โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยีลด์พันธบัตร UK พุ่งสูงสุดตั้งแต่วิกฤตปี 2008 หลังตลาดเร่งสะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 03.39 น.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ในวันศุกร์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ทะลุระดับ 5% ท่ามกลางแรงเทขายในตลาด ขณะที่นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตเพื่อสะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

21 มี.ค. 2569- สำนักข่าว CNBC รายงานว่า พันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร (U.K. government bonds) หรือ “gilts” เผชิญแรงปรับราคา อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับขึ้นราว 68 basis points ในช่วง 15 วันทำการนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นถึง 97 basis points

ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม

ในวันศุกร์ ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหราชอาณาจักรปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15 basis points แตะ 5.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 19 basis points สู่ระดับ 4.602% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี

ตลาดพันธบัตรสหราชอาณาจักรมีความอ่อนไหวต่อแรงกดดันเงินเฟ้อเป็นพิเศษ ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง โดยความขัดแย้งดังกล่าว รวมถึงการปิดกั้นช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ผลักดันราคาน้ำมันและก๊าซให้ปรับตัวสูงขึ้น

แม้ก่อนเกิดสงคราม สหราชอาณาจักรก็มีต้นทุนการกู้ยืมสูงที่สุดในกลุ่ม G7 อยู่แล้ว โดยพันธบัตรระยะยาวอายุ 20 ปี และ 30 ปี มีการซื้อขายที่ยีลด์เหนือระดับสำคัญ 5% อย่างต่อเนื่อง และในวันศุกร์ ยีลด์ของพันธบัตรดังกล่าวยังปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9 และ 7 basis points ตามลำดับ

Nigel Green ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ deVere Group ระบุว่า “ตลาดกำลังถอนความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษอย่างรวดเร็ว”

เมื่อวันพฤหัสบดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเตือนว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในระยะใกล้ “จากแรงกระแทกใหม่ต่อเศรษฐกิจ”

ก่อนเกิดสงคราม ตลาดยังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลักในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก LSEG ล่าสุดชี้ว่า ตลาดแทบไม่ให้น้ำหนักต่อโอกาสการลดดอกเบี้ยอีกต่อไป ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนหน้า และมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจอยู่ที่อย่างน้อย 4.25% ภายในสิ้นปี ซึ่งสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง

Green ระบุว่า “ตัวเร่งสำคัญคือพลังงาน ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงกำลังส่งผ่านไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อโดยตรง และยีลด์พันธบัตรก็ปรับตัวตอบสนองตามกลไกของตลาด นี่ไม่ใช่แรงเทขายแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการปรับราคาเพื่อสะท้อนความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล”

Green ยังชี้ว่า การเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรยังมี “มิติทางการเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้อง

“รัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves วางกรอบนโยบายการคลังบนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพ แต่เมื่อยีลด์ปรับสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งยิ่งจำกัดพื้นที่เชิงนโยบาย ในช่วงที่แรงกดดันให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานและครัวเรือนกำลังเพิ่มขึ้น”

ที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรโดยรวมยังคงสนับสนุนแนวทาง “กฎการคลัง” ของ Reeves อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ กระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เธออาจถูกปลดจากตำแหน่ง เคยเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงเทขายในตลาดพันธบัตร

แรงขายในวันศุกร์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังข้อมูลทางการระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรกู้ยืมเงินในเดือนกุมภาพันธ์สูงกว่าคาดที่ 14.3 พันล้านปอนด์

Reeves ให้คำมั่นว่าจะควบคุมการใช้จ่ายภาครัฐให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับได้ด้วยรายได้ภาษี แทนการพึ่งพาการกู้ยืม โดยกรอบนโยบายดังกล่าวยังกำหนดให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ต้องลดลงภายในปีงบประมาณ 2029-30

Green กล่าวว่า “ในมุมมองของนักลงทุน ยีลด์ที่สูงขึ้นเริ่มทำให้พันธบัตรบางช่วงอายุมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูง ตราบใดที่ทิศทางเงินเฟ้อยังคงถูกกำหนดโดยตลาดพลังงาน”

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...