“ศิริกัญญา”ซัด พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ยัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน
"ศิริกัญญา"ซัด พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน เจอยัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน เทงบ เฉียด 2 แสนล้านใน 4 เดือน ด้าน “ภราดร” ย้ำจำเป็นเร่งด่วน ไม่ขัด รธน. ม.172 สกัดภาวะข้าวยากหมากแพง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า แผนใช้เงินเยียวยาประชาชนยังไม่ชัดเจน และมีลักษณะ “เทหมดหน้าตัก” ภายใน 4 เดือนแรก โดยระบุว่า วงเงินกู้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 2 แสนล้านบาท โดยก้อนแรกใช้เยียวยาประชาชนและเกษตรกร ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ครอบคลุม 30 ล้านสิทธิ์ และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 5.2 หมื่นล้านบาท รวมใช้งบประมาณ 1.72 แสนล้านบาท ภายใน 4 เดือน พร้อมตั้งคำถามว่า การแจกเงินลักษณะนี้ตรงกลุ่มเป้าหมายจริงหรือไม่ เพราะอาจเกิดปัญหาคนเดือดร้อนไม่ได้รับ แต่คนไม่เดือดร้อนได้สิทธิแทน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอาจ “ยัดไส้” โครงการไม่เร่งด่วน โดยเฉพาะแผนปรับโครงสร้างพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท เข้ามาใน พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้งที่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน และควรดำเนินการผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปกติมากกว่า พร้อมเตือนว่า การออก พ.ร.ก. ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เพราะเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารข้ามกระบวนการสภา
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูง
นายภราดร ชี้แจงว่า งบประมาณปกติและงบกลางที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอต่อการเยียวยาประชาชนทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเร่งด่วน โดยรัฐบาลประเมินว่าสงครามอาจยืดเยื้อถึงช่วงปลายปี หากไม่เร่งอัดฉีดกำลังซื้อ อาจเกิดภาวะ “ข้าวยากหมากแพง” และประชาชนขาดสภาพคล่อง ส่วนแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะค่าไฟฟ้าที่สูงในปัจจุบันมาจากต้นทุนพลังงานฟอสซิล จึงต้องเร่งลงทุนพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของประชาชน
อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริกัญญา ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลไม่ควรนำการเยียวยาประชาชนมาเป็น “ตัวประกัน” เพื่อผลักดันโครงการที่ไม่เร่งด่วน และหากมีปัญหาทางกฎหมายจากการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง ไม่ควรใช้ประชาชนเป็นข้ออ้างในการดำเนินนโยบายดังกล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews