โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เชียงใหม่อ่วม ฝุ่นพิษที่ 1 โลก ควันหนาทึบ เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 23.35 น.

เชียงใหม่อ่วมฝุ่นพิษที่1โลก ควันหนาทึบเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก เร่งระดมทหารลุยลด PM2.5

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ห้องประชุม ศปก.ปกป.ภาค 3 สน. อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า จัดอากาศยาน KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนการภารกิจควบคุมไฟป่า ในอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่เนื่องจากทัศนวิสัยในการบินไม่ดี อาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อเครื่องบิน จึงไม่สามารถบินทิ้งน้ำได้ในช่วงนี้

ทั้งนี้ พล.ท.ชายแดนได้สั่งการหน่วยทหารในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือยกระดับการปฏิบัติงานให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดฝุ่นและลดผลกระทบ โดยจัดรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

รายงานจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ประจำวันที่ 30 มีนาคม (รอบเช้า) จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อน 787 จุดในพื้นที่ส่งผลให้คุณภาพอากาศ จ.เชียงใหม่เต็มไปด้วยฝุ่นควันปกคลุมเมือง โดยเฉพาะพื้นที่พบการเผาไหม้สูง ขณะที่ตัวเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ยังคงติดอยู่ในอันดับ 1 ของโลก จากแอพพลิเคชั่น Air Visual ที่วัด AQI ได้ 233 ระดับสีม่วง ที่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชนและผู้อาศัยในขั้นรุนแรง
ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอน คุณภาพอากาศประจำวันที่ 30 มีนาคม ค่า PM2.5 สถานีอ.เมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 81.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สถานีอ.แม่สะเรียงเท่ากับ 92.8 มคก./ลบ.ม. สถานี อ.ปายเท่ากับ 232.5 มคก./ลบ.ม. โดยพื้นที่ อ.ปาย พบการแก้ไขปัญหาไฟป่ายุ่งยากและซับซ้อนมาก ขณะที่วิกฤตการณ์อากาศขั้นสูงสุดที่ ต.เวียงเหนือ หลังวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งแตะ 1,357 ไมโครกรัม สูงที่สุดเท่าที่โลกได้บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าทุกหน่วยงานจะใช้ความพยายามระดมกำลังและเครื่องมือ เข้าจัดการกับปัญหาไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าไฟป่าแทบไม่ได้ลดลงเลย โดยเฉพาะในพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซากที่กำลังเจอปัญหาการลักลอบจุดไฟมากตามขึ้นไปด้วย

ด้าน เจ้าหน้าที่เสือไฟ ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง อปท.และชาวบ้าน เข้าสกัดดับไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายจุดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่า อ.เวียงป่าเป้า แม่ฟ้าหลวง แม่จัน เชียงแสนและดอยหลวง จ.เชียงราย พบว่าจุดไฟไหม้หลักเจ้าหน้าที่ควบคุมไว้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังคงมีไฟลุกลามในพื้นที่บุกรุกและป่าไผ่ที่ควบคุมและดับได้ยาก ทำให้ยังคงมีไฟลุกลามในบางพื้นที่ ซึ่งผลจากจุดความร้อนที่มีมาก รวมทั้งหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อบ้าน ทำให้ค่าฝุ่นละอองจากจุดวัดทั้ง 3 จุด ค่ามาตรฐานอยู่ระดับสีแดง โดยพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาด้าน อ.แม่สาย วัดได้สูงสุดคือ 153 มคก./ลบ.ม. ตามมาด้วยพื้นที่ชายแดนไทย-ลาวด้าน อ.เชียงของ วัดได้ 144 มคก./ลบ.ม. และพื้นที่ตัวเมืองเชียงรายวัดได้ 89.7 มคก./ลบ.ม.

ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าใหญ่ใกล้ตัวเมืองลำปาง บริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยาง แม่อาง เขตรอยต่อ อ.เมือง และ อ.แม่ทะ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยสกัดแนวไฟป่าลุกลามเข้ามายังเขตอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต โดยเฉพาะบริเวณเขาดอยพระบาท โดยเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย สกัดไฟที่จะลามเข้ามายังเขตจุดสูงสุดของดอยพระบาท พร้อมทำแนวป้องกันไฟ นอกจากนี้ยังพบไฟไหม้ป่าของอีกฝั่งเขา ในเขต อ.เมืองลำปางบริเวณป่าห้วยน้ำขาว เขตชุมชนหัวฝาย ต.กล้วยแพะ และป่าใกล้ชุมชนโทกหัวช้าง และชุมชนหัวทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมเช่นกัน ซึ่งนับว่าเสียหายไปแล้วกว่า 100 ไร่

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงน่าเป็นห่วง และยังพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ตนจึงได้สั่งการให้มีการปรับแผนปฏิบัติการในเดือนเมษายน 2569 โดยเตรียมเปิดหน่วยปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งดำเนินบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างเร่งด่วน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชียงใหม่อ่วม ฝุ่นพิษที่ 1 โลก ควันหนาทึบ เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ 4 จว.เหนือไฟป่าลามหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...