เชียงใหม่อ่วม ฝุ่นพิษที่ 1 โลก ควันหนาทึบ เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก
เชียงใหม่อ่วมฝุ่นพิษที่1โลก ควันหนาทึบเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก เร่งระดมทหารลุยลด PM2.5
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ห้องประชุม ศปก.ปกป.ภาค 3 สน. อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า จัดอากาศยาน KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนการภารกิจควบคุมไฟป่า ในอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่เนื่องจากทัศนวิสัยในการบินไม่ดี อาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อเครื่องบิน จึงไม่สามารถบินทิ้งน้ำได้ในช่วงนี้
ทั้งนี้ พล.ท.ชายแดนได้สั่งการหน่วยทหารในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือยกระดับการปฏิบัติงานให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดฝุ่นและลดผลกระทบ โดยจัดรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
รายงานจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ประจำวันที่ 30 มีนาคม (รอบเช้า) จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อน 787 จุดในพื้นที่ส่งผลให้คุณภาพอากาศ จ.เชียงใหม่เต็มไปด้วยฝุ่นควันปกคลุมเมือง โดยเฉพาะพื้นที่พบการเผาไหม้สูง ขณะที่ตัวเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ยังคงติดอยู่ในอันดับ 1 ของโลก จากแอพพลิเคชั่น Air Visual ที่วัด AQI ได้ 233 ระดับสีม่วง ที่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชนและผู้อาศัยในขั้นรุนแรง
ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอน คุณภาพอากาศประจำวันที่ 30 มีนาคม ค่า PM2.5 สถานีอ.เมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 81.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สถานีอ.แม่สะเรียงเท่ากับ 92.8 มคก./ลบ.ม. สถานี อ.ปายเท่ากับ 232.5 มคก./ลบ.ม. โดยพื้นที่ อ.ปาย พบการแก้ไขปัญหาไฟป่ายุ่งยากและซับซ้อนมาก ขณะที่วิกฤตการณ์อากาศขั้นสูงสุดที่ ต.เวียงเหนือ หลังวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งแตะ 1,357 ไมโครกรัม สูงที่สุดเท่าที่โลกได้บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าทุกหน่วยงานจะใช้ความพยายามระดมกำลังและเครื่องมือ เข้าจัดการกับปัญหาไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าไฟป่าแทบไม่ได้ลดลงเลย โดยเฉพาะในพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซากที่กำลังเจอปัญหาการลักลอบจุดไฟมากตามขึ้นไปด้วย
ด้าน เจ้าหน้าที่เสือไฟ ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง อปท.และชาวบ้าน เข้าสกัดดับไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายจุดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่า อ.เวียงป่าเป้า แม่ฟ้าหลวง แม่จัน เชียงแสนและดอยหลวง จ.เชียงราย พบว่าจุดไฟไหม้หลักเจ้าหน้าที่ควบคุมไว้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังคงมีไฟลุกลามในพื้นที่บุกรุกและป่าไผ่ที่ควบคุมและดับได้ยาก ทำให้ยังคงมีไฟลุกลามในบางพื้นที่ ซึ่งผลจากจุดความร้อนที่มีมาก รวมทั้งหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อบ้าน ทำให้ค่าฝุ่นละอองจากจุดวัดทั้ง 3 จุด ค่ามาตรฐานอยู่ระดับสีแดง โดยพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาด้าน อ.แม่สาย วัดได้สูงสุดคือ 153 มคก./ลบ.ม. ตามมาด้วยพื้นที่ชายแดนไทย-ลาวด้าน อ.เชียงของ วัดได้ 144 มคก./ลบ.ม. และพื้นที่ตัวเมืองเชียงรายวัดได้ 89.7 มคก./ลบ.ม.
ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าใหญ่ใกล้ตัวเมืองลำปาง บริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยาง แม่อาง เขตรอยต่อ อ.เมือง และ อ.แม่ทะ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยสกัดแนวไฟป่าลุกลามเข้ามายังเขตอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต โดยเฉพาะบริเวณเขาดอยพระบาท โดยเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย สกัดไฟที่จะลามเข้ามายังเขตจุดสูงสุดของดอยพระบาท พร้อมทำแนวป้องกันไฟ นอกจากนี้ยังพบไฟไหม้ป่าของอีกฝั่งเขา ในเขต อ.เมืองลำปางบริเวณป่าห้วยน้ำขาว เขตชุมชนหัวฝาย ต.กล้วยแพะ และป่าใกล้ชุมชนโทกหัวช้าง และชุมชนหัวทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมเช่นกัน ซึ่งนับว่าเสียหายไปแล้วกว่า 100 ไร่
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงน่าเป็นห่วง และยังพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ตนจึงได้สั่งการให้มีการปรับแผนปฏิบัติการในเดือนเมษายน 2569 โดยเตรียมเปิดหน่วยปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งดำเนินบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างเร่งด่วน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชียงใหม่อ่วม ฝุ่นพิษที่ 1 โลก ควันหนาทึบ เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th