โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อก! เป็นมะเร็งตับยกบ้าน 4 คน รู้สาเหตุแม่แทบทรุด จาก เครื่องปรุง ที่มีทุกครัว (ข่าว ตปท.)

สยามนิวส์

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 09.00 น. • Kong
คุณป้าโฮ่วและสามีเคยทำงานด้านการเงิน เมื่อหลานคนแรกของลูกชายคนโตเกิด คุณป้าโฮ่วอายุไม่ถึง 50 ปี จึงได้ลาออกก่อนกำหนดเพื่อกลับมาดูแลบ้านและครอบครัว ชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์และมีความสุขกับลูกหลาน

เรื่องนี้มีที่มาจาก เว็บไซต์ต่างประเทศ ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของ คุณป้าโฮ่วและสามี ซึ่งทั้งสองเคยทำงานด้านการเงิน เมื่อหลานคนแรกของลูกชายคนโตเกิด คุณป้าโฮ่ว อายุไม่ถึง 50 ปี จึงได้ลาออกก่อนกำหนดเพื่อกลับมาดูแลบ้านและครอบครัว แต่ทว่า ชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์และมีความสุขกับลูกหลาน จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป เมื่อคุณป้าโฮ่ว พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับในวัย 63 ปี

โดย คุณป้าโฮ่ว กล่าวว่า เดิมทีเธอสุขภาพดีมาก และแทบไม่เคยเจ็บป่วยเลย แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เธอเริ่มท้องเสียบ่อยขึ้น ในตอนแรกเธอคิดว่าเป็นเพราะกินอาหารที่เสีย แต่ต่อมา ก็คิดว่าอาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้ระบบย่อยอ่อนแอลง หลังจากนั้นเธอเริ่มมีอาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว เบื่ออาหาร ปวดท้องตื้อ ๆ บริเวณด้านขวาบน และรู้สึกเหนื่อยง่ายแม้ไม่ได้ทำอะไร

คุณป้าโฮ่ว กลัวว่าครอบครัวจะกังวล จึงปิดบังอาการและไปตรวจที่แผนกทางเดินอาหารเพียงลำพัง ผลการตรวจพบว่า กระเพาะอาหารและลำไส้ของเธอไม่มีปัญหา แต่หลังจากตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดก็ได้ข้อสรุปว่า เธอเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3 เมื่อได้ฟังดังนั้น เธอตกใจมาก เพราะเธอไม่เคยสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เพียงไม่กี่ครั้ง และออกกำลังกายเป็นประจำ อีกทั้งในครอบครัวก็ไม่มีใครมีประวัติเป็นมะเร็งเลย จนกระทั่ง แพทย์สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีชีวิต จึงพบตัวการที่ทำให้เธอป่วย นั่นก็คือ ซีอิ๊ว ที่ใช้ในครัว

คุณป้าโฮ่วชอบใช้ซีอิ๊วมาก แทบจะใส่ในทุกเมนูและต้องมีติดโต๊ะอาหารทุกมื้อ สิ่งที่สำคัญคือ เครื่องปรุงอื่น ๆ เช่น น้ำปลา เกลือ เธอซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่สำหรับซีอิ๊ว เธอเลือกซื้อมาจากพ่อค้าเร่ เพราะเธอคิดว่า รสชาติเข้มข้น ราคาไม่แพง และเชื่อว่าซีอิ๊วแบบทำเองจะดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม แพทย์อธิบายว่า ซีอิ๊วทำมือที่ซื้อจากพ่อค้าเร่ อาจมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากซีอิ๊วจากแหล่งผลิตขนาดเล็กเหล่านี้ มักไม่มีมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด วัตถุดิบอาจเกิดเชื้อราหรือเสียหายได้ง่าย ทำให้มีสารอะฟลาทอกซินในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

ในขณะที่ความเป็นพิษของอะฟลาทอกซินรุนแรงกว่าสารหนูถึง 68 เท่า และมากกว่าโพแทสเซียมไซยาไนด์ถึง 10 เท่า เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์จะทำลายเซลล์ตับโดยตรง อะฟลาทอกซินถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งมาเป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์ตับเท่านั้น แต่ยังทำให้เซลล์ตับตายเป็นบริเวณกว้างอีกด้วย หากบริโภคซีอิ๊วคุณภาพต่ำเป็นประจำ สารพิษและแบคทีเรียในนั้นจะสะสมในร่างกายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงแนะนำให้ใช้เครื่องปรุงที่มีแหล่งที่มาชัดเจน โดยเฉพาะซีอิ๊วจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ แม้ว่าซีอิ๊วจะมีคุณภาพดี แต่หากใช้ในปริมาณมากเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับและโรคตับอื่น ๆ ได้อีกด้วย

สาเหตุที่ซีอิ๊วเกิดจากกระบวนการหมักถั่วเหลือง ทำให้เกิดสารอะมิโนไนไตรต์ ซึ่งเป็นสารที่มีศักยภาพก่อมะเร็ง ตับเป็นอวัยวะหลักในการขับสารพิษ แม้ว่าจะรู้ว่าอะมิโนไนไตรต์เป็นสารพิษ แต่ร่างกายก็ยังส่งไปที่ตับเพื่อขับออก การใช้ซีอิ๊วในปริมาณมากเกินไปจะทำให้กระบวนการแบ่งเซลล์ตับถูกรบกวน ในระยะยาวอาจทำให้ตับเสียหาย หรือแม้กระทั่งเกิดภาวะตับแข็ง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการทำงานของตับ

เมื่อคุณป้าโฮ่วตระหนัก ถึงความผิดพลาดของตัวเอง เธอตกใจอย่างมากและบอกกับแพทย์ว่า ทั้งครอบครัวของเธอทานซีอิ๊วแบบเดียวกัน แพทย์แนะนำให้เธอพาทั้งครอบครัวไปตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างเร่งด่วน ผลตรวจพบว่า สมาชิกในครอบครัวอีก 3 คน ได้แก่ สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ของคุณป้าโฮ่ว ต่างก็พบว่าตนเองเป็นมะเร็งตับเหมือนกับเธอ แต่โชคดีที่พวกเขายังอยู่ในระยะเริ่มต้น ขณะที่หลานชายของเธอตับได้รับผลกระทบเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นเกิดมะเร็ง

คุณป้าโฮ่ว รู้สึกสิ้นหวังมาก เธอรู้สึกผิดและโทษว่าตัวเองว่าทำให้ทั้งครอบครัวต้องเดือดร้อน เธอเสียใจที่ได้มองข้ามสัญญาณหลายอย่าง ที่บ่งบอกถึงมะเร็งตับมาเป็นเวลานาน และคิดว่าตนเองแข็งแรง เธอหวังว่าจะไม่มีใคร โดยเฉพาะครอบครัวอื่นต้องทำผิดพลาดที่น่าเศร้าแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ

ข้อมูล docnhanh

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...