โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รัดเกล้า” จี้แก้ปัญหา “คน-ช้าง” แบบรูปธรรมถอนรากถอนโคน

NATIONTV

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งเป็นญัตติแรกของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้

นางรัดเกล้า เปิดเผยสถิติตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน พบประชาชนเสียชีวิตกว่า 240 ราย บาดเจ็บกว่า 200 ราย ขณะที่ช้างป่าต้องเผชิญวิกฤตที่อยู่อาศัย พื้นที่ป่าลดลงจาก 53.5% เหลือเพียง 21.9% ในรอบ 10 ปี ส่งผลให้ช้างตายและบาดเจ็บไปแล้วประมาณ 170 ตัว โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนสนใจเรื่องนี้คือการตายของ “สีดอหูพับ” ที่สร้างความเศร้าสลดและสะท้อนความบกพร่องในการจัดการของภาครัฐอย่างชัดเจน

นางรัดเกล้า อภิปรายตำหนิการทำงานของรัฐบาลว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบ "ขอไปที" และขาดประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง โดยยกตัวอย่างความล้มเหลวใน 4 ด้าน

1. อำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อน ขาดเจ้าภาพหลักในการดูแล ทำให้การทำงานระหว่างกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และท้องถิ่นไม่ประสานกัน จึงเสนอให้พิจารณาจัดตั้ง “กรมคชสาร” หรือองค์กรช้างป่าแห่งชาติ มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีคณะกรรมการระดับจังหวัด ทำงานควบคู่กันให้เกิดเป็นการบูรณาการร่วมอย่างมีเอกภาพ แก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อปลดล็อคงบท้องถิ่น ให้มีการกระจายอำนาจถ่ายโอนภารกิจให้ อปท. สามารถออกระเบียบให้ท้องถิ่น โดยจะสามารถใช้เงินสะสมของท้องถิ่นได้

2. แก้แต่ปัญหาเฉพาะหน้า โดยได้ยกตัวอย่าง มาตรการใช้วัคซีนคุมกำเนิด "SpayVac®" ช้างป่า" ที่เป็นการชะลอการเกิดของช้างป่าไม่ให้เพิ่มขึ้นแบบชั่วคราว แต่ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความกังวลใจ ขณะที่รายงานขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ IUCN Red List ระบุชัดว่าช้างจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ ดังนั้นรัฐต้องแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างวางแผนและจัดการการแก้ปัญหาเชิงระยะยาวได้ก่อนที่ช้างเขาจะกลับมาและขยายพันธุ์อีกครั้ง หากไม่มีแผนระยะยาวรองรับ ปัญหาก็จะกลับมาวนลูปเดิม

3. รัฐมีเครื่องมือแต่ใช้ไม่ได้ กรณีปลอกคอ GPS ที่ติดตั้งไว้เพียง 48 ตัวจากจำนวนช้าง 4,000 กว่าตัว รัฐไม่มีงบประมาณจ่ายค่าสัญญาณดาวเทียม จึงเปรียบเสมือน “มีมือถือแต่ไม่มีอินเตอร์เน็ต”

“ถ้าจะเอางบประมาณจากการซื้ออาหารกลางวัน สส. ไปช่วยสมทบตรงนี้ ดิฉันก็มั่นใจว่าเพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาของเราก็คงจะใจกว้างพอ ให้สามารถเอาไปช่วยสมทบได้จะได้มีการติดตามช้างอย่างเป็นรูปธรรมซะที”

4. กฎหมายล้าหลัง กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ.2557 ก็ยังครอบคลุมไม่ถึงสัตว์ป่า อย่างช้างป่า ส่วน พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้างป่า ถึงขณะนี้มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งยังมีเรื่องที่ต้องผลักดันให้เกิดการแก้ไข เพื่อให้มีการคุ้มครองป้องกันการทรมานและจัดสวัสดิภาพให้กับช้าง พร้อมกับจำเป็นต้องมีกลไกป้องกันการลักลอบค้าช้างป่า ค้างาช้าง รวมไปถึงค้าซาก และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่นำมาจากชิ้นส่วนของช้างป่า ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้นำช้างป่ามาสวมสิทธิ์มาเป็นช้างบ้านอีกเป็นต้น

นางรัดเกล้า ระบุว่าแม้สภาชุดก่อน (25-26) จะเคยศึกษาเรื่องนี้มาแล้ว แต่เมื่อคนและช้างยังตายอยู่ แสดงว่างานยังไม่ “สำเร็จ” พร้อมตั้งคำถามถึงจริยธรรมทางการเมือง และการวัดใจที่ต้องลบคำครหาที่ว่า นักการเมืองไม่จริงจัง แก้ปัญหาแบบปีต่อปี เพียงเพราะช้างมันกาบัตรเลือกตั้งให้ไม่ได้ นักการเมืองเลยไม่ให้ความสำคัญ ตนเองจึงต้องลุกขึ้นมาพูดแทนสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้เหล่านี้

นางรัดเกล้า ได้หยิบยกคำพูดของนายสัตวแพทย์เผด็จ ศิริดำรง หรือ หมอหนึ่งว่า "ความสำเร็จไม่ใช่การจับช้างได้ แต่คือวันที่เราไม่ต้องจับพวกเขาต่างหาก" อีกทั้ง ฝากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำข้อเสนอแนะในด้านการปฏิบัติการส่งต่อให้กับคณะรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดันด้วยความเร่งด่วนต่อไป ส่วนเนื้อหาในการพิจารณากฎหมาย หรือ การร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องนั้น ขอให้มีการนำส่งเข้ากรรมาธิการวิสามัญ ชุดที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นำไปสู่การตั้ง อนุกรรมการเพื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วน ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...