โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กเทรนด์ “SSF & RMF” กองทุนหุ้นนอกฮอต-รีเทิร์นสูง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2564 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 01.48 น.

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วหลายคนคงเริ่มมองหากองทุนประเภทลดหย่อนภาษีกันมากขึ้น อย่างกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีอยู่มากมายหลากหลายกองให้เลือกลงทุน โดยนอกจากจะช่วยลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจอีกด้วย

8 เดือนแรก “SSF-RMF”

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุน SSF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกือบ 2.8 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยช่วง 8 เดือนแรกปี 2564 มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิที่ 3,300 ล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนหุ้นโลก (Global Equity) มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดที่ 1,200 ล้านบาท ตามด้วยกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large-Cap) เม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 674 ล้านบาท

ส่วนกองทุน RMF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 3.6 แสนล้านบาท มีเงินไหลเข้ารวม 4,100 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งโดยปกติกองทุน RMF จะมีเม็ดเงินไหลเข้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีราว 2 หมื่นล้านบาท โดยปีที่แล้วกองทุนหุ้นจีน (China Equity) มีเงินไหลเข้าสูงสุดรวม 6,000 ล้านบาท ขณะที่กองทุนหุ้นไทยมีเม็ดเงินไหลออกสุทธิเกือบ 5,000 ล้านบาท

กองทุนหุ้นนอกมาแรง-รีเทิร์นสูง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากมอร์นิ่งสตาร์ฯ ระบุว่าผลตอบแทนกองทุน SSF ย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด ได้แก่กองทุน K-CHANGE-SSF จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 45.0% ตามด้วยกองทุน LHSMARTDSSF-SSF จาก บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลตอบแทนอยู่ที่ 41.8% นอกจากนี้ ยังมีกองทุนจาก บลจ.แอสเซท พลัส, บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.เอ็มเอฟซี ที่ให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 30%

ขณะที่กองทุน RMF นำโดยกองทุน B-INDIAMRMF จาก บลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนสูงถึง 71.2% และกองทุน ASP-VIETRMF จาก บลจ.แอสเซท พลัส ผลตอบแทนอยู่ที่ 70.8% นอกจากนี้ ยังมีกองทุนจาก บลจ.ทิสโก้ และ บลจ.กรุงศรี ให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 40% (ดูตาราง)

“ชญานี” กล่าวว่า เม็ดเงินกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง 2 แบบ สะท้อนภาพความนิยมกองทุนต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมายังขาดปัจจัยสนับสนุน อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นกองทุนประหยัดภาษีทั้ง 2 แบบ มีผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมปีนี้ราว 14% ใกล้เคียงกับกลุ่มกองทุนหุ้นโลก แสดงให้เห็นว่าเป็นจังหวะการลงทุนที่ดี ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่ปรับตัวขึ้น และเป็นอีกตัวเลือกสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ขณะที่ “พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า กองทุน SSF-RMF มีนโยบายหลากหลายไม่จำกัดที่หุ้นไทย และปัจจุบันมุมมองของนักลงทุนในกองทุนรวม เชื่อว่ากองทุนหุ้นต่างประเทศมีความน่าสนใจกว่ากองทุนหุ้นไทย จึงคาดว่าเม็ดเงินจะกระจายไปยังกองต่างประเทศมากกว่า ไม่ได้เน้นที่กองทุนหุ้นไทยจนเป็นปัจจัยดันดัชนี

“แนะนำนักลงทุนควรมีพอร์ตหลัก เป็นกลุ่มกองทุนแบบ active (บริหารแบบเชิงรุกให้ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด) ที่มีการกระจายความเสี่ยงและมีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาวที่ครอบคลุมการเติบโตของโลก เช่น กองทุนในหุ้นสหรัฐ, จีน หรือกองที่กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลก และเลือกพอร์ตเสริม เป็นธีมที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต เช่น เทคโนโลยี, เฮลท์แคร์ และความยั่งยืน ซึ่งการเลือกกองทุนลักษณะนี้ จะมีการลงทุนที่กระจุกตัวในหุ้นมากกว่า จึงควรใช้เป็นพอร์ตเสริม สำหรับการลงทุนระยะยาว”

“พีรพงศ์” กล่าวด้วยว่า โดยปกติเงินจะทยอยเข้ากองทุนลดหย่อนภาษีมากในช่วงไตรมาส 4 และจะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ พ.ย. สำหรับปีนี้ไม่มี SSF แบบพิเศษหรือ SSFX แล้ว กองทุนลดภาษีจึงเหลือเพียง SSF และ RMF ซึ่งเชื่อว่าเงินจะไหลเข้ากองทุนทั้ง 2 แบบไม่ลดน้อยลง

บัวหลวงออกขาย 5 กองรวด

ล่าสุด “วศิน วัฒนวรกิจกุล” กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ กองทุนบัวหลวงเตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) สำหรับกลุ่มกองทุนรวมประหยัดภาษี ทั้ง RMF และ SSF ไม่ต่ำกว่า 5 กองทุน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ชื่นชอบและสนใจลงทุนกับ Thematic Fund ที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้น รวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโต ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยั่งยืนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SIPRMF) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยั่งยืนเพื่อการออม (B-SIPSSF) กองทุนเปิดบัวหลวงยูเอสอัลฟ่าเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-USALPHARMF) กองทุนเปิดบัวหลวงยูเอสอัลฟ่าเพื่อการออม (B-USALPHASSF) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเวียดนามเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-VIETNAMRMF)

“เป็นการนำกองทุนที่เน้นการลงทุนแบบยั่งยืน การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐและการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม มาเสนอในรูปแบบของ RMF และ SSF เนื่องจากกองทุนบัวหลวงมองว่า มีโอกาสเติบโต และสอดคล้องกับรูปแบบการลงทุนของ RMF และ SSF ซึ่งเป็นการทยอยลงทุนในระยะยาว รวมทั้งผู้ลงทุนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมากอีกด้วย”

จับตานักลงทุนเข้าซื้อ 2 เดือนท้าย

“ชาคริต พืชพันธ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า กองทุน SSF-RMF จะยังคงได้รับความสนใจเหมือนกับทุก ๆ ปีที่ผ่านมา โดยปกตินักลงทุนมักจะเข้าซื้อกองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปลายปีของทุก ๆ ปี ซึ่งตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นกระแสที่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากเพิ่งเริ่มเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นการทยอยเข้าซื้อเพิ่มขึ้นในช่วง พ.ย.-ธ.ค.

“อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนสนใจลงทุนในกองทุน SSF-RMF เพื่อเป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษีและรับผลตอบแทนระยะยาว สำหรับในปีนี้ก็ยังคงมุมมองการลงทุนโดยให้น้ำหนักไปที่หุ้นต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่ก็อาจจะมีความผันผวนได้บ้างตามภาวะตลาด ขณะที่ก็ยังสามารถมีหุ้นไทยติดไว้ได้เช่นกัน” นายชาคริตกล่าว

พร้อมทิ้งท้ายด้วยว่า “การเลือกกองทุนก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ตัวนักลงทุนจะรับไหว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...