โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอยร้าวที่ยังไม่หาย! ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ซึมยาว 1 ปีผลพวงแผ่นดินไหวเมียนมา ทำยอดเปิดใหม่วูบ 64% ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70%

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รอยร้าวที่ยังไม่หาย! ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ซึมยาว 1 ปีผลพวงแผ่นดินไหวเมียนมา ทำยอดเปิดใหม่วูบ 64% ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70%

ผ่านมา 1 ปีเต็มนับจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ จนทำให้อาคารก่อสร้างค้างแห่งหนึ่งถล่มลงมาและทิ้งรอยร้าวไว้ตามผนังคอนโดมิเนียมหลายแห่ง

ประเด็นสำคัญ

  • ตัวเลขยอดขาย-สินเชื่อสะท้อนภาพตลาดที่ยังไม่สดใส
  • คดีอาคารถล่มยังคงคาราคาซัง จุดประเด็นปฏิรูปกฎหมาย

แต่ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา แม้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นของผู้ซื้อกลับมาแล้วก็ตาม

ณัฐกานต์ วิระโรจน์ โปรแกรมเมอร์วัย 39 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 25 ของคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้นในกรุงเทพฯ เล่ากับ Nikkei Asia ว่า “รอยร้าวบนผนังห้องยังคงเตือนให้นึกถึงความหวาดกลัวในวันนั้นอยู่เสมอ” พร้อมเสริมว่ากำลังคิดจะขายคอนโดฯ แล้วย้ายไปอยู่ทาวน์เฮาส์หลังเล็กแทน

ทั้งนี้สมาคมคอนโดมิเนียมไทยระบุว่า อาคารที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาล้วนติดตั้งระบบป้องกันแผ่นดินไหวเพื่อรองรับเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม นฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ชี้ว่าความกังวลของผู้ซื้อเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้างและวัสดุยังคงมีอยู่

“ตลาดที่อยู่อาศัยไทยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2026” นฤมลกล่าว แต่เสริมว่าการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างค่อนข้างช้า

ตัวเลขยอดขาย-สินเชื่อสะท้อนภาพตลาดที่ยังไม่สดใส

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 6,162 ยูนิต ลดลง 64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่คอนโดฯ และบ้านที่ยังขายไม่ออกในกรุงเทพฯ ณ เดือนมีนาคมมีมากถึง 2.25 แสนยูนิต เพิ่มขึ้น 3% จาก 2.18 แสนยูนิต ณ สิ้นปี 2025

โสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ยอมรับว่าผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ “เราคิดว่าความกลัวการอยู่คอนโดฯ สูงจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น เพราะในกรุงเทพฯ มีอาคารถล่มเพียงแห่งเดียว และยังเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย”

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมตลาดอีกทาง เนื่องจากส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง REIC ประเมินว่าปัจจัยเหล่านี้จะกดดันกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค

สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ REIC กล่าวว่า “เราคิดว่าตลาดที่อยู่อาศัยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 แล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2026 แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังเผชิญกับ ‘แผ่นดินไหว’ ระลอกใหม่ที่ตัดกำลังซื้อในตลาดลงอีกครั้ง” โดยหมายถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่าน

อีกปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ อันเป็นผลจากปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’ ที่อยู่ในระดับสูง โดย REIC ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ถูกปฏิเสธสินเชื่อมากถึง 70%

คดีอาคารถล่มยังคงคาราคาซัง จุดประเด็นปฏิรูปกฎหมาย

ในส่วนของการสอบสวนกรณีอาคารถล่มในกรุงเทพฯ ที่คร่าชีวิตผู้คน 95 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง ขณะนี้มีผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาประมาทและบกพร่องต่อหน้าที่รวม 23 ราย ทั้งจากหน่วยงานรัฐและบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

รายงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ชี้ว่า ‘การทุจริต’ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนนำไปสู่เหตุอาคารถล่ม

สุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชน Hand Social Enterprise กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “เหตุการณ์อาคารถล่มครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข”

พร้อมเสริมว่า “นี่คือความล้มเหลวของภาครัฐ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการออกกฎระเบียบใหม่หรือแก้ไขกฎหมายใดๆ เพื่อป้องกันการทุจริตที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมเช่นนี้เลย”

ภาพ : Anuchit kamsongmueang / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...