โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบันทึก 10 ปี! นักวิจัยไทยเผยความลับชั้นบรรยากาศ “ดาวพฤหัสบดีร้อน” พบร่องรอยเมฆหมอกหนาทึบนอกระบบสุริยะ

SPACEMAN

อัพเดต 28 เมษายน 2569 เวลา 22.47 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT แถลงความสำเร็จครั้งสำคัญในการศึกษาวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ WASP-11 b/HAT-P-10 b ผ่านเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ของไทยและต่างประเทศที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องมายาวนานกว่าทศวรรษ พบหลักฐานสำคัญของปรากฏการณ์ทางแสงที่บ่งชี้ว่า ดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้อาจถูกปกคลุมด้วยเมฆหรือหมอกควันหนาแน่นในชั้นบรรยากาศระดับสูง พร้อมยืนยันความเสถียรของวงโคจรที่ยังคงแม่นยำไม่เปลี่ยนแปลง

ความสำเร็จในครั้งนี้นำโดย ดร.นภาพร อะทะโน และ ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ ร่วมกับเครือข่ายนักดาราศาสตร์นานาชาติ โดยได้รวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์แม่ หรือการผ่านหน้า (Transit) จำนวน 31 ครั้ง ตลอดช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ข้อมูลชุดนี้มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจยิ่งจากข้อมูลการสังเกตการณ์ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ผ่านระบบควบคุมทางไกลของกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์กำหนดค่าเวลาการโคจรได้อย่างแม่นยำสูงสุด

ดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b ถูกจัดอยู่ในประเภท "ดาวพฤหัสบดีร้อน" (Hot Jupiter) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดีในระบบสุริยะของเรา แต่มันมีความพิเศษตรงที่โคจรรอบดาวฤกษ์แม่ที่เป็นดาวแคระส้มในระยะประชิดมาก จนทำให้หนึ่งปีของดาวดวงนี้สั้นเพียง 3.72 วัน และมีอุณหภูมิเฉลี่ยในชั้นบรรยากาศพุ่งสูงถึงประมาณ 1,000 เคลวิน ความร้อนระอุนี้ทำให้นักดาราศาสตร์สนใจที่จะศึกษาองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศผ่านเทคนิคที่เรียกว่า สเปกตรัมส่องผ่าน (Transmission Spectroscopy) หรือการวิเคราะห์แสงจากดาวฤกษ์ที่เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์มายังโลก

จากการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ทีมวิจัยพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การกระเจิงแบบเรย์ลี (Rayleigh Scattering) ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกับที่ทำให้เราเห็นท้องฟ้าบนโลกเป็นสีฟ้า ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้เมื่อเราสังเกตดาวเคราะห์ในย่านแสงสีฟ้า ดาวเคราะห์จะมีขนาดดูเหมือนใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งชี้ว่าชั้นบรรยากาศระดับสูงของดาวเคราะห์ดวงนี้อาจมีเมฆหรือหมอกควันปกคลุมอยู่หนาแน่น คล้ายกับลักษณะที่เคยพบในดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงอื่นอย่าง WASP-6 b และ HAT-P-12 b

นอกจากเรื่องของชั้นบรรยากาศแล้ว งานวิจัยยังยืนยันความมั่นคงของระบบดาวนี้จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงเวลาการผ่านหน้า (Transit Timing Variation) พบว่าตลอด 16 ปีที่ผ่านมา วงโคจรของดาวเคราะห์ยังคงมีความเสถียร สม่ำเสมอ และไม่พบสัญญาณของวัตถุที่สามหรือดาวเคราะห์ดวงอื่นเข้ามาส่งแรงรบกวนในระบบนี้

การค้นพบที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง The Astronomical Journal เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยขยายพรมแดนความรู้เรื่องดาวพฤหัสบดีร้อนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ไทย ทั้งกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติขนาด 2.4 เมตรบนดอยอินทนนท์ และกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติในต่างประเทศ ที่สามารถสร้างผลงานวิจัยระดับสากลได้จากการติดตามสังเกตการณ์อย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่อง

  • ข้อมูลอ้างอิง: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...