โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ลีซอ ธีรเทพ ประกาศแขวนสตั๊ด ตั้งเป้าหมายสู่ นายกสมาคมฟุตบอลไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ย. 2565 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2565 เวลา 02.08 น.
ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย (ภาพจากเฟซบุ๊ก teeratep winothai)

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในวัย 37 ปี โดยจะลงแข่งนัดสุดท้ายวันนี้ เผยอนาคตอยากเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไทย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 หลังจากที่ ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย อดีตดาวยิงทีมชาติไทย วัย 37 ปี ของสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) โดยเจ้าตัวจะลงฟาดแข้งนัดสุดท้ายสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพในเกมพบกับนครราชสีมา มาสด้า ในวันนี้

การประกาศแขวนสตั๊ดของลีซอสร้างความใจหายให้กับบรรดาแฟนบอลชาวไทยไม่น้อย เนื่องจากลีซอโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลไทยร่วม 20 ปี อีกทั้งเจ้าตัวเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเล่นฟุตบอลในระดับลีกอาชีพไปเรื่อย ๆ และมีเป้าหมายที่จะทำประตูในศึกไทยลีกให้ครบ 100 ประตูก่อนถึงเลิกเล่น ซึ่งมีนักเตะไทยเพียง 3 คนเท่านั้นที่ทำได้ คือ พิภพ อ่อนโม้, ศรายุทธ ชัยคำดี และ ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่สถิติปัจจุบันของลีซออยู่ที่ 95 ประตู

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

โดยลีซอ กล่าวว่า หลังจากปรึกษาครอบครัวแล้ว ได้ความเห็นว่าการถลุงไปถึง 95 ประตู ก็ถือว่าเยอะมากพอที่จะเป็นตำนานแล้ว เจ้าตัวจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะแขวนสตั๊ด โดยเกมไทยลีกที่จะพบกับนครราชสีมาในวันนี้จะเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง

สำหรับสาเหตุของการเลิกเล่น เนื่องจากเจ้าตัวมีภารกิจนอกสนามค่อนข้างมาก จนอาจกระทบกับการเล่นฟุตบอลหรือสโมสร ทำให้ตัดสินใจเลิกเล่นเพื่อที่จะมีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นต่อจากนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” จึงได้รวบรวมผลงานของนักเตะระดับตำนานของไทย ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของใครหลาย ๆ คน

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอล

ชีวิตของลีซอใกล้ชิดวงการฟุตบอลไทยมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากต้องตามคุณพ่อ เทพไชย วิโนทัย ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาไปทำข่าวที่สนามฟุตบอลต่าง ๆ หลังเลิกเรียน จนกระทั่งเข้าสู่วิถีฟุตบอลจริงจังเมื่อศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในช่วงมัธยมต้น

ถัดมาลีซอได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ ดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของลีกฟุตบอลระดับอาชีพ ด้วยความที่ทำผลงานได้ดีกับทีมโรงเรียนและมีดีกรีเป็นเยาวชนทีมชาติไทย ทำให้สโมสรดัง ๆ ต่างให้ความสนใจ ทั้งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส รวมถึงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จนกระทั่งลีซอได้เซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชนสโมสร คริสตัล พาเลซ ในวัย 16 ปี

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

ในนามทีมชาติ

ลีซอ ติดทีมชาติไทยครั้งแรกชุดสู้ศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีที่นิวซีแลนด์เมื่อปี 2542 ด้วยวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น

หลังจากนั้นในวัย 16 ปีก็ติดทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชุดลุยซีเกมส์ปี 2544 ที่มาเลเซีย ก่อนจะแจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างเต็มตัว จากการเป็นตัวสำรองที่ลงมายิงประตูชัยแซงอินโดนีเซีย 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่ทีมชาติไทยจะคว้าเหรียญทองในสมัยนั้นได้ในที่สุด

ส่วนทีมชาติชุดใหญ่ ลีซอมีชื่อติดครั้งแรกมื่อปี 2548 โดยรับใช้ชาติไปทั้งหมด 52 นัด และซัดไป 16 ประตู

สำหรับเกียรติประวัติในนามทีมชาติ ได้แก่ แชมป์ยู-19 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2545 แชมป์ซีเกมส์ 4 สมัย ปี 2544, 2546, 2548 และ 2550 และแชมป์คิงส์คัพ ในปี 2560

ระดับสโมสร

เนื่องจากลีซอเล่นให้กับทีมชาติไทย จำเป็นต้องลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่อคาเดมีเท่านั้น เจ้าตัวจึงอยู่ที่อังกฤษไม่นานนัก โดยฝึกฝีเท้ากับคริสตัลพาเลซในปี 2545-2547 และทีมเยาวชนของเอฟเวอร์ตันในปี 2548-2549 แล้วจึงกลับมาค้าแข้งในลีกระดับอาชีพกับบีอีซี เทโรศาสน ที่ประเทศไทยในปี 2549

ด้วยผลงานที่เข้าตา ทำให้ลีซอได้ไปค้าแข้งที่ต่างประเทศอีกครั้งกับสโมสร เค ลีร์เซ่ ในระดับดิวิชั่น 2 ของเบลเยียม เมื่อปี 2551 แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเท่าที่ควร ประกอบกับไทยลีกเริ่มมีการพัฒนาแบบจริงจัง ทำให้ลีซอตัดสินใจกลับมาเล่นในไทยลีกนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยลงเล่นให้หลายสโมสรด้วยกัน ได้แก่ เมืองทอง ยูไนเต็ด (2552-2553), บีอีซี เทโรศาสน (2553-2554), บางกอกกล๊าส (2555-2557), เพื่อนตำรวจ (2557-2558), ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (2559-2562), ชลบุรี เอฟซี (2563-2565) และกลับมาเล่นกับ โปลิส เทโรในปัจจุบัน

สำหรับความสำเร็จในนามสโมสร ได้แก่ รางวัลกองหน้ายอดเยี่ยมศึกไทยลีกปี 2551 กับบีอีซี เทโรศาสน, แชมป์ไทยลีก 1 สมัยกับเมืองทองยูไนเต็ดในปี 2552 และแชมป์ดิวิชั่น 1 กับเพื่อนตำรวจในปี 2558

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

อนาคตอยากนั่งนายกสมาคมฟุตบอลไทย

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว ลีซอ กล่าวว่า อาจจะยังทำงานในวงการฟุตบอลต่อไป โดยจะไม่เป็นโค้ช เนื่องจากมองว่าการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลในไทยนั้นมีความเสี่ยงสูงและขาดความมั่นคง แต่อยากทำงานด้านการบริหารและวางแผนให้กับสโมสรเสียมากกว่า

และที่สร้างความฮือฮาไม่น้อยคือการที่เจ้าตัวเคยเปิดเผยว่า อนาคตหลังจากเลิกเล่น อยากนั่งตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยจะมุ่งมั่นหาความรู้จากทุก ๆ ภาคส่วนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนายกสมาคมฯ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเจ้าตัวมั่นใจว่าจะทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือพาทีมชาติไทยไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยลีซอคาดว่าต้องใช้เวลานับ 10 ปี ในการสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ไปถึงจุดนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...