ยีลด์พันธบัตร UK พุ่งสูงสุดตั้งแต่วิกฤตปี 2008 หลังตลาดเร่งสะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ในวันศุกร์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ทะลุระดับ 5% ท่ามกลางแรงเทขายในตลาด ขณะที่นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตเพื่อสะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
21 มี.ค. 2569- สำนักข่าว CNBC รายงานว่า พันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร (U.K. government bonds) หรือ “gilts” เผชิญแรงปรับราคา อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับขึ้นราว 68 basis points ในช่วง 15 วันทำการนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นถึง 97 basis points
ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม
ในวันศุกร์ ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหราชอาณาจักรปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15 basis points แตะ 5.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 19 basis points สู่ระดับ 4.602% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี
ตลาดพันธบัตรสหราชอาณาจักรมีความอ่อนไหวต่อแรงกดดันเงินเฟ้อเป็นพิเศษ ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง โดยความขัดแย้งดังกล่าว รวมถึงการปิดกั้นช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ผลักดันราคาน้ำมันและก๊าซให้ปรับตัวสูงขึ้น
แม้ก่อนเกิดสงคราม สหราชอาณาจักรก็มีต้นทุนการกู้ยืมสูงที่สุดในกลุ่ม G7 อยู่แล้ว โดยพันธบัตรระยะยาวอายุ 20 ปี และ 30 ปี มีการซื้อขายที่ยีลด์เหนือระดับสำคัญ 5% อย่างต่อเนื่อง และในวันศุกร์ ยีลด์ของพันธบัตรดังกล่าวยังปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9 และ 7 basis points ตามลำดับ
Nigel Green ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ deVere Group ระบุว่า “ตลาดกำลังถอนความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษอย่างรวดเร็ว”
เมื่อวันพฤหัสบดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเตือนว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในระยะใกล้ “จากแรงกระแทกใหม่ต่อเศรษฐกิจ”
ก่อนเกิดสงคราม ตลาดยังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลักในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก LSEG ล่าสุดชี้ว่า ตลาดแทบไม่ให้น้ำหนักต่อโอกาสการลดดอกเบี้ยอีกต่อไป ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนหน้า และมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจอยู่ที่อย่างน้อย 4.25% ภายในสิ้นปี ซึ่งสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง
Green ระบุว่า “ตัวเร่งสำคัญคือพลังงาน ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงกำลังส่งผ่านไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อโดยตรง และยีลด์พันธบัตรก็ปรับตัวตอบสนองตามกลไกของตลาด นี่ไม่ใช่แรงเทขายแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการปรับราคาเพื่อสะท้อนความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล”
Green ยังชี้ว่า การเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรยังมี “มิติทางการเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้อง
“รัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves วางกรอบนโยบายการคลังบนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพ แต่เมื่อยีลด์ปรับสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งยิ่งจำกัดพื้นที่เชิงนโยบาย ในช่วงที่แรงกดดันให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานและครัวเรือนกำลังเพิ่มขึ้น”
ที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรโดยรวมยังคงสนับสนุนแนวทาง “กฎการคลัง” ของ Reeves อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ กระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เธออาจถูกปลดจากตำแหน่ง เคยเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงเทขายในตลาดพันธบัตร
แรงขายในวันศุกร์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังข้อมูลทางการระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรกู้ยืมเงินในเดือนกุมภาพันธ์สูงกว่าคาดที่ 14.3 พันล้านปอนด์
Reeves ให้คำมั่นว่าจะควบคุมการใช้จ่ายภาครัฐให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับได้ด้วยรายได้ภาษี แทนการพึ่งพาการกู้ยืม โดยกรอบนโยบายดังกล่าวยังกำหนดให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ต้องลดลงภายในปีงบประมาณ 2029-30
Green กล่าวว่า “ในมุมมองของนักลงทุน ยีลด์ที่สูงขึ้นเริ่มทำให้พันธบัตรบางช่วงอายุมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูง ตราบใดที่ทิศทางเงินเฟ้อยังคงถูกกำหนดโดยตลาดพลังงาน”
อ้างอิง : www.cnbc.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่