โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ร้อยเอ็ด’ ครองแชมป์ถูกจับเมาแล้วขับมากสุด

The Reporters

อัพเดต 02 ม.ค. 2566 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2566 เวลา 03.55 น.

ศาลสั่งคุมประพฤติรับปีใหม่ 2,666 คดี 'ร้อยเอ็ด' ครองแชมป์ถูกจับเมาแล้วขับมากสุด

วันนี้ (2 ม.ค. 65) นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรา หลังศาลสั่งคุมความประพฤติ 1 ม.ค. 66 ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 2,666 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 2,613 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.01 , คดีขับเสพ 53 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.99

ยอดรวมสะสม 4 วัน ที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 65 - 1 ม.ค. 66 มีจำนวน 4,508 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 4,300 คดี , คดีขับรถประมาท 11 คดี และคดีขับเสพ 197 คดี โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรา ยอดสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยเอ็ด 255 คดี , นนทบุรี 252 และ เลย 245 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคดีขับรถขณะเมาสุราเพิ่มสูงขึ้น ว่า ต้องมีการเน้นย้ำมาตรการคุมเข้มสำหรับผู้กระทำผิดที่ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติ อาทิ รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ การเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การลด ละ เลิกแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ การคุมประพฤติยังมีการจำแนกความเสี่ยง หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงในการติดสุรา จะส่งบำบัดรักษา ณ สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และหากพบว่ามีแนวโน้มกระทำผิดซ้ำสูงจะถูกส่งไปแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ระยะเวลา 3 วัน

โดยใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกับการทำงานบริการสังคม เช่น เข้าศึกษาการปฏิบัติงานในห้องดับจิต การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนที่ตึกอุบัติเหตุ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รู้ซึ้งถึงการทุกข์ทรมานจากการสูญเสียสมรรถภาพ หรือได้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...