โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ครูเข็ม พริกไทยจันท์ เผ็ด ร้อน หอม ฉุน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 ม.ค. 2566 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2566 เวลา 03.00 น.

พริกไทยสุดยอดเครื่องเทศที่รู้จักกันดีทั่วโลก คุณสมบัติของพริกไทยมีความโดดเด่นเรื่องความเผ็ดร้อนและหอมฉุน อันเป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านโภชนาการ ทางการแพทย์ หรือแม้แต่ในวงการความสวยงาม สิ่งเหล่านี้ทำให้พริกไทยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหรือผู้ปลูกได้อีกด้วย

พริกไทยที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหารมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ พริกไทยดำ และพริกไทยขาว ความต่าง ไม่ได้อยู่ที่สายพันธุ์ของต้นพริกไทย แต่อยู่ที่ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว อย่างพริกไทยดำเกิดจากการเก็บผลที่มีสีเขียวแก่ ยังไม่สุก ตากแห้งทั้งเปลือกจนกลายเป็นพริกไทยดำ

ส่วนพริกไทยขาวเก็บมาจากผลพริกไทยที่สุกแก่เต็มที่ มีสีส้มหรือสีแดง มาแช่ในน้ำเพื่อลอกเปลือกออก แล้วจึงนำเอาเฉพาะเม็ดไปตากให้แห้งก่อนนำไปแปรรูปขายแบบเม็ดหรือป่น แต่ก็มีหลายเมนูนิยมใช้พริกไทยอ่อนที่ยังไม่สุกทั้งช่อใส่ลงในอาหารสร้างรสชาติเผ็ดร้อน หอมยวนใจ

แหล่งปลูกพริกไทยเก่าแก่และมีขนาดใหญ่อยู่จังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะที่อำเภอท่าใหม่ ภายหลังมีไม้ผลทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่มาแรงจนเบียดพื้นที่ปลูกพริกไทยน้อยลง กระนั้นชาวบ้านอีกหลายอำเภอยังคงปลูกพริกไทยเป็นอาชีพสร้างรายได้ต่อไปเพื่อรักษาฐานตลาดที่มีอยู่ไม่ให้หายไป

อย่างสวนพริกไทยของ คุณปัทมา วงค์นพรัตน์ หรือ ครูเข็ม บ้านเลขที่ 111/1 หมู่ที่ 1 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ที่มีชื่อว่า “สวนวงค์นพรัตน์” มีผลิตภัณฑ์พริกไทยทั้งแบบเม็ดและผง แบรนด์ “ครูเข็ม พริกไทยจันท์” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐาน แล้วยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI

ครูเข็มบอกถึงจุดเริ่มต้นที่ทำสวนพริกไทยว่า แต่เดิมครอบครัวปลูกไม้ผลหลายชนิด อาทิ ทุเรียน ลองกอง มังคุด หรือแม้แต่ยางพารา เหตุผลที่มาปลูกพริกไทยเนื่องจากญาติทางแฟนมีสวนพริกไทยอยู่อำเภอท่าใหม่แหล่งปลูกพริกไทยขนาดใหญ่เก่าแก่ของจันทบุรี

“พริกไทยที่ปลูกในพื้นที่ท่าใหม่มายาวนานส่งผลต่อคุณภาพพริกไทยด้อยลงอันมาจากคุณภาพดินที่ลดลงเช่นกัน จึงนำพริกไทยมาปลูกที่แก่งหางแมวซึ่งยังเป็นพื้นที่ใหม่ ดินใหม่ ทำให้พริกไทยมีคุณภาพดี กับอีกเหตุผลที่สนใจเนื่องจากอาชีพทำผลไม้ต้องแข่งกับเวลาเมื่อถึงช่วงออกผลผลิตต้องขายทันที แต่พริกไทยรอได้หากยังไม่พร้อม ไม่ต้องรีบ เก็บไว้แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าก่อน แถมได้ราคาดีด้วย”

ดันเป็นกลุ่มพริกไทยแปลงใหญ่

เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ GI

ครูเข็มเริ่มปลูกพริกไทยปี 2542 จากที่เป็นดินใหม่ทำให้พริกไทยมีคุณภาพ ดก สวย กลิ่นและรสชาติดี ทำให้ตอนนั้นราคาขายดีมาก ชาวบ้านหลายอำเภอนอกจากท่าใหม่แห่มาปลูกพริกไทยกันจนผลผลิตล้นตลาดส่งผลให้ราคาลดลงมา แต่สวนครูเข็มไม่กังวลเพราะสามารถทำกำไรจากการขายพริกไทยในช่วงเริ่มต้นอย่างดี แม้ตอนนี้ราคาจะลดลงก็ตามแต่ไม่ได้กระทบกับรายได้

ผลจากราคาพริกไทยลดลงทำให้ชาวบ้านหลายรายหยุดปลูก ทางเกษตรจังหวัดเกรงว่าหากพื้นที่ปลูกพริกไทยเหลือน้อยอาจส่งผลต่อผลผลิตพริกไทยในอนาคต จึงรวบรวมชาวบ้านที่ยังคงปลูกตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ พร้อมสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือพัฒนาทุกกระบวนการตั้งแต่การปลูก การเก็บผลผลิต การแปรรูป และการตลาด ทั้งยังผลักดันให้พริกไทยจันทบุรีเป็นผลิตภัณฑ์ GI เพื่อมุ่งเน้นยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

สำหรับสวนพริกไทยครูเข็มปลูกพันธุ์ซาราวัคเพื่อการค้า ครั้งแรกปลูกจำนวน 1,000 หลัก หรือ 1,000 ค้าง ปลูกมาได้สัก 1 ปีจึงขยายจำนวนพันธุ์เพิ่มอีก ส่วนพันธุ์อื่นปลูกไว้เพื่อศึกษาเปรียบเทียบและให้ความรู้แก่หน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่สนใจเพราะที่สวนเป็นศูนย์เรียนรู้

พันธุ์ซาราวัคหรือพันธุ์คุชซิ่ง เป็นพันธุ์ที่ชาวสวนพริกไทยจันทบุรีนิยมเรียกพันธุ์มาเลเซีย นิยมปลูกกันมากเพราะมีคุณสมบัติต้านทานโรคเน่าได้ดีกว่าพันธุ์อื่น เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตสูง

การปลูก

ลักษณะพื้นที่ปลูกพริกไทยสวนครูเข็มมีความลาดเอียง เหมาะกับการปลูกเพราะต้นพริกไทยไม่ชอบน้ำขังหรือแล้ง ชอบน้ำแต่ไม่ชอบแฉะ เริ่มต้นปลูกต้องใช้รถแบ๊กโฮไถแปลงให้ทั่วทั้งหมดก่อน การใช้แบ๊กโฮเพราะต้องการพลิกหน้าดินให้ลึก 60-70 เซนติเมตร

โดยลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พริกไทยเป็นพืชในตระกูลไม้เถาเลื้อย เวลาปลูกจึงไม่ต้องการรากแก้วที่แข็งแรง แต่ต้องการเสาหลักค้ำยันไว้ให้เลื้อยเติบโตได้ดี ดังนั้น จึงพบเห็นต้นพริกไทยเลื้อยขึ้นตามไม้ใหญ่ แต่หากปลูกเชิงการค้าต้องปักเสาหรือค้างแทน

กำหนดระยะ 2 คูณ 2 เมตร เพื่อปักเสา ใช้เสาซีเมนต์ขนาดความสูง 4 เมตร ฝังเสาลงดินลึก 70 เซนติเมตร เมื่อปักเสาที่ต้องการปลูกเสร็จแล้วให้คลุมแปลงทั้งหมดด้วยซาแรนขนาดความเข้ม 60-70 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ต้องการแดดแรงในช่วงเริ่มปลูกเนื่องจากมีผลเรื่องการแตกกิ่ง

กิ่งที่ใช้ทำพันธุ์ตัดมา 5 ข้อปล้อง ริดกิ่งเล็กออกเหลือใบไว้เล็กน้อย ให้ปักทั้งกิ่งลงดินลึก 3 ข้อ โดย 1 หลักจะปลูก 2 กิ่ง เมื่อแตกยอดใน 1 กิ่งจะแตกเป็น 2 ยอด (ดังนั้น 1 หลักจะได้ 4 ยอด ซึ่งพอดีเหลี่ยมเสา 4 ด้าน) เมื่อปักครบแล้วให้รดน้ำทุกวัน ประมาณ 20 วันจะเริ่มแตกตา จากนั้นเว้นช่วงรดน้ำวันเว้นวันหรืออาจมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความชื้นในดิน

พริกไทยชอบปุ๋ยหมัก ต้องเฉพาะมูลวัวเท่านั้นเนื่องจากมูลชนิดอื่นมีความร้อน เดิมชาวบ้านต่างทำปุ๋ยหมักใช้กันเอง แต่ภายหลังการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ทำให้ชาวบ้านร่วมกันผลิตปุ๋ยหมักไว้ใช้จากมูลวัว แกลบดำ ขุยมะพร้าว และเศษพืชหลายชนิดที่มีในพื้นที่ร่วมกับสาร พด. จากกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้ได้ปุ๋ยหมักที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ ทั้งยังช่วยลดภาระต้นทุนของเกษตรกรได้อีก

ปุ๋ยหมักให้ใส่เมื่อเข้าหน้าฝนใส่ต้นละ 2-3 กำมือรอบต้น ถ้าใส่ไปแล้วพบว่ายอดยังไม่แตกหรือแตกช้ากว่ากำหนดให้เติมปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูงตามลงไปเล็กน้อยเท่านั้นเพราะต้องการกระตุ้นให้แตกใบอ่อนเพื่อให้เกิดดอกตามมา ปุ๋ยคอกใส่ปีละครั้งเฉพาะหน้าฝน การให้น้ำใช้ระบบสปริงเกลอร์ ควรดูความเหมาะสมทั้งสภาพอากาศและความชื้นในดิน

เมื่อยอดแตกยาวออกจะต้องใช้เชือกฟางมัดติดกับหลักทุกข้อ ให้มัดไปจนถึงปลายเสา อีกไม่นานจะมีรากอากาศแตกออกเกาะติดกับเสา (คล้ายต้นตีนตุ๊กแก)

ในกรณีที่ต้องการขยายพันธุ์ให้รอครบปีจึงตัดกิ่งออกนำไปขยายพันธุ์ต่อ แต่หากต้องการผลผลิตให้ดูแลเลี้ยงต้นต่อไปจนครบ 2 ปี พร้อมกับดึงซาแรนออกให้หมดเพื่อให้แสงส่องเตรียมสร้างผลผลิต ทั้งนี้ แนะนำให้ดึงซาแรนออกในช่วงเข้าหน้าฝนเพราะต้นพริกไทยจะได้พร้อมปรับตัว

ใช้คนเก็บที่มีทักษะ ความชำนาญ เพื่อลดความเสียหาย

ผลผลิตเก็บปีละครั้ง ปกติจะเริ่มเก็บต้นปี แต่หากไม่พร้อมจะเลยไปเก็บช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ครูเข็ม เผยว่า พริกไทยที่ปลูกรุ่นแรกมักจะให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ เพราะปลูกด้วยดินใหม่จึงทำให้ต้นได้รับธาตุอาหารสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม คุณภาพพริกไทยจะค่อยลดลงตามจำนวนปีที่ปลูก

เนื่องจากผลผลิตพริกไทยมีลักษณะเป็นช่อที่มีเม็ดเกาะ ดังนั้น การเก็บผลผลิตจึงต้องใช้ความระมัดระวัง พิถีพิถันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย คนเก็บจะต้องมีทักษะ ความชำนาญ ครูเข็ม บอกว่า ที่สวนจะจ้างคนเก็บจากทางจังหวัดสุรินทร์ เป็นคนเก็บพริกไทยที่ว่าจ้างกันมานับสิบปี หลังจากเสร็จฤดูทำนาพวกเขามีเวลาว่างประจวบกับเป็นช่วงกำลังจะเก็บพริกไทย คนเหล่านั้นจะเดินทางมารับเหมาจนเสร็จ โดยแต่ละคนเก็บได้วันละไม่ต่ำกว่า 30 กิโลกรัม ใช้เวลาเก็บทั้งหมดประมาณ 2 เดือน

หลังจากเก็บผลผลิตจากต้นแล้วนำไปตากแดดที่ลาน ให้ตากแดดจัด 1 แดด แล้วจึงนำเข้าเครื่องตีเพื่อแยกเม็ดออกจากรวง จากนั้นนำเม็ดมาตากแดดจัดอีก 5 แดดเพื่อป้องกันไม่ให้มีราขึ้น หากยังไม่ต้องการแปรรูปให้นำใส่กระสอบข้าวไปเก็บไว้ในห้องที่มิดชิดอย่าให้โดนความชื้น

แบรนด์ “ครูเข็ม พริกไทยจันท์” มีผลิตภัณฑ์พริกไทยทั้งแบบเม็ดและป่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐาน แล้วยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI การได้รับขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI มีส่วนสำคัญทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค เพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ คัดกรองทุกกระบวนการตั้งแต่ปลูก ดูแลใส่ปุ๋ย เก็บผลผลิต แปรรูปอย่างเข้มงวด

พริกไทย นอกจากจะเป็นเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มรสชาติ ให้กลิ่นหอม ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สามารถสร้างรายได้อีกด้วย

หากต้องการพริกไทยที่เผ็ด ร้อน หอม ฉุน สอบถามข้อมูลหรือติดต่อสั่งซื้อพริกไทยคุณภาพแบรนด์ “ครูเข็ม พริกไทยจันท์” ได้ที่ FB : สวนนพรัตน์ หรือโทรศัพท์ 086-174-7988

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...