โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ช็อก! ร้อง “ปวีณา” หลังเพิ่งรู้ความจริง จ้างเลี้ยงลูกสาวแรกเกิด พอ 5 เดือน คนเลี้ยงนำมาคืน จนอายุ 1 ขวบ 6 เดือน เพิ่งรู้ลูกถูกสลับตัว

สวพ.FM91

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 08.38 น.

แม่ช็อก! ร่ำไห้ ร้อง “ปวีณา” หลังเพิ่งรู้ความจริง ลูกสาวที่อุ้มเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงเด็ก “สลับตัว” ตั้งแต่วัยเพียง 5 เดือน ขณะลูกสาวตัวจริงหายไร้ร่องรอยนานกว่า 2 ปี วอนตำรวจเร่งตามตัวกลับคืนสู่อ้อมอกแม่ ตำรวจ-พม.รื้อคดีเร่งล่าตัวผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 7 พ.ค.69 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ประสาน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพา น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงเด็กสลับตัวไปตั้งแต่ยังเป็นทารกวัย 5 เดือน โดยนำเด็กหญิงอีกคนมาสวมรอยส่งคืนให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงดูแทน

คดีดังกล่าวกลายเป็นเรื่องสะเทือนใจ หลัง น.ส.นก เพิ่งรู้ความจริงเมื่อเด็กอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน เมื่อมีหญิงแปลกหน้าทักข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงตัวว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงดูอยู่ พร้อมส่งคลิปวิดีโอของเด็กมายืนยัน ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับช็อก เมื่อพบว่าเด็กที่เลี้ยงดูมาตลอดไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตนเอง

ต่อมามีการแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้รับจ้างเลี้ยงเด็ก โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 5 ปี เนื่องจากรับสารภาพ และได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆ ของ น.ส.นก ว่าอยู่ที่ใด

นางปวีณา เปิดเผยว่า คดีนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน จึงได้ประสานทั้งตำรวจและหน่วยงานพัฒนาสังคมฯ จ.ชลบุรี ร่วมติดตามตัวเด็ก รวมถึงตรวจสอบข้อมูลของสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้พาเด็กไป หากพบว่ามีการซื้อขายเด็กจริง อาจเข้าข่ายค้ามนุษย์และต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ จะมีการติดตามตัว น.ส.น้อย (นามสมมุติ) ซึ่งแสดงตัวเป็นแม่ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงดูอยู่ในปัจจุบัน มาสอบถามข้อเท็จจริง รวมถึงความประสงค์ในการรับเด็กกลับไปดูแล โดยทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จากการเปิดเผยของ น.ส.นก ระบุว่า เมื่อปี 2565 ตนตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและแยกทางกับแฟนหนุ่ม จึงย้ายมาอยู่กับ น.ส.หนึ่ง ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังคลอดลูกสาวในเดือน ต.ค.2565 เดิมตั้งใจจะยกลูกให้ แต่ภายหลังเปลี่ยนใจ จึงว่าจ้าง น.ส.หนึ่ง เลี้ยงดูเดือนละ 8,000 บาท ขณะที่ตนออกไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง

ต่อมา น.ส.หนึ่ง เคยนำเรื่องคู่สามีภรรยาที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยงมาเสนอ พร้อมให้เงิน 20,000 บาท แต่ผู้เป็นแม่ปฏิเสธ กระทั่งวันที่ 1 มี.ค.66 น.ส.หนึ่ง นำเด็กมาคืน อ้างว่าจะไปทำธุระ ก่อนหายตัวไป ทำให้ น.ส.นก ต้องนำเด็กไปฝากยายเลี้ยงที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ช่วงเดือน พ.ค.66 ผู้เป็นแม่เริ่มสังเกตว่าเด็กมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ติดใจ จนกระทั่งเดือน มี.ค.67 มีหญิงรายหนึ่งทักเฟซบุ๊กมาแสดงตัวว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็ก พร้อมเปิดเผยว่า น.ส.หนึ่ง ได้นำลูกของตนไปให้กับอีกฝ่าย โดยจ่ายเงินจำนวน 10,000 บาท ก่อนนำเด็กคนดังกล่าวมาสวมรอยเป็นลูกของ น.ส.นก

หลังรู้ความจริง น.ส.นก ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง และผลตรวจ DNA ยืนยันว่า เด็กที่เลี้ยงดูอยู่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตน ตำรวจจึงดำเนินคดีกับ น.ส.หนึ่ง ในข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร”

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ค.69 นางปวีณา ได้มอบหมายให้นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พา น.ส.นก ไปรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยไม่มาศาล ทำให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 8 พ.ค.69 เวลา 09.00 น.

ขณะที่เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นางปวีณา ได้พา น.ส.นก เข้าพบ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเร่งติดตามตัวเด็กหญิงที่ถูกสลับตัวไปกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็วที่สุด รวมถึงติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างมาก เจ้าหน้าที่จะเร่งรัดสืบสวนคลี่คลายทุกประเด็น เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเด็กถูกนำตัวไปอยู่กับใคร รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายเด็ก และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รับเด็กไปเลี้ยง ตลอดจนพ่อแม่ของเด็กที่ถูกนำมาสลับตัวให้ผู้เสียหายเลี้ยงดูแทน

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะขยายผลเชิงลึกในทุกมิติ ทั้งความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงิน รวมถึงความเป็นไปได้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์หรือการซื้อขายเด็ก โดยเฉพาะกรณีที่มีการอ้างถึงสองสามีภรรยาชาวเมียนมาว่าเป็นผู้รับเด็กตัวจริงไปเลี้ยงดู ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด

ผกก.สภ.บางละมุง ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ และให้ความสำคัญสูงสุดกับการติดตามตัวเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกแม่แท้ๆ โดยเร็วที่สุด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสืบสวน พม. และหน่วยงานด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและคำนึงถึงสวัสดิภาพของเด็กเป็นสำคัญ

ภาพข่าว - Superball

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...