โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ ประชุม คตร.นัดแรก จี้ ก.พลังงานลด “ค่าการกลั่น –การตลาด” ชง ครม. 6 เม.ย.นี้

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นัดแรก ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

‘เอกนิติ’ถก คตร.นัดแรก เรียกโรงกลั่นแจงต้นทุน – จี้ ก.พลังงานเร่งสรุปแนวทางลด “ค่าการกลั่น – การตลาด” สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ชง ครม. 6 เม.ย.นี้ ลดค่าครองชีพประชาชน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คตร. กล่าวว่า วันนี้ ที่ประชุมได้มีการศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคา กำหนดราคา สำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ได้ตามกำหนด โดย คตร.ได้เชิญผู้ประกอบการโรงกลั่นเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุม คตร. เพื่อพิจารณาราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น , ค่าการกลั่น และค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับค่าการกลั่นมีดังนี้

  • ประเด็นแรก ในช่วงสงครามตะวันออกกลางมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา เรียกว่า “War Premium” ซึ่งวันนี้อาจจะสูงเกินไป นอกจากนี้ก็ยังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับค่าขนส่ง , ค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้นำมาคำนวณรวมอยู่ในค่าการกลั่นอยู่แล้ว ก็ควรจะตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไป ที่ประชุมจึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปทำตัวเลขที่ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ซึ่งจะช่วยให้ค่าการกลั่นต่าง ๆ ลดลงมาได้บ้าง

  • ประเด็นที่ 2 จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ค่า “War Premium” ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ทว่าในทางปฏิบัติโรงกลั่นก็ไม่ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยมีการจัดหาน้ำมันดิบจากตลาดอื่นมาเสริมด้วย เพื่อให้ประเทศไทย มีน้ำมันใช้เพียงพอ ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปหารือกับโรงกลั่น เพื่อศึกษาต้นทุนที่แท้จริง โดยให้นำค่า War Premium ตามที่เกิดขึ้นจริงมารวมคำนวณด้วย เนื่องจากตอนนี้โรงกลั่นทุกโรง ก็อ้างว่ามีภาระค่า War Premium ที่สูง แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจริงๆแล้ว ค่า War Premium ควรจะเป็นเท่าไหร่ และเมื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว ก็จะนำมาใช้ในการคำนวณหาค่าการกลั่น

ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า นอกจากค่าการกลั่น ก็ยังมีเรื่องค่าการตลาดของผู้น้ำมัน บางช่วงก็ต่ำและบางช่วงก็สูง ตนจึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ไปคำนวณค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ ทั้งค่าการกลั่น และค่าการตลาด ที่รวมอยู่ในราคาขายปลีกน้ำมัน วันนี้ควรจะลดลง จึงฝากกระทรวงพลังงานให้ช่วยคิดเป็นการบ้าน เพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมานำเสนอต่อที่ประชุม คตร. ซึ่งมีทำหน้าที่ในการศึกษาว่าค่าการกลั่น และค่าการตลาดที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งในเบื้องต้นนี้ควรจะลดลง รวมทั้งระบบที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแลธุรกิจการค้าน้ำมัน ส่วนในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.2569) คตร.ก็จะมีการประชุมเรื่องความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้เวลาศึกษา 15 วัน แต่ตนตั้งใจว่าจะทำให้แล้วเสร็จเพื่อเสนอเข้าที่ประชุม ครม.นัดแรกในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึง แนวคิดในการควบคุมส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นไม่ให้สูงเกินไปในช่วงวิกฤตพลังงาน โดยกำหนดเพดาน (Ceiling) และ ขั้นต่ำ (Floor) ของค่าการกลั่น ที่ประชุม คตร.มีการพูดถึงประเด็นนี้อย่างไร

ดร.เอกนิติ ตอบว่า ประเด็นนี้ก็มีการพูดถึงในที่ประชุม คตร. และเป็นหนึ่งในข้อเสนอของกระทรวงพลังงานที่จะไปศึกษาในรายละเอียดว่า Ceiling กับ Floor ของค่าการกลั่นควรจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งการจะรู้ว่า Ceiling กับ Floor จะเป็นเท่าไหร่นั้น ก็ต้องคำนวณจากต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งเป็นข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน และกกรมการ คตร.หลายคนก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็ต้องเรียนว่ากรรมการหลายๆคนก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรจะมีการศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย เพื่อจะสามารถกำหนด Ceiling และ Floor ของค่าการกลั่นออกมาให้ชัดเจน

ถามว่า การตัดค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง และประกันภัยออกไป จะช่วยลดค่าการกลั่นได้กี่เปอร์เซ็นต์

ดร.เอกนิติ ตอบว่า “ดูจากข้อมูลในเบื้องต้น ค่าการกลั่นน่าจะลดลงได้มากกว่าปัจจุบันแน่ ซึ่งจะต้องพิจารณากันเป็นรายโรงกลั่น เดี๋ยวขอให้ทางกระทรวงพลังงานไปทำตัวเลขมาก่อน”

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีข้อห่วงใยในเรื่องความเข้าใจขงคำว่า “ค่าการกลั่น” กับ “ค่าการตลาดน้ำมัน” อาจจะไม่ตรงกัน อย่างเช่น ค่าการตลาดในแต่ละวันก็จะมีขึ้น-มีลง หรือ “สวิงมาก” แต่ถ้านำมาหาค่าเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 2 เมษายน 2569 จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.95 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อปีที่แล้วก็เคยมีการศึกษาว่าค่าการตลาดควรจะเป็นเท่าไหร่ โดยมีนำค่าใช้จ่าย เช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ทำสถานีบริการน้ำมัน รวมทั้ง CapEx และ OpEX มาคำนวณหาค่าการตลาดของโปรดักส์น้ำมันทุกชนิดเฉลี่ย ควรจะอยู่ที่ 2.45 บาทต่อลิตร ซึ่งที่ผ่านมาผู้ค้าน้ำมันก็ได้รับค่าการตลาดต่ำกว่า 2.45 บาทต่อลิตรมาโดยตลอด ซึ่งค่าการตลาดตอนนี้ก็ไม่ได้สูงเลย ซึ่งทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คอยกำกับดูแลไม่ให้สูงเกินค่าการตลาดเฉลี่ยที่กระทรวงการคลังศึกษามา

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนค่าการกลั่นนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ “ค่าการกลั่น” วันนี้ค่าการกลั่น 13-14 บาท แต่เมื่อเดือนที่แล้วค่าการกลั่นอยู่ที่ 7 บาท ซึ่งค่าการกลั่น คือ ส่วนรต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่กำไร แต่คนส่วนใหญ่ไปคิดว่าคือกำไรของโรงกลั่น จริงๆไม่ใช่ ซึ่งส่วนต่างตรงนี้จะมีค่า Premium รวมอยู่ด้วย เนื่องจากตอนนี้น้ำมันหายาก ถ้าจะซื้อตามราคาน้ำมันที่ประกาศบนเว็บไซต์ ก็อาจจะไม่ได้รับน้ำมันดิบ จึงต้องการมีบวกค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ดังนั้น ต้นทุนเหล่านี้จึเป็นต้นทุนที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้นมาในช่วงสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งในที่ประชุม คตร.ก็ได้มีการหารือกับโรงกลั่น โดยขอให้ทางโรงกลั่นแจ้งกระทรวงพลังงานว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงานมีต้นทุนที่แท้จริงเท่าไหร่ และเหลือกำไรประมาณเท่าไหร่ เพื่อกระทรวงพลังงานจะนำมาคำนวณหา Ceiling และ Floor ของค่าการกลั่น ควรจะเป็นอย่างไร

ถามว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้มีการศึกษา หรือ กำหนดค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยเอาไว้ แต่ค่าการกลั่นยังไม่เคยศึกษาค่าเฉลี่ยใช่หรือไม่ นายประเสริฐ ตอบว่า หากนำตัวเลขค่ากลั่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อคำนวณหาค่าเฉลี่ย จะได้ตัวเลขใกล้เคียงกับค่าการตลาด คือ 2.40 – 2.45 บาทต่อลิตร แต่ในช่วงปกติที่ไม่มีเกิดสงครามตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2 บาทกว่า ตรงนี้กระทรวงพลังงานเคยศึกษา แต่ตอนนี้เราขอให้โรงกลั่นช่วยแจ้งต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2569 มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คงเหลือกำไรจริงๆ เท่าไหร่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...