โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

One Last Time รถถัง vs. ทาเครุ ไฟต์ที่เดิมพัน ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘ศรัทธา’

THE STANDARD

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 13.10 น. • thestandard.co
One Last Time รถถัง vs. ทาเครุ ไฟต์ที่เดิมพัน ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘ศรัทธา’

ในที่สุดแฟนมวยทั่วโลกก็ได้ถอนหายใจยาวๆ ด้วยความโล่งอก เมื่อ ‘ซูเปอร์ไฟต์’ ที่รอคอยกันมานานระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ กับ ทาเครุ เซกาวา (ภาค 2) กำลังจะอุบัติขึ้นจริงในศึก ONE Samurai หลังจากที่ต้องลุ้นกันถึง 2 ต่อ

ต่อแรกคือปัญหานอกสังเวียนที่ดูเหมือนจะบานปลาย แต่สุดท้ายทั้ง รถถัง และ ONE ก็สามารถตกลงร่วมกัน เพื่อให้ไฟต์นี้เกิดขึ้นได้จริง

และต่อที่สองที่สำคัญไม่แพ้กันคือ รถถังทำน้ำหนักผ่าน! เรื่องนี้อาจฟังดูเหมือนมุกตลกในโซเชียล แต่มันคือความจริงที่เจ็บปวด

โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาเรื่องค่าน้ำหนัก จนหลายไฟต์เต็มไปด้วยข้อครหา และชื่อของรถถังเริ่มถูกตั้งคำถามมากกว่าการถูกยกย่อง

สำหรับนักชกที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความดุดันและความจริงใจบนเวที การเสียศรัทธาแบบนั้น… มันเจ็บไม่แพ้การโดนน็อกเลย

แน่นอนว่าความน่าสนใจของไฟต์นี้ คือการสานต่อจากซูเปอร์ไฟต์คิกบ็อกซิ่งครั้งก่อนที่ ไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา

คืนนั้น รถถังใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีครึ่งของยกแรก ปล่อยหมัดซ้ายส่งทาเครุลงไปกองแบบช็อกทั้งสนาม มันคือภาพจำที่แฟนมวยญี่ปุ่นไม่มีวันลืม และเป็นบาดแผลที่ทาเครุเองก็ไม่มีวันลืมเช่นกัน

ในฐานะชายที่ถูกเรียกว่า “Natural Born Krusher” นักชกที่สร้างชื่อจากการเดินบดและทำลายคู่ต่อสู้ด้วยอาวุธของตัวเอง

แม้วันนั้นเขาจะยืดอกยอมรับความพ่ายแพ้ต่อรถถังแบบลูกผู้ชาย แต่ลึกๆ ในใจมันเต็มไปด้วยความค้างคา เพราะเขายังไม่มีโอกาสได้ปล่อยเพลงอาวุธของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เรียกว่ายังไม่ทันได้เป็นตัวเอง… เขาก็แพ้ไปแล้ว และที่เจ็บที่สุดคือมันเกิดขึ้นต่อหน้าครอบครัวในบ้านเกิด

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลังชนะ เดนิส พูริช ในศึก ONE 173 ภายใต้เหงื่อที่ปะปนกับรอยน้ำตา เขาจึงพูดถึงสิ่งเดียวที่อยากทำก่อนอำลาสังเวียน

นั่นคือการได้ล้างตากับ ‘รถถัง’ อีกครั้ง เพื่อตอบคำถามที่ติดในใจว่า “ถ้าได้ยืนระยะวัดเชิงมวย หรือสู้ในแบบของตัวเองจริงๆ ผลจะเป็นอย่างไร?”

ในอีกมุมหนึ่ง รถถังเองก็ไม่ได้มีภาระน้อยไปกว่ากัน ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาเขาซ้อมอย่างหนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวกินแหนงแคลงใจเรื่องสัญญากับต้นสังกัด ดึงสมาธิของเขาไปไม่น้อย

มันไม่เพียงกระทบการเตรียมตัว แต่มันยังทำให้สายตาของผู้ชมที่มองไฟต์นี้เปลี่ยนไป เหมือนโฆษณาที่มาคั่นอารมณ์ ทำให้ความเดือดของไฟต์ถูกลดทอนลงในช่วงหนึ่ง… แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็คือความจริง

และยิ่งไปกว่านั้น หลายคนมองว่าไฟต์นี้อาจไม่ใช่แค่ไฟต์อำลาของทาเครุ แต่มันอาจเป็นไฟต์สุดท้ายของรถถังใน ONE เช่นกัน

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคงไม่ใช่เรื่องของโบนัสหรือเข็มขัดแชมป์ แต่คือคำว่า ‘ศรัทธา’ ศรัทธาจากแฟนมวยไทย ที่เขาเคยมีเต็มมือและเคยเผลอทำหล่นหายไปจากหลายเหตุการณ์

ชัยชนะครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการย้ำแค้นทาเครุ เพราะมันคือการกู้คืนความเชื่อใจและการบอกกับแฟนมวยว่าเขายังเป็น ‘รถถังคนเดิม’ คนที่ขึ้นเวทีไปสู้อย่างสุดหัวใจ เพื่อมอบความสุขให้คนดู

สุดท้ายแล้ว ไฟต์นี้จะไม่ใช่แค่ One Last Time หากมันคือการต่อสู้ของนักสู้สองคนที่ต่างมี ‘ศักดิ์ศรี’ ค้ำคอในรูปแบบที่ต่างกัน

อีกคนสู้เพื่อด้วยแนวทางของตัวเองและแก้ตัวต่อหน้าคนในชาติ เพื่อทิ้งทวนที่ต้องสง่างาม

อีกคนสู้เพื่อพิสูจน์ว่าความยอดเยี่ยมของเขายังคงอยู่และกู้ศรัทธาคืนสู่หัวใจแฟนๆ

นี่จึงเป็นการพิสูจน์เนื้อแท้ของนักสู้ที่ต่างแบกความคาดหวังและเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาเผชิญหน้ากัน

ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใส่กันให้สุดแรง สุดหัวใจ และสุดพลังกำปั้น เพื่อให้สมกับคำว่า One Last Time

เพราะสุดท้ายแล้ว ปลายทางของไฟต์นี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของใครที่ได้รับการชูมือและเข็มขัดแชมป์บนเวที หากแต่เป็นการทวงคืนสิ่งที่เงินหรือเข็มขัดแชมป์ก็ให้ไม่ได้

นั่นคือ ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘ศรัทธา’ ที่พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้มันหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

BCH จ่อรับทรัพย์ก้อนใหม่ รัฐหันมาใช้ประกันสุขภาพ

ทันหุ้น

ปากีสถานถกเครียดนักวิชาการอิสลาม ชี้เงินคริปโตเข้าข่ายผิดหลักศาสนา

Manager Online

กางโปรแกรมศึก ONE ลุมพินี 162 & The Inner Circle 22 “โจนาธาน” รีแมตช์เดือด

INN News
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...