โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hilary Knight กับตันทีมฮ็อกกี้หญิงสหรัฐฯ ที่ต้องต่อสู้ทั้งบนเส้นทางกีฬา ในฐานะนักกีฬาหญิง และมาตรฐานความงามในฐานะผู้หญิงสูง 180 หนัก 78

Mirror Thailand

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 13.51 น.
ภาพไฮไลต์

"เราต้องเชิญทีมฮ็อกกี้หญิงมาที่ทำเนียบขาวเหมือนกันนะ เพราะถ้าไม่เชิญมา มีหวังผมถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีแหงๆ"

ข้างต้นคือประโยคที่ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เย้าหยอกกับทีมฮ็อกกี้ชายผ่านโทรศัพท์ ภายหลังเชิญทีมฮ็อกกี้ชายมาฉลองชัยที่ทำเนียบขาวจากการเอาชนะทีมฮ็อกกี้แคนาดาได้จากมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่อิตาลี

ทรัมป์โทรศัพท์สนทนากับทีมฮ็อกกี้ชายในห้องแต่งตัว และมีคนอัดวิดีโอการสนทนาของเขากับสมาชิกทีม และหลังจากวิดีโอดังกล่าวหลุดออกไป คำเชิญชวนอย่างไม่เป็นทางการของทรัมป์ก็ถูกพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า เขาทำราวกับการชวนทีมฮ็อกกี้หญิง -ที่ก็คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันด้วยเช่นกัน- มาฉลองที่ทำเนียบขาวนั้น เป็นสิ่งที่ต้องฝืนทำหรือไม่เต็มอกเต็มใจนัก

Hilary Knight กัปตันทีมฮ็อกกี้หญิงและนับเป็นหนึ่งในนักกีฬาฮ็อกกี้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กล่าวถึงท่าทีของทรัมป์ว่า "ฉันคิดว่ามันเป็นมุกตลกที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ และน่าเสียดายที่มุกตลกของเขามันถูกพูดถึงมากกว่าความสำเร็จของเหล่านักกีฬาหญิง ที่แบกสถานะความเป็นทีมชาติสหรัฐฯ ไว้ และคว้าเหรียญทองมาได้ด้วย"

"เราอยากเฉลิมฉลองให้กับสาวๆ ในพื้นที่ของเรา ให้กับความทุ่มเทอันหนักหนาของพวกเธอในการแข่งขัน และจะฉลองต่อไปในฐานะที่เราเพิ่งจะคว้าเหรียญทองมาอีกสามเหรียญแบบประวัติการณ์ ทั้งจากฝั่งนักกีฬาชายและหญิง เราจะไม่มาหัวเสียเพราะมุกตลกไม่ได้เรื่องนี้แน่นอน"

สำหรับโลกฮ็อกกี้ ไนต์ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาระดับประวัติศาสตร์ เธอคว้าชัยมาแล้วหลายต่อหลายครั้งทั้งในระดับลีกฮ็อกกี้อาชีพ (NHL) และในระดับสากลโลก เธอหัดจับไม้ฮ็อกกี้ตั้งแต่ห้าขวบ และเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของบ้านท่ามกลางเหล่าน้องชายทั้งห้าที่ล้วนแล้วแต่หมกมุ่นกับกีฬาฮ็อกกี้

ไนต์เล่าว่า ในวัยเจ็ดขวบ เธอฝันเห็นอนาคตตัวเองชัดเจนว่าจะเป็นนักกีฬาฮ็อกกี้อาชีพให้ได้ และไกลกว่านั้น เธอฝันจะไปถึงระดับโอลิมปิก และเขียนโปรเจ็กต์ส่งครูว่าด้วยเด็กหญิงกับไม้ฮ็อกกี้วิเศษที่ไปถึงฝั่งฝัน และอีกหลายปีให้หลัง ความฝันของเด็กหญิงในโปรเจ็กต์การบ้านชั้นประถมก็เป็นเรื่องจริงขึ้นมา เมื่อไนต์เข้าเล่นลีกอาชีพและได้รับเลือกให้เข้าร่วมทีมชาติตั้งแต่อายุ 17 ปีเมื่อปี 2006 และนับแต่นั้น เธอก็ถือเป็นผู้เล่นที่เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติหญิงสหรัฐฯ เรื่อยมา

"ตั้งแต่ที่เข้าร่วมทีมชาติ ฉันก็ได้ฟังเรื่องราวจากรุ่นพี่นักกีฬาหญิงมากมาย พูดถึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเธอต้องเจอในวงการนี้" ไนต์เล่า "ทุกครั้งที่ฟังฉันก็จะคิดว่า 'เอาล่ะ ทันทีที่ฉันเรียนจบ เรื่องพวกนี้ต้องไม่มีอยู่ในวงการอีกแล้วนะ' แต่ก็นั่นแหละ รู้ตัวอีกที ในที่สุดคุณก็พบว่าปัญหาเหล่านั้นมันกลายเป็นปัญหาที่คุณต้องเจอเหมือนกัน"

สิ่งที่ไนต์ต้องเจอคล้ายคลึงกันกับกีฬาหญิงในวงการอื่นๆ กล่าวคือมันแทบไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากรัฐมากนัก โดยเฉพาะสำหรับกีฬาที่อยู่กับน้ำแข็งและความเย็น ฮ็อกกี้หญิงดูไม่ได้รับความนิยมและแทบไม่ถูกพูดถึงมากนัก มิหนำซ้ำ ค่าตอบแทนและการสนับสนุนจากรัฐในวงการฮ็อกกี้หญิงที่ยังห่างจากวงการฮ็อกกี้ชายอยู่มาก และไนต์ก็ตัดสินใจจะเป็นหนึ่งในหัวเรือของการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ "ต่อให้ต้องเสียสละอะไรบางอย่างในชีวิตที่ทำให้ฉันมีความสุขไปบ้างก็เถอะ" เธอบอก

หนึ่งในนั้นคือการตัดสินใจคว่ำบาตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งชิงแชมป์โลก (IIHF World Championships) ในปี 2017 เพื่อประท้วงให้สมาคมฮ็อกกี้ในสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนทีมฮ็อกกี้หญิงเทียบเท่าฮ็อกกี้ชาย ซึ่งไนต์ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ออกมาส่งเสียงในครั้งนั้น และมีนักกีฬาหญิงจำนวนมากที่ออกมาเห็นด้วยกับจุดยืนของเธอ ทั้ง บิลลี จีน คิง (Billie Jean King) นักเทนนิสหญิง, จูลี เฟาดี (Julie Foudy) นักฟุตบอลหญิง

"มีแต่คนบอกเราว่าไม่สำเร็จหรอก ทำไปก็เสียเปล่า" ไนต์เล่า "แต่เราก็ทำไปเรื่อยๆ จนมีคนสนับสนุนเรามากขึ้น มันทำให้ฉันมั่นใจขึ้นมากๆ ในการจะลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง"

ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มีลักษณะคล้ายกับครั้งที่เธอปรากฏตัวบนนิตยสาร ESPN หัวข้อ The Body Issue ที่ภาพมัดกล้ามเนื้อคมชัดของเธอทำให้หลายคนพูดถึง ไม่ว่าจะในแง่มุมไหน หากแต่ในเวลานั้น มันแทบไม่ระคายในไนต์แม้แต่น้อย "เพราะว่าตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันเติบโตมาด้วยความเขินอายรูปร่างแบบนักกีฬาและความแข็งแรงของตัวเองน่ะ ตั้งแต่เด็ก ฉันถือว่าตัวใหญ่กว่าเด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน" เธอบอก และความรู้สึกที่ว่านี้ก็ยิ่งรุนแรงเมื่อเธอติดทีมชาติ ซึ่งโค้ชสั่งให้เธอเพิ่มน้ำหนักราวหกกิโลกรัมเพื่อให้รับเพิ่มแรงปะทะได้ดีขึ้น "ช่วงแรกๆ นี่การเพิ่มน้ำหนักเป็นเรื่องน่ากลัวมากเลยนะ ฉันกลัวว่าตัวเองจะเสียรูปร่างที่ดูเป็นผู้หญิงไป กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ

"อีกอย่าง ตอนนั้นฉันเอาแต่คิดว่าฉันสูง 180 เซนติเมตร หนัก 78 กิโลกรัม สังคมไม่มีทางมองว่านี่คือรูปร่างที่เซ็กซี่หรอก แล้วฉันจะอยู่ตรงไหนในสังคมแห่งนี้ล่ะ"

คำตอบหนึ่งที่ไนต์มอบให้ตัวเองคือ ก็ไม่ต้องอยู่ในนิยามเดิมที่สังคมกำหนด แต่เธอเลือกจะสร้างนิยามใหม่ให้ตัวเอง "ซึ่งนั่นคือ ความแข็งแรงก็เซ็กซี่ได้ยังไงล่ะ" เธอบอก "ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ผู้หญิงมักผูกโยงอยู่กับความร่างเล็กอะไรแบบนั้นใช่ไหมล่ะ ผู้หญิงจำนวนมากทีเดียวที่ต้องห่อตัวด้วยความไม่มั่นใจในโครงสร้างร่างกายของตัวเอง ฉันคิดว่าการดูแข็งแรง สุขภาพดี และมีความสุขกับร่างกายของเรามันดีออกจะตายไป ไม่ว่าคุณจะมีโครงสร้างร่างกายแบบไหนก็เถอะ"

จนถึงเวลานี้ ไนต์ก็ยืนระยะในฐานะนักกีฬาอาชีพแถวหน้าที่แสดงฝีมือได้อย่างไร้ที่ติ และเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงในแวดวงกีฬาผู้หญิงมาอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่น่าแปลกหากเธอจะ 'ฉุน' จากวิดีโอเย้าหยอกของทรัมป์กับทีมฮ็อกกี้ชาย และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเหมือนกันหากว่าเธอจะออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างไม่ยี่หระและแข็งแกร่ง เพราะจนถึงนาทีนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธความสามารถและศักยภาพของเธอ กับทีมฮ็อกกี้หญิงที่คว้าเหรียญทองมาประดับชาติอเมริกาได้อีกครั้งแล้ว

อ้างอิง

https://www.theguardian.com/sport/2026/feb/25/distasteful-joke-us-hockey-star-hilary-knight-responds-to-trump-comments-on-womens-team

https://stanton-company.com/2014/08/18/on-body-image-hilary-knight-talks-espns-body-image/

https://www.nytimes.com/athletic/3334156/2022/05/26/hilary-knight/

https://www.womenshealthmag.com/life/a69918995/hilary-knight-mental-health/

บทความต้นฉบับได้ที่ : Hilary Knight กับตันทีมฮ็อกกี้หญิงสหรัฐฯ ที่ต้องต่อสู้ทั้งบนเส้นทางกีฬา ในฐานะนักกีฬาหญิง และมาตรฐานความงามในฐานะผู้หญิงสูง 180 หนัก 78

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...