอื่นมาใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย คนที่เขาอยู่สูงจริง ๆ ไม่มีพฤติกรรมแบบนี้หรอก เขาต้องบริหารจัดการพาวเวอร์ให้อยู่ ฟาดก็ฟาดตอนอาวุธครบมือดีกว่าไหม คนอย่างเธอติดคุกไปก็เปล่าประโยชน์"
ขอบคุณ : userjayboo
อ่านข่าวเพิ่มเติม