โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังพิมพ์ทรง พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 03.30 น.
ภาพไฮไลต์

พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซม หรือที่ในยุคก่อนเรียกกันว่า “อกร่อง หูยาน ฐานแซม” นั้นเป็นพิมพ์ทรงที่มีการพบเจอมากที่สุด ในบรรดาพระสมเด็จฯวัดระฆังพิมพ์ทรงมาตรฐานทั้งหมด อันประกอบด้วย พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงเกศบัวตูม และพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ ในขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงปรกโพธิ์นั้นเป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้น้อยที่สุด (นักเล่นพระในยุคก่อนมักไม่ยอมรับกันว่าพระพิมพ์ทรงนี้เป็นพระที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตเป็นผู้สร้าง สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการที่ไม่ค่อยมีพระพิมพ์นี้ให้เล่นหามากนัก ทำให้ไม่เป็นที่นิยม)

ที่มาของคำว่า“อกร่อง” ที่พบเห็นบริเวณพระอุระของพระพิมพ์ทรงนี้นั้น เกิดจากการที่ช่างต้องการแกะพิมพ์ให้เป็นลักษณะของเส้นสังฆาฏิ อาจมีบางพิมพ์ทรงย่อยที่อกค่อนข้างตันมองไม่เห็นเส้นสังฆาฏิ หรือบางพิมพ์ทรงย่อยที่อาจจะเห็นเป็นร่องลึกกว่าปกติ สาเหตุอาจจะเกิดจากแม่พิมพ์สึก การเซาะแต่งแม่พิมพ์ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น อย่างไรก็ตามนิรนาม ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “คำว่าอกร่องนั้น สำหรับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ฐานแซมนั้น บริเวณพระอุระในความเป็นจริงแล้วจะไม่ปรากฏร่องลึกลงไป ลักษณะของพระอุระตามภาษาในวงการเราเรียกว่า “อกตัน” แต่ถ้าพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามพิมพ์ฐานแซมองค์ใดที่กดแม่พิมพ์ได้คมลึกและติดชัด จะปรากฏเส้นสังฆาฏิแล่นจากกึ่งกลางพระอุระลงมาจรดพระนาภี ดูเผินๆคล้ายกับอกร่อง แต่หากพิจารณาให้ละเอียดแล้ว เส้นสังฆาฏิดังกล่าวจะเป็นเส้นนูนขึ้นมา มิใช่เป็นรอยลึกลงไป…”

พระสมเด็จฯพิมพ์นี้มักจะมีลักษณะ “หูยาน” ทั้ง 2 ด้าน โดยมักจะเป็นเส้นตรง (อาจมีบางองค์ที่คล้ายหูบายศรี) ทอดดตัวลงมาจากด้านข้างพระเศียรมาเกือบถึงพระอังสา (บ่า) เป็นการเลียนแบบลักษณะพระกรรณของพระพุทธรูปโบราณ ซึ่งในพระองค์พระพุทธรูปนั้นนอกจากพระกรรณยื่นยาวแล้วยังมักจะเห็นเป็นร่องตรงกลางติ่งหูสำหรับใส่ต่างหู มีนัยยะเพื่อเป็นเครื่องแสดงพระราชฐานะเก่าของพระพุทธองค์ก่อนทรงผนวช ที่อยู่ในวรรณะกษัตริย์ มีการสวมต่างหูที่ทำให้พระกรรณยื่นยาว

สำหรับ “ฐานแซม” ที่เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ทรงนี้นั้น หมายถึงการที่มีเส้นแซมปรากฏเหนือฐานชั้นที่ 3 (นับจากด้านล่าง) และฐานชั้นที่ 2 (นิรนาม บอกว่า เส้นแซมเหนือฐานชั้นที่ 2 (ฐานชั้นกลาง) จะเริ่มจากหัวฐานทางขวามือขององค์พระ และมักจะไม่ติดต่อกันเป็นเส้นตรงทีเดียว หากแต่เป็นรอยขยักติดบ้างไม่ติดบ้าง จนไปถึงด้านซ้ายขององค์พระจะติดอย่างแผ่วเบา เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นแซมใต้องค์พระ เส้นใต้ตักจะติดคมชัดกว่า และเส้นใต้ตักนี้จะอยู่กึ่งกลางระหว่างฐานพระเพลาขององค์พระกับฐานชั้นที่ 3 แต่สำหรับเส้นแซมของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม แบบหลังจะคมชัดกว่ากันมาก)

น่าสนใจว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนี้ เป็นพิมพ์ทรงมีลักษณะเฉพาะหลายประการ ที่มีความแตกต่างจากพิมพ์ทรงอื่นของวัดระฆังฯอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งควรค่าแก่การทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปในการออกแบบพิมพ์ทรงด้วยเช่นกัน

ประการแรก อาจารย์กิติ ธรรมจรัส ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น “เป็นพระพิมพ์เดียวในกระบวนการวัดระฆังโฆสิตารามที่มีศิลปะแม่พิมพ์ที่ค่อนข้างตื้นและสะโอดสะองมาก ไม่ล่ำสันเหมือนพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์อื่นๆทุกพิมพ์”

ประการที่สอง พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น องค์พระจะนั่งแบบขัดสมาธิเพชร ไม่เหมือนกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐานพิมพ์ทรงอื่นที่จะนั่งแบบขัดราบทั้งสิ้น สังเกตได้จากรอยคอดเว้าบริเวณใต้พระเพลาตรงกลางที่คล้ายกับการนั่งแบบขัดเพชรที่จะไขว้พระชงฆ์ (แข้ง) และหงายพระบาทขึ้นไปอยู่บนพระชานุ (เข่า) (อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้อธิบายขยายความองค์ความรู้ที่น่าสนใจว่า พิมพ์ทรงที่มีการนั่งแบบขัดเพชร หรือพระเพลาขัดเพชรนั้น มีในพิมพ์ทรงอื่นด้วยเช่นกัน โดยอ้างอิงถึงตำราของตรียัมปวาย ที่แยกลักษณะพระเพลาเกศบัวตูมไว้ดังนี้ พิมพ์เขื่อง พระเพลาขัดราบ พิมพ์โปร่ง พระเพลาขัดเพชร พิมพ์สันทัด พระเพลาขัดเพชร พิมพ์ย่อม พระเพลาขัดราบ และพิมพ์เกศบัวเรียว พระเพลาขัดเพชร)

ประการที่สามศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น องค์พระจะประทับนั่งแบบลอยองค์อยู่บนฐาน ไม่เหมือนกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์อื่นๆที่องค์พระจะมีลักษณะเหมือนนั่งแบบทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนฐาน โดยที่ฐานแต่ละฐานจะมีลักษณะเหมือนอ่อนตัวรับน้ำหนักเป็นทอดๆลงมา แต่เมื่อพิจารณาถึงฐานของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น จะเห็นว่าฐานแต่ละฐานทั้ง 3 ชั้น รวมถึงเส้นแซมเหนือฐาน ที่เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ จะมีลักษณะเหมือนลอยตัวเป็นอิสระต่อกัน ไม่สอดประสานรับกันเหมือนฐาน 3 ชั้นของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์อื่น

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตเสนอความคิดเห็นเพื่ออธิบายลักษณะเฉพาะทั้ง 3 ประการข้างต้นดังนี้ มีความเป็นไปได้ว่า การที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมมีการสร้างเป็นจำนวนมากกว่าพิมพ์อื่นนั้น น่าจะเป็นการสร้างในวาระพิเศษอะไรบางอย่างที่ต้องใช้พระเป็นจำนวนมาก การที่พระมีลักษณะตื้นนั้น เข้าใจว่าต้องรีบแกะ เนื่องจากน่าจะต้องมีการแกะแม่พิมพ์ออกมาเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน พระพิมพ์ทรงนี้บางองค์นั้นพบว่ามีลักษณะเส้นสายค่อนข้างใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมที่มีลักษณะของการเร่งรีบแกะที่อาจจะทำให้หย่อนความงดงามไปบ้างด้วยเช่นกัน สำหรับการออกแบบพิมพ์ทรงของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซมนั้น น่าจะได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากพระสมเด็จฯ แบบฐาน 5 ชั้น 6 ชั้น และ 7 ชั้น ที่เป็นพระสมเด็จฯแบบสี่เหลี่ยมในยุคแรกหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าพระสมเด็จวัดเกศไชโย ที่มีลักษณะขององค์พระที่มีการลอยตัวบนฐานเช่นกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่การออกแบบฐานทั้ง 3 ชั้น รวมถึงเส้นแซมนั้น เป็นลักษณะเฉพาะทางศิลปกรรมที่มีการออกแบบให้รับกับการนั่งแบบขัดเพชร ที่เป็นการแสดงความพิเศษและแข็งแกร่งของพุทธศิลป์ โดยเมื่อพิจารณาถึงพระพุทธรูปสำคัญที่มีการนั่งแบบขัดเพชรของประเทศไทย องค์พระจะมีลักษณะชลูดขึ้นตามลักษณะการนั่ง เช่น พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่, พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานในหอพระพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช, พระนิรันตราย พระพุทธรูปขนาดเล็กที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างขึ้นเพื่อครอบพระพุทธรูปทองคำโบราณองค์เก่าจากเมืองศรีมโหสถ ปราจีนบุรี ที่มีชาวบ้านนำมาถวาย ปัจจุบันประดิษฐาน ณ หอพระสุราลัยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง การออกแบบฐานรองรับด้านล่างจึงน่าจะต้องมีความชลูดตัวขึ้นด้วยเช่นกัน

บทส่งท้าย

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วย การเรียบเรียงองค์ความรู้ในการพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมของอาจารย์กิติ ธรรมจรัส ที่ได้ถ่ายทอดไว้ในหนังสือ พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไปนี้

1. พระเกศจะเรียวแหลมคมและติดชัดกว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์อื่นๆ

2. จากหัวไหล่ถึงวงแขนจะมีการทอดวงโค้งอย่างงดงาม องค์พระพุทธรูปอยู่ในลักษณะขัดสมาธิเพชร

3. เส้นซุ้มครอบแก้วหนามีลักษณะเหมือนหวายผ่าซีก เช่นเดียวกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ใหญ่ (พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานแซมจะเล็กกว่า)

4. หูด้านขวาขององค์พระจะห่างจากพระเศียรชัดเจน ส่วนบนของหูจะโค้งออกนอก และหูด้านซ้ายขององค์พระจะชิดกับพระเศียร

5. แขนข้างขวาองค์พระจะโค้งหักศอก

6. แขนด้านซ้ายองค์พระจะโค้งมากกว่าแขนด้านขวามือองค์พระ

7. เส้นสังฆาฏิจะวิ่งจรดฝ่ามือองค์พระ ต้องสังเกตุให้ดีเพราะเป็นเส้นเล็กและตื้นมากบางองค์ที่ติดไม่เต็มจะมองไม่เห็น

8. บั้นเอวจะผายออก (พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานแซมจะเป็นรูปตัววี)

9. ตอนกลางพระเพลาขัดสมาธิเพชรจะยุบเข้าเล็กน้อย (พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานแซมจะไม่ยุบ)

10. เส้นแซมใต้ฐานจะติดไม่ชัดเท่าของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานแซม

11. ฐานล่างสุดจะใหญ่ ขอบของหัวฐานจะเฉียงออกสู่ฐานล่าง ฐานกลางจะเล็กที่สุดลักษณะเป็นฐานหัวสิงห์ทั้งสองข้าง ฐานบนสุดจะใหญ่กว่าฐานกลางและเล็กกว่าฐานล่างสุด ปลายทั้งสองด้านจะเป็นขอบตัดเฉียงขึ้นด้านบนและค่อนข้างจะมนโค้งเข้าด้านในเล็กน้อย

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูปพระสมเด็จวัดระฆังฯ องค์ครูอีกองค์หนึ่ง เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซมแบบอกตัน องค์ครูที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง สภาพผ่านการใช้พอสมควร มองไม่เห็นเส้นสังฆาฏิ วรรณะขาวอมเหลือง เนื้อหนึกแกร่ง ปรากฏการแตกลายงาให้เห็นมีเนื้อรักติดในร่องลายงา (พระเนื้อหนึกแกร่งที่ผ่านการลงรักมักมีการแตกลายงาด้านหน้า) มีเม็ดพระธาตุปรากฏให้เห็น มีรอยรูพรุนเข็ม พื้นผนังองค์พระปรากฏรอยหนอนด้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อพระวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา ปรากฏพระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสาให้เห็นทั้งสองข้าง ซุ้มผ่าหวายใหญ่ (พระสมเด็จวัดระฆังฯมักมีซุ้มผ่าหวายขนาดใหญ่) มีคราบรักปรากฏตามหลุมร่องทั่วไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ตัดขอบพอดีกรอบบังคับแม่พิมพ์ ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ มีรอยปูไต่ (ขอบปริกระเทาะ) ที่แสดงถึงธรรมชาติความเก่า (พระสมเด็จวัดระฆังฯมักปรากฏรอยปูไต่ด้านหลัง) ปรากฏรอยยุบย่นโดยทั่วไป เป็นองค์ต้นแบบที่ดี เพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ

ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์

อ่านคอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังพิมพ์ทรง พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...